
บิ๊กตู่วอนสื่ออย่าตกเป็นเครื่องมือโจรใต้
บิ๊กตู่วอนสื่ออย่าตกเป็นเครื่องมือโจรใต้ เผาร.ร.สร้างความหวาดกลัวหวังให้โลกรู้ นอภ.ทุ่งยางแดงมั่นใจทุ่งยางแดงโมเดลสกัดภัยลามสถานศึกษา
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 13 ต.ค.2557 ที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิดเหตุเผาโรงเรียน ที่จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่ทับซ้อนมายาวนาน วันนี้เราได้มีการปรับโครงสร้างทุกหน่วยงานมาขับเคลื่อนโดยรัฐบาลแม้กฎหมายจะแยกกันก็ตาม แต่วันนี้เราก็มีคณะกรรมการนโยบายขับเคลื่อนผู้ปฏิบัติศาลแพ่ง กอ.รมน. ศอ.บต. กระทรวง ทบวง กรมก็ได้มีการขับเคลื่อนทั้งหมดแต่ต้องยอมรับว่าปัญหาในพื้นที่ภาคใต้เป็นปัญหาที่ซับซ้อนเกิดมาเป็นเวลาหลายร้อยปีรวมทั้งประวัติชาติพันธุ์ จึงทำให้มีคนคิดยุแหย่เรื่องต่างๆ เหล่านี้ รัฐบาลก็พยายามจะปรับเปลี่ยนซึ่งถ้ารัฐบาลไม่ทำใช้การปราบปรามอย่างเดียวไม่มีการพัฒนาเราเสียอย่างแน่นอน เพราะจะเกิดเหตุคนเจ็บคนตายมากกว่านี้ วันนี้แม้สถิติเหตุการณ์ต่างๆ จะลดลง แต่พวกเราทุกคนไม่เคยมีความสุขเพราะแค่เสียชีวิตหนึ่งคนเราก็ยอมไม่ได้ ตนจึงไม่อยากใช้คำว่าสถิติลดลงคนตายลดลงจากร้อยเหลือ 50 คนเพราะถือเป็นชีวิตของทุกคน แต่อย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่เองก็ตายด้วย
"สิ่งที่สื่อต้องช่วยผมต้องเสนอข่าวว่าทำไมคนเหล่านี้จึงต้องมาใช้ความรุนแรงกับเราแบบนี้ ที่ผ่านมาเราไม่เคยไปฝืนใจหรือบังคับ เราให้และทำให้ทุกอย่าง คนไทยพุทธยังไม่ได้เท่านี้เลย ผมก็รักทุกคน ผมเองก็อยู่ในพื้นที่มาโดยตลอด แต่พอมีเรื่องขึ้นมาวันนี้ก็มาหาว่าเป็นการตบหน้านายกฯ มาตบผมตรงไหน ผมก็พยายามทำให้เหตุการณ์มันลดลง ปรับตรงโน้นแก้ตรงนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เร่งทำงานที่ผ่านมาเดินมา 7 ยุทธศาสตร์ และไม่ใช่ว่าเรื่องจะจบได้โดยเร็ว ดูทั้งเรื่องความมั่นคงเรื่องความปลอดภัยทรัพย์สิน การพัฒนา การสร้างความเข้าใจ การแสวงหาจุดร่วมท่ามกลางความขัดแย้งมีการทำงานทั้งหมด 20 ด้านมีคนทำงานกว่า 6 หมื่นคน ถ้าถามว่าทำไมปัญหายังไม่จบก็บอกได้ว่ามันเป็นการต่อสู้ทางความคิด โดยลักษณะการปลูกกระแสว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เรื่องของศาสนา เจ้าหน้าที่ดังนั้นประเด็นการพูดคุยสันติสุขจึงเกิดขึ้น โดยรัฐไม่ได้มองว่าพวกเขาเป็นศัตรูถือว่าเป็นคนไทยทุกคน เป็นไทยมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯลงพื้นที่หลายสิบปีถึงยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ทำป่านนี้คงไม่อยู่กับเราแล้ว ไปไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถรับทราบมาตลอดว่าคนใต้เป็นคนน่ารัก มีฝีมือตัดเย็บอะไรก็ชนะได้ที่หนึ่งไม่มีภาคไหนปักผ้าได้สวยเท่าภาคใต้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นประเมินหรือไม่ว่าคนในพื้นที่ต้องการอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ในพื้นที่ต้องการความสงบสุขแต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถอยู่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฝ่ายที่ไม่หวังดีก็แอบซ่อนเข้ามา ดังนั้นเราต้องสร้างคนเหล่านี้ให้มีความเข้มแข็งด้วยการพัฒนา แต่กลุ่มผู้ไม่หวังดีก็จะใช้ความรุนแรงเข้ามาฆ่าประชาชน จึงทำให้คนไม่กล้าเข้ามาหารัฐทั้งที่ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากต้องการเข้ามาหาฝ่ายรัฐ กลุ่มที่ต้องการกลับบ้านก็มี ต้องการมาร่วมมือกับรัฐก็มี แต่ก็ถูกฆ่าและตนเชื่อว่าผู้ก่อความไม่สงบไม่ใช่คนมุสลิมแต่เป็นคนที่ไม่มีศาสนามากกว่า เพราะถ้ามีศาสนาคงไม่ฆ่าคน
ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่ก่อเหตุเผาโรงเรียนมีรายงานว่ามากัน 40 คนเป็นคนในพื้นที่หรือมาจากที่อื่น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังติดตามอยู่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กำลังดูอยู่แล้ว กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพยายามที่ก่อเหตุจุดนั้นจุดนี้แต่มีไม่มาก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาถึงแผนป้องกันและมาตรการต่างๆ รวมทั้งการข่าวซึ่งก็ต้องมาปรับแก้กัน
