
แฉ!อาชญากรรมข้ามชาตินำเข้ารถหรู
15 ต.ค. 2557
'ดีเอสไอ' แฉขบวนการเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรูกว่า 6,000 คัน เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ พบกลโกง 3 รูปแบบ จ่อตามยึดครั้งใหญ่
15 ต.ค. 57 พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการสืบสวนสอบสวนขบวนการรถจดประกอบเลี่ยงภาษี ว่า คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับเหตุเพลิงไหม้รถหรูที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อเดือนสิงหาคม 2556 และดีเอสไอตั้งคณะทำงานร่วมสืบสวนประกอบด้วย กรมขนส่งทางบก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มีความคืบหน้าชัดเจน โดยกรมศุลกากรได้สรุปแนวทางว่า การพิจารณาจัดเก็บภาษีรถยนต์ชนิดนำเข้าทั้งคัน จะพิจารณาว่าเป็นชุดรถสมบูรณ์จากข้อมูลเพียง 2 ส่วน คือ ข้อมูลเลขเครื่องยนต์ และเลขตัวถังรถยนต์ หากพบว่าข้อมูลทั้งสองส่วนตรงกัน ก็จะไม่ตรวจสอบเลขเกียร์ หรือเลขชิ้นส่วนอื่นอีก ดังนั้น เมื่อมีความชัดเจน ดีเอสไอจะทำหนังสือเตือนครั้งสุดท้ายให้ผู้ครอบครองจดประกอบอีก 150 คัน ให้นำรถเข้ามาตรวจสภาพก่อน หากหลีกเลี่ยง ดีเอสไอจะติดตามยึดอายัดรถเพื่อนำมาคำนวณเรียกคืนภาษีให้ครบ สำหรับมูลค่าความเสียหายในส่วนของรถที่นำมาตรวจสภาพ 378 คัน พบว่า มีการสำแดงเท็จเลี่ยงภาษี 1,800 ล้านบาท
"จากการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบราคากว่า 4 ล้านบาท จำนวน 548 คัน มีรถสมัครใจนำรถเข้าตรวจสภาพ 215 คัน และตรวจสภาพในภาคบังคับ 163 คัน มีรถที่ไม่ยอมเข้ารับการตรวจ 150 คัน คณะทำงานมีมติให้แจ้งเตือนเจ้าของรถครั้งสุดท้าย ทั้ง 150 คัน หากไม่นำรถเข้ามาตรวจสอบ ดีเอสไอจะนำกำลังออกติดตามจับกุมยึดรถ เพื่อเรียกเก็บภาษีให้ครบถ้วน โดยรถยนต์จดประกอบจะเสียภาษีนำเข้าเพียง 70% แต่รถยนต์ที่นำเข้าทั้งคัน จะต้องเสียภาษีไม่ต่ำกว่า 300%"
พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวถึงคดีรถหรูเพลิงไหม้ที่ปากช่องขณะขนส่งไปยื่นจดทะเบียนที่ จ.ศรีษะเกษ ว่า การสอบสวนทำให้ได้หลักฐานชัดเจนแล้วว่า เป็นขบวนการที่นำเข้ารถยนต์ทั้งคัน แบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก คือ 1. รถยนต์ที่ขโมยมาจากประเทศมาเลเซีย แล้วมาจัดทำเอกสารให้เป็นรถยนต์จดประกอบ เพื่อหลบเลี่ยงภาษี โดยพบด้วยว่า รถ 2 คันใน 6 คัน ที่ดีเอสไอยึดไว้เป็นของกลาง เป็นรถที่ขโมยมาจากมาเลเซีย ขับผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในคราบนักท่องเที่ยวแต่ขากลับไม่นำรถกลับออกไป ดีเอสไอจึงได้ขอศาลอนุมัติหมายจับชาวมาเลเซีย 2 คน ได้แก่ นาย Ng Chee Kiong อายุ 30 ปี และนาย Poh Boom Poy อายุ 42 ปี ในข้อหาร่วมกันนำ หรือพาของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากร โดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ในการนำของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หรือเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร ล่าสุดประเทศมาเลเซียประสานขอรับคืนรถเบนซ์ 2 คัน ที่ถูกขโมยมายื่นขอจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบในประเทศไทย
พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวอีกว่า รูปแบบที่ 2 คือ การนำเข้ารถยนต์ใหม่ทั้งคันแต่สำแดงว่าเป็นการนำเข้าซากรถยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ ซึ่งการจัดเก็บฐานข้อมูล พบว่า มีรถยนต์จดประกอบ ซึ่งอยู่ในสารบบที่กรมการขนส่งทางบกจัดเก็บเป็นฐานข้อมูล จำนวนรถยนต์จดประกอบ 6,575 คัน ซึ่งดีเอสไอพบว่า มีรถจดประกอบที่หายไปจากสารบบ 1,350 คัน และอยู่ระหว่างการติดตาม เนื่องจากพบว่า เป็นรถยนต์ที่มีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะลักลอบนำเข้ามาทั้งคันโดยผิดกฎหมาย มูลค่าเสียหายประมาณ 2,000 ล้านบาท
พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับรูปแบบที่ 3 เป็นการลักลอบนำรถยนต์ออกจากเขตปลอดอากร หรือฟรีโซนของกรมศุลกากร โดยรถยนต์ที่จอดพักอยู่ในฟรีโซนเป็นรถยนต์ที่สำแดงว่า จอดพักเพื่อเตรียมขนส่งต่อไปยังประเทศอื่น ขณะที่ข้อมูลจากการสืบสวนติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลขบวนการทุจริตพบว่า ในการประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางของกรมศุลกากร ทั้ง 2 ครั้ง ในวันที่ 3 ก.ค. 57 จำนวน 357 คัน และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 57 จำนวน 240 คัน พบว่า เป็นรถยนต์ที่อยู่ในฐานข้อมูลของรถยนต์จดประกอบจำนวน 12 คัน การนำรถออกไปประมูลขาย จึงเป็นส่วนหนึ่งของการฟอกรถ เพื่อให้สามารถจดทะเบียนได้ นอกจากนี้สิ่งที่ยืนยันได้ว่ามีการลักลอบนำรถออกจากฟรีโซนอย่างต่อเนื่อง คือ รถยนต์เบนท์ลีย์ 1 ใน 6 คัน ที่ถูกไฟไหม้ที่ปากช่อง เป็นรถที่ลักลอบออกมาจากเขตฟรีโซน ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ สอดรับกับการแถลงข่าวของกรมศุลกากร ที่ระบุว่า มีรถยนต์ของกลางสูญหายไปกว่า 500 คัน



