ข่าว

 ‘สุทธิชัย’ลั่นหมดยุคสื่อหมาเฝ้าบ้านแนะยึดคุณภาพ

‘สุทธิชัย’ลั่นหมดยุคสื่อหมาเฝ้าบ้านแนะยึดคุณภาพ

12 ต.ค. 2557

‘สุทธิชัย’ลั่นหมดยุคสื่อหมาเฝ้าบ้าน แนะยึดคุณภาพจริยธรรมสร้างเชื่อถือ เสนอร่วมยกร่างปฎิรูปชง ศธ.ให้เด็กเยาวชนเรียนรู้บทบาท

                12ต.ค.2557  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในวาระครบรอบ 60 ปี ได้มีการจัดราชดำเนินเสวนาเรื่อง “ปฏิวัติคนข่าว อภิวัฒน์สื่อ กับภารกิจปฏิรูปประเทศไทย” วิทยากร ประกอบด้วย นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค น.ส.อ่อนอุษา ลำเลียงพล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและนายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และนาง พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินรายการโดย นายวิทย์ สิทธิเวคิน

                นายสุทธิชัย กล่าวว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯดำเนินงานมาครบ 60 ปี เปรียบเหมือนคนที่แก่ที่ตื่นมาจะมีความรู้สึกว่าไม่มีใครต้องการ ดังนั้นต้องปรับตัวทำงานให้มีคุณภาพถ้าไปนึกในอดีตที่มีหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้าน คนเฝ้าประตู ที่เดิมมีโจรเข้าบ้านก็เห่า ในยุคนี้แค่ใบไม้ปลิวก็เห่าแล้ว คงไม่ได้  เหล่านี้ต้องหายไป ถ้าจะเปรียบตัวเองเป็นกระจกก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะกระจกมีเต็มไปหมด ดังนั้นไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร แต่ต้องทำต่อเป็นลักษณะแข่งกับตัวเองเป็นสื่อมืออาชีพ ที่ยึดหลักจริยธรรม แต่ในภาวะที่โลกเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือที่มีการปล่อยออกมาตลอด

                “คนวัย 60 ปี ตื่นเช้าขึ้นมาไม่มีใครสนใจเราเลย ลูกหลานก็บ่นใส่มากด้วย แล้วเราต้องย้อนไปเชื่อแบบสมัยก่อนว่า ต้องจับคนดูคนอ่านเป็นตัวประกัน ผมคิดว่า มันหมดสมัยตกยุคไปแล้ว เราจะอยู่ได้อย่างไรท่ามกลางสื่อที่มีอยู่มากมาย ทำอย่างไรสมาคมฯที่มีอยู่มากหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อยกร่างองค์กรร่วมกันกันเสนอต่อสภาปฏิรูป เพราะเราไม่รู้สึกมั่นใจในส่วนของคนอื่นที่เข้ามาแทรกแซง มักจะตั้งเป็นรูปของคณะกรรมการมากำกับดูแลสื่อในลักษณะการออกใบอนุญาต ” ประธานเครือเนชั่น กล่าวและเสนอว่า นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการควรมีหลักสูตรเกี่ยวกับบทบาทการทำหน้าที่ของสื่อ ในระดับประถมถึงมัธยมปลายด้วย เรื่องนี้เราไม่ควรรอทางกระทรวงศึกษาฯ แต่องค์กรเราสมควรที่จะเป็นผู้เสนอไป รวมถึงสื่อต้องรวมตัวกันแย้งอำนาจทุนที่คุกคามเข้ามาเพื่อเป็นการถ่วงดุลเอาไว้ แล้วความน่าเชื่อถือของสื่อจะเป็นตัวตัดสินอนาคตได้