เมื่อถามว่ายังมีพื้นที่สีแดงอีกจำนวนเท่าไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "วันนี้ไม่มีแดง วันนี้มีพื้นที่ความมั่นคง 136 หมู่บ้าน ทั้งหมด 3 จังหวัด 4 อำเภอ มีทั้งหมดกว่า 2,000 หมู่บ้าน ซึ่งเราแบ่งออกเป็น 3 เกรด คือ 1.พื้นที่ที่มีการก่อเหตุจำนวน 136 หมู่บ้าน 2. ระดับกลางมีพันกว่าหมู่บ้านที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเรื่องความมั่นคง และ 3.เป็นหมู่บ้านที่มีการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบไม่มีการบาดเจ็บหรือสูญเสีย วันนี้เหลือเพียง 136 หมู่บ้าน ซึ่งไม่ได้เกิดเหตุทุกวันโดยเราก็ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการแก้ปัญหาทางฝ่ายสันติสุขก็ต้องคุยไป ในส่วนการพัฒนาก็เร่งลงไปในพื้นที่ตอนนี้ทุกกระทรวงเร่งทำงานกันทั้งหมด ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และการสร้างรายได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีทุกที่ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ ยืนยันว่าผมแก้ปัญหาทั้งหมดอยู่ร้อยแปดพันเรื่อง ทำกันจนจะตายอยู่แล้ว"
เมื่อถามว่าเหตุใดวิธีการเผาโรงเรียนจึงถูกนำมาใช้อีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องไปถามคนที่เผา เป็นเพราะต้องการสร้างความหวาดกลัวเปิดช่องทางการสื่อสารทางสังคม สร้างเหตุการณ์ให้สากลโลกรู้ สื่อก็เป็นเครื่องมือในการโฆษณาช่วยผู้ก่อความไม่สงบต่อไป วันนี้ฝ่ายก่อความไม่สงบใช้กำลังสู้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่ได้ก็หันมาใช้วิธีการโฆษณาให้ต่างชาติได้เห็นเดี๋ยวก็เข้ามา
เมื่อถามว่ากลุ่มอาร์เคเคซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ก่อเหตุยังมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพูดมาหลายครั้งแล้วว่าจำนวนลดลงเรื่อยๆ แต่ก็มีการปะทะกันมากแต่มีไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านปะปนอยู่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ถึงเวลาก็ออกไปยิงคน ขอร้องสื่อว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือหรือขยายความให้ผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ต้องดูว่าอะไรที่เสนอข่าวแล้วเป็นข้อเท็จจริงและเกิดประโยชน์ต่อบ้านและประเทศเราก็สมควรที่จะทำ ถ้าไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศเสนอข้อเท็จจริงก็ควรจบไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อว่าเจ้าหน้าที่ก็ใช้ไม่ได้ แล้วเราจะได้อะไรขึ้นมา ผลประโยชน์ก็จะไปตกอยู่กับฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้น ทำให้ต่างประเทศรับรู้รับทราบ
ต่อข้อถามว่ารัฐบาลมีแผนงานที่จะพัฒนาในพื้นที่อย่างเข้าถึงได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทำงานมาโดยตลอดมีการขับเคลื่อนโดยทุกหน่วยงานจากทุกกระทรวง เพียงแต่ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องงบประมาณ ไม่ยอมทำงานกันจึงทำให้เกิดปัญหาจึงต้องมาทำกันวันนี้
พล.ร.อ.ณรงค์ฝากชุมชนช่วยดูแลร.ร.ใต้
ด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว ศธ.ให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ทางสพฐ.ได้โอนเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วโรงเรียนละ 4 แสนบาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน รวมทั้งอาจจัดสร้างอาคารชั่วคราวให้นักเรียนได้เรียนไปก่อน ขั้นตอนต่อไปจะให้โรงเรียนเสนอข้อมูลการจัดสร้างอาคารเรียนใหม่ เพื่อให้ทันปีการศึกษาหน้า สำหรับการระวังป้องกันนั้น ความจริงก็เป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันกับฝ่ายความมั่นคง และต่อไปก็ต้องประสานความร่วมมือให้มากขึ้น ที่สำคัญจะต้องขอความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ให้ช่วยดูแลเป็นหูเป็นตา เมื่อมีสิ่งบอกเหตุก็ขอให้แจ้งทางหน่วยงานความมั่นคงหรือทางโรงเรียนให้ทราบล่วงหน้าเพื่อจะได้ช่วยกันป้องกัน
“อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะช่วยกันดูแลป้องกันทุกวิถีทางแล้ว เหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้นอีก เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุม แต่เราก็ต้องเฝ้าระวังให้มากขึ้น"พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว
ประวิตรเผยอยู่ระหว่างหาหน.ทีมคุยสันติสุข
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประสานพูดคุยสันติสุขระหว่างฝ่ายไทยกับมาเลเซีย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาบุคคลที่จะไปพูดคุย
เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีชื่อของพล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นหัวหน้าทีมพูดคุยฯ แต่ทางมาเลเซียต้องการให้ทีมพูดคุยให้มาจากพลเรือน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ใครบอกมา ตนยังไม่ได้ยินเรื่องนี้ ซึ่งทางมาเลเซียเองก็คงจะใช้ทหารเหมือนกัน ทั้งนี้คาดว่าจะตั้งคณะทำงานพูดคุยขึ้นในเร็วๆนี้ เพื่อประสานงานกันว่าจะพูดคุยกันเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งจะมีประเด็นเรื่องที่จะคุยสันติสุขขึ้นในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ รวมอยู่ด้วย”
เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าฝ่ายไทยยืนยันจะส่งทหารเป็นตัวแทน รองนายกฯกล่าวว่า “ใช่” ซึ่งทางพล.อ.อักษรา ถือว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี และติดตามงานด้านนี้มาโดยตลอด ผู้สื่อข่าวถามว่าภารกิจกำหนดการเยือนมาเลเซียของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังเป็นไปตามกำหนดที่วางไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบในส่วนของนายกฯ เพราะขณะนี้นายกฯกำลังเดินหน้างานไปตามโรดแม็ป
เรียกคุยหน่วยความมั่นคง
ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ได้เรียกประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ เพื่อติดตามงานต่างๆที่ได้มอบหมายให้หน่วยงานรับไปดำเนินการ โดย พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า การหารือได้พูดคุยในเรื่องทั่วไปและติดตามงานที่มอบให้กับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ตนได้สั่งการไปแล้ว เช่น การตรวจสอบแสงไฟส่องสว่างและการติดตั้งกล้องวงจรปิด(ซีซีทีวี)ทั่วพื้นที่กทม.283 จุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการใกล้จะแล้วเสร็จตามกำหนด ไม่มีเน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษ
นอภ.ทุ่งยางแดงมั่นใจ"ทุ่งยางแดงโมเดล"สกัดภัยลามสถานศึกษา
นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอทุ่งยางแดง เปิดเผยว่า แนวคิดการตั้ง "ทุ่งยางแดงโมเดล" ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะมาตรการดูแลความปลอดภัยสถานศึกษาหลังจากที่คนร้ายลอบเผาโรงเรียน 6 แห่งในพื้นที่จังหวัดปัตานีถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะวันนี้ระดับพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครองหรือความมั่นคงเราพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ และไม่ว่ารูปแบบ "ทุ่งยางแดงโมเดล" จะออกมาแบบใดเชื่อว่าการที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนแผนงานไปพร้อมๆกันอย่างจริงจังจะทำให้ระบบการทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมั่นใจว่า "ทุ่งยางแดงโมเดล" จะมีส่วนทำให้การผสานความร่วมมือกันมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้นทั้งระดับองค์กร หน่วยงานภาครัฐและชุมชน ซึ่งถือเป็นกลไกที่สำคัญที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชนและชาวบ้านในการสร้างการส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและเป็นหูเป็นตาราวมกันในการป้องกันภัยไม่ให้มีคนร้ายลอบเข้ามาเผาทำลายสถานศึกษาได้อีก โดยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยแบบรีโมต หรือกล้องวงจรปิดก็จะเป็นเครื่องมือเสริมความปลอดภัยได้อีกทางหนึ่ง
