ข่าว

รวบสองพี่น้องรับจ้างขนกัญชา

รวบสองพี่น้องรับจ้างขนกัญชา

13 ต.ค. 2557

รวบสองพี่น้องรับจ้างขนกัญชา หนัก 27 กก. มูลค่ากว่า 7 แสนบาท

 
 
          วันที่ 13 ต.ค.57  พ.ต.อ.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผกก.สน.ตลิ่งชัน พ.ต.ท.วิเชียร แสงพิทักษ์ รอง ผกก.ป.สน.ตลิ่งชัน พร้อมฝ่ายปราบปราม สน.ตลิ่งชัน ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายสมิง ชาลือ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ต.บ้าโคก อ.เมือง จ.มุกดาหาร และนายพุทธรักษ์ ชาลือ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 156 ต.บ้าโคก อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมของกลาง กัญชาอัดแท่งหนัก 1 กิโลกรัม จำนวน 27 แท่ง น้ำหนักรวม 27 กิโลกรัม บรรจุอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ที่ภายในสถานีบริการแก็สธรรมชาติ ในสถานีขนส่งกรุงเทพสายใต้ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม.
 
          พ.ต.อ.คมสิทธิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีลักลอบขนกัญชาล็อตใหญ่ลงพื้นที่ภาคใต้ โดยจะมีผู้ต้องหาเป็นชายไทย 2 คนระบุลักษณะการแต่งกายชัดเจน ลักลอบขนกัญชาอัดแท่งที่นำมาจากภาคอีสานลงสู่พื้นที่ภาคใต้ผ่านสถานีขนส่งสายใต้ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนจะนำกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าไปดักซุ่มตามจุดต่างๆภายใน สถานีขนส่งสายใต้ กระทั่งพบผู้ต้องหาทั้งสองมีลักษณะตรงกับที่สายรายงานเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น พบกัญชาอัดแท่งจำนวน 27 แท่ง ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าลากเดินทางทั้งสองใบ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ตลิ่งชัน
 
          จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนทั้งสองเป็นพี่น้องกัน มีอาชีพทำไร่ทำสวนอยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร ต่อมาได้รับการติดต่อจากนายฉลาด ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ให้มารับของตามจุดที่นัดหมายในขนส่งมุกดาหารเป็นกระเป๋าเดินทางแบบลาก 2 ใบ และให้เดินทางจากจังหวัดมุกดาหารมาที่กรุงเทพฯ ถึงเวลาประมาณ 08.00 น.ของวันนี้ โดยจะมีรถแท็กซี่มารอรับเพื่อนำพาไปยังที่โรงแรมม่านรูดย่านขนส่งสายใต้ โดยคนขับแท็กซี่ได้นัดแนะว่าประมาณ 16.00 น.จะมารับที่หน้าโรงแรมเพื่อไปส่งยังขนส่งสายใต้ เพื่อนำกัญชาดังกล่าวไปส่งยังขนส่งจังหวัดสตูล และจะมีนายสมร มารับกัญชาไปอีกทอดหนึ่ง ยอมรับทำมาแล้วเป็นครั้งที่ 2 แต่ละครั้งจะได้ค่าจ้าง 30,000 บาท เงินทั้งหมดจะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ เงินไม่พอใช้จึงหันมาทำสิ่งผิดกฎหมาย 
 
          พ.ต.อ.คมสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ทำให้ทราบว่ากัญชาดังกล่าวเป็นของนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในฝั่งภาคอีสาน หากกัญชาล็อตนี้หลุดรอดไปจะมีมูลค่ากว่า 700,000 บาท หากนำส่งต่อไปยังประเทศที่ 2 จะมีมูลค่ากว่าล้านบาท นอกจากนี้ ยังอาจมีผู้ร่วมขบวนการอีกคนหนึ่งที่ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพคือ คนขับแท็กซี่ที่เป็นผู้นำพาผู้ต้องหาไปยังที่ต่างๆ ซึ่งเป็นแท็กซี่คันเดิมที่เคยรับส่งผู้ต้องหาในครั้งก่อน จึงได้เร่งให้ฝ่ายสืบสวนหาข้อมูลเพื่อหาเจ้าของแท็กซี่คันดังกล่าวแล้ว
 
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายก่อนจะส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองให้พนักงานสอบสวนสน.ตลิ่งชันเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป