
เจ้าดวงเดือนปลื้มจัดสู่ข้าวเอาขวัญแพนด้าน้อยอลังการ
ขบวนแห่งาน สู่ข้าวเอาขวัญสุดยิ่งใหญ่ สวนสัตว์เชียงใหม่จัดพิธีรับขวัญแพนด้าน้อยแบบล้านนา เอกอัคราชทูตจีนประจำประเทศไทยร่วมในพิธีด้วย หอค้าเชียงใหม่ ชี้แพนด้าน้อยช่วยหนุนบรรยากาศท่องเที่ยววันหยุดยาวคึกคัก คาด 5 วัน เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เอกอัคร
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศขบวนแห่งาน ”สู่ข้าวเอาขวัญ แพนด้าน้อย” ในวันนี้ (5 ก.ค.) เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 08.30 น. ที่สี่แยกโรงแรมเชียงใม่ภูคำ ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ขบวนแห่นำโดยรถโบราณจากพิพิธภัณฑ์บ้านโบราณ จำนวน 5 คัน ตามด้วยขบวนรถฟีโน่คลับ จำนวน 50 คัน มาสคอตสัตว์ต่างๆเดินโชว์ทักทายนักท่องเที่ยวและขบวนบายศรีสู่ขวัญ มีนักเรียนจากโรงเรียนนวมินทร์ราชูทิศพายัพ จ.เชียงใหม่ร่วมในขบวนซึ่งตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงาม เด็กนักเรียนแต่งกายพื้นเมืองเพ้นส์สีดำบริเวณดวงตาเป็นรูปแพนด้า โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวรอชมขบวนแห่ตลอด 2 ข้างทาง
ส่วนพิธีสงฆ์ถูกจัดขึ้นที่สโมสร ใกล้ส่วนจัดแสดงแพนด้าภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ มีพระสงฆ์ประกอบพิธีทางศาสนา และนายสนั่น ธรรมาธิ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านประเพณีล้านนา สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบพิธีรับขวัญแพนด้าน้อยแบบล้านนา โดยมีนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ และ HE. MR. GUAN MU เอกอัคราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ร่วมในพิธี
นอกจากนี้ยังมีการขับซอพื้นเมืองโดยแม่บัวซอน ถนอมบุญ และการกล่าวค่าวฮ่า หรือบทกลอนของชาวล้านนา ต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน ” สู่ข้าว เอาขวัญ แพนด้าน้อย ” โดยอาจารย์อำนวย กลัมพัด ศิลปินพื้นบ้านล้านนา
ส่วนนายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาวติดต่อกัน 5 วันนี้ บรรยากาศการท่องเที่ยวของ จ.เชียงใหม่คึกคักมาก เพราะมีแพนด้าน้อยที่เกิดในสวนสัตว์เชียงใหม่ช่วยกระตุ้น โดยเฉพาะวันหยุด 4-6 ก.ค. มีการจัดงาน ” สู่ข้าว เอาขวัญแพนด้าน้อย ” จากการตรวจสอบพบว่าการเดินทางโดยเครื่องบินมียอดการจองเพิ่มขึ้น 60 - 70% ธุรกิจรถเช่ามียอดจองถึง 100% ส่วนโรงแรมก็มีอัตรากาเข้าพักเพิ่มขึ้นกว่า 45% จากเดิมลดลงเหลือ 20%
“คาดว่าวันหยุดยาวตลอดระยะเวลา 5 วันนี้ จะมีเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหมุนเวียนในจ.เชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 100 ล้านบาท ” นายณรงค์กล่าว
ทูตจีนเชื่อมั่นแพนด้าน้อยนำโชคดีให้ชาวเชียงใหม่
HE. MR. GUAN MU เอกอัคราชทูตจีน ประจำประเทศไทย กล่าวในนามรัฐบาลจีนระหว่างร่วมพิธี ” สู่ข้าว เอาขวัญ แพนด้าน้อย ” ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ว่า ขอแสดงความยินดีกับสวนสัตว์เชียงใหม่ พี่น้องชาวเชียงใหม่และประชาชนชาวไทยทุกคน ตั้งแต่ปี 2546 ที่แพนด้าช่วงช่วงและหลินฮุ่ยมาอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ประเทศไทยได้ให้การต้อนรับและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี จนช่วงช่วง - หลินฮุย เติบโตและมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง จนให้กำเนิดลูกแพนด้าน้อยที่น่ารัก
ในนามของประเทศจีนจึงขอแสดงความขอบคุณที่ประเทศไทยได้ดูแลเอาใจใส่ทูตสันถวไมตรีของเราเป็นอย่างดีเยี่ยมจนถึงวันนี้ เป็นความปลาบปลื้มของชาวจีน-ชาวไทยและยังเป็นแก้วผลึกในมิตรภาพไทยจีนอีกด้วย
“ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าลูกแพนด้าน้อยตัวนี้จะนำโชคดีมาให้ชาวเชียงใหม่ พี่น้องคนไทยและจีน และทำให้มิตรภาพระหว่างจีน-ไทยมีสีสันมากขึ้น”เอกอัคราทูตราชทูตจีนประจำประเทศไทยกล่าว