"ทุ่งยางแดงโมเดลจะเป็นโมเดลที่เข้ามาสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรและชุมชนให้สามารถเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนความเข้มแข็งระดับพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น" นายเศวต กล่าว
ชี้เผาโรงเรียน6แห่งปัตตานีเป็นแผนของคนร้าย
พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) จ.ยะลา เปิดเผยว่า เหตุคนร้ายวางเพลิงโรงเรียนในพื้นที่ อ.มายอ และ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รวม 6 แห่ง เหตุเกิด 02.00 น. วันที่ 12 ต.ค ที่ผ่านมา ในการสอบพยานเบื้องต้นเชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังเจ้าหน้าที่เร่งรัด จับกุมหัวหน้ากลุ่มที่ก่อเหตุยิงผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต ในพื้นที่ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 57 ก่อนนำปืนของผู้ใหญบ้านหลบหนีไปด้วย ซึ่งหลังจากการติดตามจับกุมคนร้ายที่ยิงผู้ใหญ่บ้าน
ทราบว่า
คนร้ายกลุ่มนี้เข้ามากบดานอยู่ในกระท่อมแห่งหนึ่งในพื้นที่ จึงได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบ ปิดล้อมตามยุทธวิธี ซึ่งในขณะที่เข้าปิดล้อม กลุ่มคนร้ายไหวตัวทัน ได้หลบหนีไป โดยพบว่าในกระท่อมที่กบดานนั้น มีอาวุธปืนขนาด .357 ที่ตรวจสอบพบเป็นปืนของ ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีนั้น ทราบตัวแล้วคือนายอันวา ยือราแป ที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งมีพยานหลักฐานจำนวนมาก และหลังเกิดเหตุก็ได้มีการประชุมเพื่อปรับแผน ในเรื่องมาตรการดูแล ทั้งการประสานงานกับฝ่ายทหารในพื้นที่ ในส่วนของตำรวจก็จะมีการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ทั้งกับครูและสถาบันการศึกษา
ผบ.ทบ.ประชุมทางไกลกำชับเร่งดำเนินการ3มาตรการป้องโจรใต้
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้ลอบวางเพลิงโรงเรียน ในพื้นที่ อำเภอทุ่งยางแดง และอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อ 12 ตุลาคม 2557 เวลา 02.35 น. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้อาคารเรียนได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 6 หลัง เสียหายบางส่วน 1 หลัง อุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น คอมพิวเตอร์, แท็บแลต, ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ และอื่นๆ ได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนมาก จากกรณีดังกล่าว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยและกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องหามาตรการรองรับให้ทันเปิดภาคการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารเรียนชั่วคราวและอุปกรณ์การเรียนการสอน
“และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เรียกประชุมทางไกลผ่านจอภาพ(VTC) กับกองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งได้สั่งกำชับให้หน่วยในพื้นที่ เร่งดำเนินการใน 3 มาตรการ คือ มาตรการทางทหาร ให้ใช้ทั้งการป้องกัน ป้องปราม และตอบโต้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด กล่าวคือ ให้เสริมสร้างความเข็มแข็งให้กำลังฝ่ายพลเรือน และกำลังภาคประชาชน ในการเข้ามาร่วมในการดูแลพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ โดยให้กำลังทหารเข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด มีการจัดทำประวัติ และพฤติกรรมอย่างละเอียด มีระบบการติดต่อสื่อสาร โดยให้มีศูนย์การสื่อสารในระดับตำบลที่สามารถกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว มีการกำหนดวงรอบการรายงานที่ชัดเจนทั้งนี้จะต้องมี การจัดกำลังเคลื่อนที่เร็ว และชุดซุ่มที่สามารถปฏิบัติและตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที่ ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจทุกชนิด ให้เกิดประสิทธิผล และสามารถป้องปรามการก่อเหตุรุนแรงได้ เช่น CCTV, การลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ เป็นต้น” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว
