ข่าว

เทียบเคียงชะตากรรมกลุ่มก่อการร้ายยุคโบราณ

เทียบเคียงชะตากรรมกลุ่มก่อการร้ายยุคโบราณ

13 ต.ค. 2557

เทียบเคียงชะตากรรมกลุ่มก่อการร้ายยุคโบราณ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

                โลกกำลังปริวิตกการขยายตัวที่ถึงขั้นพยายามก่อตั้งอาณาจักรปกครองตนเองของกลุ่มก่อการร้ายบ้าเลือดอย่าง ไอเอส ในทศวรรษนี้ หรืออย่าง อัล-ไกดา ในทศวรรษก่อน ขณะที่ตาลีบันก็ยังไม่มีเห็นวี่แววว่าจะสาบสูญ แถมแนวคิดทำสงครามฆ่าคนไม่เลือกหน้ายังกระจายไปทั่ว คำถามที่ว่า เมื่อไหร่พวกหัวรุนแรงเหล่านี้จะถึงจุดจบเสียที เป็นสิ่งที่ยากจะมองเห็นได้ไกลถึงปลายอุโมงค์ บางทีเราอาจต้องเจอกับเรื่องบ้าคลั่งเช่นนี้ไปอีกนับศตวรรษ แต่มันย่อมมีวันจบ เหมือนกับเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้


                ตามบันทึกของนักเดินทางอย่าง มาร์โค โปโล หรือ อิบนุ บัตตูต้า ในช่วงศตวรรษที่ 11-13 มีกลุ่มคลั่งศาสนาอยู่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีอาการคล้ายกับกลุ่มไอเอสมาก ต่างกันเพียงว่า กลุ่มนี้เป็นชีอะห์ แต่ไอเอสเป็นสุหนี่เท่านั้น กลุ่มที่เรียกว่า แอสแสสซิน (ต่อมาภาษาอังกฤษยืมศัพท์นี้ไปใช้และแปลความหมายว่า กลุ่มนักฆ่า) เป็นกองกำลังติดอาวุธคลั่งศาสนาแขนงหนึ่งของนิกายอิสมาอิลลี่ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ในฟากชีอะห์ ยุคนั้น อาละวาดอยู่แถบซีเรีย อิรัก และอิหร่าน ทับซ้อนแผ่นดินกับพวกไอเอสทีเดียว พวกเขาก่อตั้งโดยผู้นำชื่อ ฮัสซัน อี ซับบาธ มีแนวคิดจัดตั้งเป็นอาณาจักรเหมือนยุคนี้ เลยทะเลาะกับกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ไปทั่ว แล้วใช้วิชามารคือ ลอบฆ่าผู้นำคนสำคัญของฝ่ายตรงข้ามเป็นหลัก จนเป็นเหตุให้กลุ่มได้รับความเกลียดชังจากทุกฝ่าย ไม่มีมิตรเลย คนดังๆ ที่ตายด้วยน้ำมือกลุ่มแอสแซสซินนี้ อาทิ อุปราชแห่งเปอร์เซีย เจ้าชายแห่งโมซุล อำมาตย์แห่งอียิปต์ แม้แต่ ราชาคอนราด นักรบครูเสดของเยรูซาเล็ม ก็โดนพวกนี้ฆ่า 

                เรื่องเช่นนี้ แม้แต่คนนิกายเดียวกันยังรับไม่ได้ ตั้งข้อรังเกียจ เช่น นักบวชเปอร์เซียขอให้มีการรวมกำลังกันฆ่าพวกนี้เสียก่อนที่จะฆ่าทุกคน ฆ่าพวกนี้คนหนึ่งได้บุญกว่าฆ่าคนนอกศาสนา 70 คน เป็นต้น ข่าวลือถึงการกระทำชั่วของกลุ่มแอสแซสซินมีมากมาย เช่น พวกนี้กินหมูและหันหลังสวดให้นครเมกกะ วิธีเกณฑ์คนเข้าเป็นสมาชิกก็ด้วยการมอมด้วยยาเสพติด พาจิตเตลิดให้เห็นสวนที่มีแต่สุนทรียะทุกสิ่งอย่าง แล้วสอนว่า ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง เพื่อที่ว่าเมื่อตายไปพวกนักรบจะได้ไปสู่สรวงสวรรค์ มีอัปสรนานามาประโลมใจ นักรบจะมีวินัยและเชื่อผู้นำมาก ครั้งหนึ่งเจ้าชายเฮนรี่แห่งชองปาญ ซึ่งเป็นนักรบครูเสด ได้ไปเยือนสำนักแอสแซสซิน ผู้นำโจรแสดงให้เจ้าชายเฮนรี่ดูว่า นักรบของเขาเชื่อผู้นำขนาดไหน โดยสั่งให้โดดหอคอยตาย ก็ยอมโดดทันทีโดยไม่อิดออด

                ขอบเขตปฏิบัติการโดยใช้ทั้งกำลังพลเข้าตียึดป้อมต่างๆ และลอบสังหารนั้น กว้างไกลมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางศตวรรษที่ 13 ซึ่งมองโกลมีอำนาจกว้างขวาง พวกนี้ถึงกับส่งนักฆ่าไปสังหารข่านมองโกลที่การาโกรัม เป็นผลให้มองโกลโจมตีที่มั่นของแอสแซสซินอย่างหนักตลอดซีเรีย ขณะที่ชาติอื่นๆ ก็รวมหัวกันเข่นฆ่าทำลายล้างแอสแซสซินจนสิ้น กลุ่มสุดท้ายที่เมืองอัลกราป โดนขจัดโดยสุลต่านไบบาร์แห่งราชวงศ์มัมลุกร ในปี 1273 นับเป็นอวสานของกลุ่มก่อการร้ายที่มีการจัดองค์กรอย่างดีกลุ่มนี้