
ใครปล่อยเสี่ยโจ้ปริศนาที่ยังมืดดำ
ใครปล่อยเสี่ยโจ้ปริศนาที่ยังมืดดำ : ปาเรซ โลหะสัณฑ์รายงาน
ใครปล่อยตัว "เสี่ยโจ้" เป็นคำถามที่กระหึ่ม!! ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ก่อนจะมีคำเฉลยออกมาเป็นระลอก พร้อมกับคำสั่งศาลจังหวัดปัตตานีที่สั่งจำคุก ร.ต.ต.อรุณ ศรีสุขมาก รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมืองปัตตานี ตำรวจที่ทำหน้าที่ควบคุมตัวเสี่ยโจ้นาน 6 เดือน ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลโดยปล่อยตัวจำเลย นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ หลบหนี
สำหรับ “เสี่ยโจ้” ถือเป็นผู้กว้างขวางคนหนึ่งที่สังคมชายแดนภาคใต้รู้จักดี ทั้งทางตรงที่มีธุรกิจใกล้ชิดชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหวยใต้ดิน น้ำมันเถื่อน และทางอ้อมกับวีรกรรมผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง
ประเด็นล่าสุดที่สังคมชายแดนภาคใต้จับตาไม่ใช่แค่การดำเนินคดี "เสี่ยโจ้" เท่านั้น แต่ยังมองทะลุไปถึงจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะอย่างที่ทราบ ความสัมพันธ์ "เสี่ยโจ้" กับเจ้าหน้าที่รัฐย่อมไม่ธรรมดาแน่ กับคดีอาญาข้อหาปลอมแปลงเอกสารและตราประทับราชการ และเป็นบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงและภัยแทรกซ้อนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นำมาสู่คำพิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
ทั้งหมดนี่เป็นเหตุผลที่ “เสี่ยโจ้” หลบหนีไปพร้อมกับเงื่อนงำเปิดทางให้หนี หรือหนีเพราะเจ้าหน้าที่บกพร่อง
ไล่หลังการหายตัวไปของ “เสี่ยโจ้” ที่คาดว่าได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ จ.ปัตตานี แล้ว ทำให้ พ.ต.อ.ปราบพล มีมงคล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้ตั้งชุดติดตามไล่ล่าพร้อมประสานชุดติดตามบริเวณแนวชายแดนเพื่อป้องกันการหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านทันทีแต่ไร้วี่แวว
ล่าสุด ฝ่ายทหาร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าหน่วยงานหลักที่เข้าปฏิบัติการบุกจับ “เสี่ยโจ้” ต้องออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ได้ตรวจสอบเรื่องราวการปล่อยให้นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดสหทรัพย์ทวีค้าไม้ หลบหนีภายหลังศาลจังหวัดปัตตานีอ่านคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญาแล้ว
"เข้าใจว่าเสี่ยโจ้คงคาดไม่ถึงว่าศาลจะพิพากษาลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา จึงเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง แต่ภายหลังเมื่อต้องโทษจำคุก ก็ได้ตัดสินใจหลบหนี แต่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งในแง่ของการบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และปัญหาภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ต้องคุยกัน" พ.อ.ปราโมทย์ ระบุ
หากย้อนรอย “เสี่ยโจ้” ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ เช่นเดียวกับการมีส่วนร่วมกับขบวนการค้าหวยใต้ดินตั้งแต่ปี 2546-2549 แม้ทางการมีหลักฐานที่พอจะสามารถเอาผิดได้แต่หลายต่อหลายครั้งก็เป็นเพียงแค่คดีเล็กน้อยที่ไม่ได้สร้างผลกระทบกระเทือนต่อธุรกิจ โดยเฉพาะที่ หจก.สหทรัพย์ทวีค้าไม้ เลขที่ 103/49 ถนนนาเกลือ หมู่ 8 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เป้าหมายที่ฝ่ายความมั่นคงบุกเข้าค้นหาหลักฐานครั้งแล้วครั้งเล่า
แม้หลักฐานจะไม่ปรากฏเด่นชัดแต่ความน่าจะเป็นก็เพียงพอที่เจ้าหน้าที่ต้องเกาะติดพฤติกรรมอยู่เนืองๆ เพราะประเด็นการมีส่วนร่วมกับปัญหาภัยแทรกซ้อนจากการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นค้าน้ำมันเถื่อน ยาเสพติด และสินค้าหนีภาษี และอาจมีความเป็นไปได้ว่า เงินส่วนนี้โยงใยไปกับกับถูกนำไปใช้หรือสนับสนุนในกิจกรรมก่อเหตุรุนแรง
เหตุผลเหล่านี้จึงกระตุกและกระตุ้นให้ฝ่ายความมั่นคงไม่ยอมลด ละและเลิกติดตาม "เสี่ยโจ้" ไปได้ง่ายๆ แน่ หากเปรียบเป็นมวยก็คงต้องลุ้นกันอีกหลายยก ตราบใดที่ไม่มีการน็อกเอาท์ ทั้งสองฝ่ายคงต้องยืนระยะหลบหลีกหาโอกาสแลกหมัดพร้อมขยับเข้ามุมช่วงชิงจังหวะสับขาหลอก
......................................
(หมายเหตุ : ใครปล่อย‘เสี่ยโจ้’ปริศนาที่ยังมืดดำ : ปาเรซ โลหะสัณฑ์รายงาน)