พันเอกปราโมทย์ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นยังมีมาตรการทางการเมือง ให้เน้นการรุกทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ ทั้งนี้จะเสริมทีมงานลงมาช่วยขับเคลื่อนงานการเมือง และงานมวลชนในพื้นที่ ภายใต้แผนงานและการกำกับดูของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ส่วนมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า เร่งรัดในเรื่องสถานที่เรียนชั่วคราวและอุปกรณ์การเรียนการสอนให้ทันก่อนเปิดภาคการศึกษา โดยให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน และให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าไปให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังความสามารถ สำหรับการติดตามจับกุมคนร้ายให้กองกำลังตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย
จากนโยบายและข้อสั่งการดังกล่าว แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการเน้นย้ำ ให้หน่วยมีการปฏิบัติต่อข่าวสารและการกระจายข่าวสาร ข่าวกรอง ไปยังหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยให้วาง ระบบการแจ้งเตือน และสั่งการปฏิบัติให้ชัดเจน ใช้กำลังประจำถิ่น และกำลังภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ด้วยการฝึกทบทวนให้มีความ เข็มแข็งและให้มีการซักซ้อมการปฏิบัติ ตามแผนเผชิญเหตุตามห้วงเวลา ทั้งนี้ต้องกำหนดแผนในการปฏิบัติที่ชัดเจนสามารถปฏิบัติได้รวมทั้งให้เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจ และการซุ่มเฝ้าตรวจ โดยต้องปฏิบัติอย่างเข็มงวด และจริงจัง ใช้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน, ชุดคุ้มครองตำบล มาเสริมในมาตรการรักษาความปลอดภัยครูให้มากขึ้น โดยทุกหมู่บ้านจะต้องจัดกำลังตั้งเป็นด่านตรวจ จุดตรวจในหมู่บ้านตามเส้นทางที่ครูเดินทางในความรับผิดชอบ โดยกำหนด ให้พื้นที่อำเภอทุ่งยางแดงเป็นพื้นที่นำร่องในการเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ และกำลังภาคประชานชน
รวมทั้งการขับเคลื่อนแผนงานโครงการที่สำคัญ เช่น ตำบลเอาชนะยาเสพติด ชุมชนศรัทธา (กำปงตักวา) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด นอกจากนั้นให้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดการเรียนการสอนให้ทันก่อนห้วงการเปิดเทอม โดยในขั้นต้นได้ปรับเกลี่ยอาคารเรียนที่เหลือในโรงเรียนที่ถูกเผา และจัดหาเต้นท์เพิ่มเติม จำนวน 11 หลัง เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนชั่วคราว สำหรับอุปกรณ์ การเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะดำเนินการจัดหาให้ทัน ก่อนเปิดการศึกษาต่อไป
มท.1รับกลุ่มป่วนใต้เผาโรงเรียนคุมยาก
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ลอบเผาโรงเรียนในพื้นที่จ.ปัตตานี ว่า เท่าที่ตนติดตามสถานการณ์พบว่าการทำงานเจ้าหน้าที่ในเชิงปริมาณ มีจำนวนความรุนแรงลดลง ถ้าเชิงคุณภาพ อยากให้มองว่าประชาชนเข้าใจเรา และให้ความร่วมมือกับเรา
“แต่ถามว่าทำไมเกิดขึ้นได้ ผมคิดว่า คิดได้หลายแนว เพราะมีคนกระทำอยู่กลุ่มหนึ่ง สมมติว่ามีคนไปยิงคน ทำร้ายคน เราก็พยายามป้องกัน โดยมีชุดคุ้มครองครู คุ้มครองในตลาด ในเมือง พอเขาทำไม่ได้ เขาก็ไปเผาโรงเรียน ซึ่งการจะจัดยามไปเฝ้าทุกโรงเรียนเป็นไปไม่ได้ หรือถ้าเราดูแลดี เขาก็ไปล้มเสาไฟฟ้า พอเราไปดูล้มเสาไฟฟ้า เขาก็วนกลับไปยิงรถไฟ พอเราไปดูยิงรถไฟ เขาก็กลับมายิงคนอีก มันมีคนดำเนินการอยู่ ดังนั้น เหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นได้ แต่เราพยายามไม่ให้เกิด อันนี้คือควบคุมคนที่พยายามก่อเหตุ ส่วนการดูแลประชาชนเราก็ทำไป ในการพัฒนา เอาชนะใจเขาว่าเขาต้องอยู่กับรัฐบาลเรา ไม่ต้องการเป็นอื่น และให้ความร่วมมือทุกอย่าง ตอนนี้เขาก็ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่รัฐก็เข้าไปทำงานได้ทุกคน “ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว และว่า
เหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ แต่การจะไปบอกว่าเป็นเรื่องปกติคงไม่ได้ เราต้องหามาตรการควบคุม สรุปแล้วเขาทำ 10 อย่าง ก็ต้องดู 10 อย่าง เขาทำอย่างที่ 11 เราก็ต้องไปดูอย่างที่ 11



