ข่าว

‘จักรทิพย์’สั่งเดินเครื่องคดีหมิ่นสถาบัน

‘จักรทิพย์’สั่งเดินเครื่องคดีหมิ่นสถาบัน

14 ต.ค. 2557

‘จักรทิพย์’ มอบนโยบายมั่นคง สั่งเดินเครื่องคดีหมิ่นสถาบัน กำชับจับตาภาคใต้พิเศษช่วงเปลี่ยนผ่านหน้าที่ เผย ‘เสี่ยโจ้’ หนีออกนอกประเทศแล้ว

 
                 14 ต.ค.57 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาราชการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.รอง ผบ.ตร.) (มค) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายงานความมั่นคง โดยมีพล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม รรท.ที่ปรึกษา (มค 1), พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. (มค 2), พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. (มค 3), พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. (มค 4) เข้าร่วมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงให้แก่ผู้แทนหน่วยปฏิบัติ ได้แก่ บช.น., ภ.1-9, บช.ก, สตม., กมค., ตท. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลและ ผบ.ตร. ในการปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติและเสริมสร้างความสามัคคีให้คนในชาติ
 
                 พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่า สำหรับคดีหมิ่นสถาบันฯนั้น จะดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมาจากการปราศรัยบนเวทีชุมนุมหรือความผิดในโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยได้ให้ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นผู้ดูแล อีกทั้งยังสั่งให้ พล.ต.ท.อำนาจ ไปตรวจสอบความยากง่ายของคดีเหล่านั้นด้วยว่ามีข้อติดขัดตรงส่วนใด เพื่อให้คดีเดินหน้าต่อไป นอกจากนี้ได้เตรียมจัดตั้งศูนย์ป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีหมิ่นสถาบันผ่านอินเตอร์เน็ตขึ้นมาโดยเฉพาะ เนื่องจากปัจจุบันโซเชียลมีเดียถือเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างหนึ่งเช่นกัน
 
                 พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยว่า จะดำเนินการตามนโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ควบคู่งานมวลชน ส่วนเหตุเผาโรงเรียนหลายแห่งในจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ จากกลุ่มพูโลเก่า จึงได้กำชับให้ผู้บังคับการจังหวัดในพื้นที่ชายแดนใต้ เร่งรัดคดี ไม่ให้เกิดสูญญากาศช่วงก่อนรับนโยบาย สำหรับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น คาดว่า น่าจะเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ตามวันสำคัญของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ทั้งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของผู้นำเหล่าทัพหลายหน่วยด้วย ซึ่งก็ได้สั่งการให้ผู้การตำรวจในพื้นที่ให้ดูแลและเฝ้าระวังเป็นพิเศษมากขึ้น ทั้งนี้ ตนจะเดินทางไปมอบนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อเร่งหาวิธีเยียวยาโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุรุนแรงดังกล่าว
 
                 ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีความมั่นคงอื่น ๆ เช่น อาวุธสงคราม ยังมีปรากฏให้เห็นหรือไม่ รรท.รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้จะได้ขอสำนวนคดีเก่าที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ซึ่งเคยรับผิดชอบงานด้านความมั่นคง มาดำเนินการต่อ
 
                 เมื่อถามถึงกรณี นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ได้หลบหนี ระหว่างถูกควบคุมตัวไปฟังคำพิพากษาศาล จ.ปัตตานี ในคดีครอบครองเอกสารตรวจลงตราเข้าเมืองปลอม พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่า ได้สั่งให้เร่งตามจับกุมแล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว น่าเป็นการหลบหนีโดยใช้เส้นทางทะเล พร้อมตรวจสอบว่า มีบุคคลใดเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หากพบมีเจ้าหน้าที่รู้เห็น จะต้องดำเนินการเด็ดขาด เบื้องต้นยังเชื่อว่าเป็นเหตุเฉพาะหน้าตำรวจคงไม่ได้ปล่อยให้หลบหนีหรือรับเงินอย่างที่มีข่าว ซึ่งตนก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีแล้ว ทั้งนี้ การประชุมมอบนโยบายที่จะเกิดขึ้น จะมีการหารือเกี่ยวกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในสามจังหวัดชายแดนใต้ด้วย ซึ่งชื่อของนายสหชัย ก็มีอยู่บัญชีกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย เรื่องของน้ำมันเถื่อน นอกจากนี้ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังขออนุมัติศาลออกหมายจับนายสหชัย และผู้ต้องหาอื่น รวม 8 คน ในข้อหาค้าน้ำมันเถื่อนไปก่อนหน้านี้แล้วด้วย
 
                 พล.ต.ท.จักกรทิพย์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของงานฌาปนกิจศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่วัดบางไผ่ จ.นนทบุรี ด้วยว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รรท.ผบช.ภ.1 ไปหามาตรการเฝ้าระวังความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มการเมืองที่จะมารวมตัวเคลื่อนไหวในวันดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นไม่มีความกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากได้เรียกแกนนำกลุ่มต่างๆมาทำความเข้าใจกันแล้ว