
ครูหนูอยู่ไหน?
ครูหนูอยู่ไหน? : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ปรัชญาทางการศึกษาประการหนึ่งของไทยคือ "ความรู้คู่คุณธรรม" แต่สภาพของการเรียนการสอนและนักเรียนไทยทุกวันนี้ ทำให้มีคำถามถึง "ความรู้" และ "คุณธรรม" ที่กล่าวถึง
การศึกษาสมัยใหม่ของไทยเริ่มขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ สร้างบุคลากรเพื่อใช้ในราชการ บุคลากรที่สร้างขึ้นจะมีความรู้ทัดเทียมกับฝรั่งแต่ตระหนักในคุณค่าของความเป็นไทย ทั้งนี้ เนื่องจากในเวลานั้น ประเทศกำลังเผชิญกับการคุกคามของมหาอำนาจตะวันตก พระองค์จึงจำเป็นต้องปฏิรูปประเทศในทุกๆ ด้าน เช่น ศาล การทหาร สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการศึกษา รวมทั้งขนบธรรมเนียมบางอย่าง เพื่อรับมือกับภัยขาว
โรงเรียนตามแนวพระราชดำริแห่งแรก เริ่มขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ.2414 เพื่อฝึกหัดกุลบุตรเป็นข้าราชการ ต่อมาใน พ.ศ.2423 ก็ได้เปิดโรงเรียนสุนันทาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรี ขึ้นในพระบรมหาราชวังอีกโรงเรียนหนึ่ง ถัดมาในปี พ.ศ.2424 ก็ทรงปรับปรุงพระตำหนักสวนกุหลาบให้เป็นโรงเรียนทหารมหาดเล็ก และในปี พ.ศ.2435 ทรงจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในวัดต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ก่อนหน้านี้ ใน พ.ศ.2430 ทรงตั้งกรมศึกษาธิการเพื่อดูแลโรงเรียนทั้งหมด และต่อมา ใน พ.ศ.2335 เมื่อทรงตั้งกระทรวงธรรมการ ก็ทรงรวมกรมศึกษาธิการกับกระทรวงนี้ ซึ่งกำกับดูแลงานการศึกษา การพยาบาล พิพิธภัณฑ์ และศาสนา
จากประวัติความเป็นมา จะเห็นได้ว่า การศึกษาสมัยใหม่ของไทยเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการตั้งกระทรวงศึกษาธิการ และความมุ่งหมายของการศึกษาในยุคนั้น คือ "การมีความรู้อย่างฝรั่ง แต่มีจิตใจเป็นไทย" รวมทั้งการให้ความรู้ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรมและอบรมจริยา ด้วยการเปิดโรงเรียนในวังและในวัด
การศึกษาของไทยเปลี่ยนแปลงไปหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อนักการเมืองเข้ามาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และตอบสนองนโยบายทางการเมือง โดยมิได้คำนึงถึงปรัชญาทางการศึกษาและการสร้างอุดมการณ์ของชาติ เช่นในอดีต และครูบางคนเองก็กลายเป็นเพียงอุปกรณ์ทางการศึกษา หรือผู้ให้บริการ มากกว่าจะมีจิตวิญญาณของความเป็นครูผู้ให้วิชาความรู้ และสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี เหมือนครูในสมัยก่อน
ครูไทยในทุกวันนี้มีภาระและหน้าที่มากขึ้น ไม่ใช่จะสอนหนังสือเท่านั้น หากยังมีงานด้านบริหาร ด้านสังคม ด้านการเพิ่มพูนวิทยฐานะ การประเมินผลงาน งานกุศล งานประจำปี งานของจังหวัด และงานอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งดึงเวลาครูไปจากชั้นเรียน จนมีคำกล่าวว่า "ครูทุกวันนี้ทำทุกอย่าง ยกเว้นการสอนหนังสือ"
ถ้าอยากเห็นเด็กนักเรียนไทย มีความรู้และคุณธรรม ก็คงต้องถามกระทรวงศึกษาธิการ ว่าทำอย่างไรจะลดหรือเลิกงานต่างๆ ที่เป็นภาระต่อครูอยู่ในเวลานี้ ทำอย่างไรจะคืนครูให้แก่ห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้มีโอกาสเรียนหนังสืออย่างจริงจัง และได้รับการดูแลจากครูอย่างใกล้ชิด และทำอย่างไรครูกับศิษย์จึงจะมีความผูกพันกันเช่นสมัยก่อน ไม่ใช่ในฐานะผู้เรียนกับผู้สอน หรือ ผู้รับบริการ กับผู้ให้บริการ ตามแนวคิดในปัจจุบัน
ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอแนะนำ MIX นิตยสารร่วมสมัยของคนไฟแรง ฉบับเดือนตุลาคม และ "ขวัญเรือน" นิตยสารสตรีที่ขายดีที่สุด ฉบับปักษ์หลังตุลาคม ทั้งสองเล่มมีเรื่องน่าอ่านมากมาย