คนแห่ชมแพนด้าน้อยแน่นขนัด
บรรยากาศการเปิดให้ประชาชนเข้าชมแพนด้าน้อยตัวเป็นๆในวันนี้(5 ก.ค.)เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนมาเข้าคิวเพื่อเข้าชมแพนด้าน้อยอย่างเนืองแน่นจนแถวยาวล้นออกมาจากประตูทางเข้ากว่า 50 เมตร บัตรที่แจกจ่ายในรอบเช้าหมดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในรอบบ่ายก็คาดว่าประชาชนจะทยอยรับบัตรเข้าชมเป็นจำนวนมากเช่นกัน
การตรวจสุขภาพแพนด้าน้อยในตู้อบครั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงเต็มได้โดยไม่มีปัญหา ขณะที่หลินฮุ่ย อยู่ในคอกกักกินอาหารอย่างชื่นมื่นไม่มีความกังวลใด แต่ไม่ยอมกินไผ่ ร้องขอให้พี่เลี้ยงนำผลไม้และขนมปังไผ่มาป้อนให้และให้ความร่วมมือในการฝึกยกแขนขาตามที่พี่เลี้ยงสั่งอย่างเต็มที่
นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย กล่าวว่า การนำแพนด้าน้อยมาตรวจสุขภาพในวันนี้ พี่เลี้ยงต้องใช้เทคนิกหลอกล่อให้หลินฮุยยอมวางลูก เพราะเสียงภายนอกค่อนข้างดัง เช่น เสียงกลองในพิธี พี่เลี้ยงได้ใช้วิธีนำแครอทยื่นให้หลินฮุยทั้งสองมือเพื่อปล่อยลูกแล้วหยิบกิน โดยมีพี่เลี้ยงอีกคนคอยประคองแพนด้าน้อยในจังหวะที่หลินฮุยลุกขึ้นแล้วยื่นมือมาหยิบแครอท จนประสบความสำเร็จนำแพนด้าน้อยมาตรวจสุขภาพได้
ผลการตรวจสุขภาพของแพนด้าน้อยวันนี้ มีน้ำหนักตัว 1,985 กรัม เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 60 กรัม ส่วนความยาวลำตัว 39 เซนติเมตร สำหรับตาซ้ายที่เริ่มเปิดลืมตาเมื่อวานนี้ เริ่มลืมตาได้เต็มที่มากขึ้นหลังมีการปรับสภาพรับกับแสงสว่างภายนอก คาดว่าในอีก 1- 2 วันดวงตาขวาของแพนด้าน้อยที่เริ่มเปิดออกจะเริ่มปรับสภาพและลืมตาได้เช่นเดียวกัน การตรวจสุขภาพในครั้งต่อไปจะเน้นตรวจวัดดูเรื่องน้ำหนักเป็นหลัก
นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญแพนด้าว่า แพนด้าน้อยที่สวนสัตว์เชียงใหม่มีน้ำหนักตัวมากที่สุด โดยมีอายุเพียง 1 เดือนก็มีน้ำหนักตัวเกือบ 2 กิโลกรัม ขณะที่ลูกแพนด้าในต่างประเทศจะมีน้ำหนักตัว 2 กิโลกรัม เมื่ออายุได้ 2 -3 เดือน
“นายเว่ย หมิง ผู้เชี่ยวชาญจากจีน เห็นลักษณะพิเศษของแพนด้าน้อยแล้วถึงกับทึ่ง เพราะมีพัฒนาการและความพิเศษแตกต่างจากลูกแพนด้าน้อยตัวอื่นที่เกิดมา โดยเฉพาะพัฒนาการทั้งการเริ่มชันตัวเพื่อหัดคลาน ” นายประเสริฐศักดิ์กล่าว
ด้านนางวนิชา เลาหาญ ชาวเขาเผ่าม้ง อายุ 30 ปี กล่าวว่า ตนทำงานค้าขายของที่ระลึกในหมู่บ้านม้งดอยปุยแต่วันนี้หยุดงานพาครอบครัวซึ่งมีทั้งสามี ลูก ๆ 3 คนและแม่ซึ่งเป็นผู้เฒ่าเดินมาเที่ยวที่สวนสัตว์ 1 วัน ที่มาสวนสัตว์ครั้งนี้เนื่องจากต้องการพาแม่ที่เดินทางมาจาก อ.ฮอด จ.เชียงใหม่มาเที่ยวชมสัตว์ และลูก ๆก็อยากมาจะมาดูแพนด้า แต่เนื่องจากไม่ได้วางแผนจองคิวล่วงหน้า แต่เมื่อเห็นคนมาต่อคิวเป็นจำนวนมากก็เปลี่ยนใจพาครอบครัวเดินไปดูผ่านโทรทัศน์วงจรปิดซึ่งเด็กๆก็ชอบใจ แม่เฒ่าก็พอใจเพราะจะได้มีเวลาเดินไปเที่ยวชมส่วนต่าง ๆของสวนสัตว์ได้ด้วย
เจ้าดวงเดือนปลื้มจัดสู่ข้าวเอาขวัญแพนด้าน้อยอลังการ
เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือกล่าวภายหลังเดินทางมาร่วมพิธี ” สู่ข้าวเอาขวัญ ” ที่ จ.เชียงใหม่ว่า รู้สึกพอใจและยินดีมากที่การจัดพิธีการวันนี้เป็นไปอย่างอลังการและคราคร่ำไปด้วยผู้คน ถือเป็นโชคดีของเมืองเชียงใหม่ มีสภาพอากาศดีทำให้แพนด้าสามารถอยู่ได้ ในนามของกระทรวงวัฒนธรรมมองว่าการจัดงานและมีแพนด้าน้อยขึ้นมาถือเป็นแรงของวัฒนธรรมทางด้านมิตรภาพ อยากขอร้องทุกฝ่ายทุกสีให้มาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เชียงใหม่มีความสงบไม่ใช้ความรุนแรง เพราะขณะนี้เชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดเดียวในประเทศที่มีแนด้าและมีสัตว์ที่สวยงาม