                ขณะที่นายวสันต์ กล่าวว่า การปฏิวัติคนข่าวมีเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สื่อต้องเป็นมืออาชีพ ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม มีปัญหาความเหลื่อมล้ำมาก ขณะเดียวกันสื่อก็มีปัญหาแล้วมีส่วนในการเข้าไปแก้ปัญหา โดยเฉพาะสื่อเวลานี้มีปัญหาในการกำกับดูแลกันเอง บางกรณีที่สื่อบางสำนักไม่พอใจการกำกับดูแลกัน แล้วก็คัดค้านตบเท้าออกไป ทำให้คุณภาพข่าวไม่พัฒนาเท่าที่ควร จึงควรมีการปฏิวัติสื่ออย่างจริงจัง ส่วนการกำกับดูแลสื่อที่ผ่านมาสื่อมีลักษณะกำกับดูแลกันเองมาตลอดโดยสมัครใจถ้าทำไม่ได้ ค่อยให้องค์กรอื่นเข้ามาช่วย อย่าง กสทช. แต่ไม่ใช่เข้ามาแทรกแซงสื่อ แต่ต้องเป็นการส่งเสริมอย่างสร้างสรรค์ให้ปลอดภัยเป็นธรรม อย่างไรก็ตามสื่อเองต้องไม่คำนึงถึงความอยู่รอดทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว เนื่องจากอำนาจต่อรองของสื่อน้อยลง แล้วจะทำให้ระบบทุนและรัฐเข้ามาแทรกแซงได้

                “ผมถือเป็นโอกาสที่จะปฏิรูปสื่อให้มีคุณภาพศักดิ์ศรีอยู่ได้นาน หรือรีบปฏิรูปสื่อก่อนที่จะไม่มีสื่อให้ปฏิรูป” สมาชิก สปช. ด้านปฏิรูปสื่อ ระบุ

                สำหรับ น.ส.สารี กล่าวว่า ก้าวต่อไปของสมาคมฯเป็นปีที่ 61 ทำอย่างไรจะอยู่กับประชาชน เหมือนที่ตนเคยเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงพลังงาน ที่สื่ออยู่เป็นจำนวนมาก แต่ปรากฎว่า ไม่เป็นข่าวเลย เรื่องนี้ที่ประเทศอเมริกาเขามีกฎหมายเรียกว่า ซันชายด์ แอค ที่เรียกร้องให้มีการเปิดเผยทุนในการบริจาคให้องค์กรต่างๆได้รับรู้รับทราบ ในยุคต่อไปคิดว่า ต้องทำเรื่องนี้ให้เกิดความโปร่งใสให้ได้ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐควรที่จะเปิดเผยข้อมูลความจริงให้ประชาชนได้รู้เงินที่ให้ไปอยู่กับใคร ไม่เช่นนั้นกุหลาบพิษก็ยังคงมีอยู่ต่อไป เรื่องนี้ควรมีกลไกเข้าไปดูแลด้วย เพื่อให้โฆษณาทำได้อย่างถูกกฎหมาย ในปัจจุบันสื่อมีความเข้าไปเกี่ยวพันธ์กับกลุ่มทุนมากเรื่อยๆ แล้วสื่อยังมีความเป็นกลุ่มทุนมากขึ้น ทำให้ขาดความเป็นอิสระในการนำเสนอข่าว ดังนั้นสื่อต้องยอมรับดว้ยว่า เป็นผู้ชี้นำสังคม เช่น เทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ สื่อไปนำเสนอข่าวรถติด เส้นทางไหนรถไม่ติด แทนที่จะไปนำเสนอเนื้อหาที่ไหนบริการบกพร่องหรือห่วย

                “ดิฉันอยากขอสื่อว่า อย่าเห็นแก่เงิน ควรให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพชีวิตที่ควรจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เช่นนโยบายสาธารณะ ที่สำคัญต่อสังคมประเทศ พวกข่าวที่ไม่เป็นข่าวถูกแทรกแซงมาเราจะไม่ต้องยอมจำนน สื่อต้องเป็นแกนนำพัฒนาให้ได้ในการพัฒนาตัวนำทางสังคม” น.ส.สารีกล่าว

                ขณะที่น.ส.อ่อนอุษา กล่าวว่า ในแง่ของนักโฆษณา แม้โลกจะเปลี่ยนไปเป็นยุคดิจิตอลแล้ว ทราบว่า มีเม็ดเงินโฆษณาแต่ละปีประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งสื่อต้องมีความสรรค์สร้างแบรนด์ความน่าเชื่อถือเข้าไปอยู่ในใจของประชาชน ไม่ใช่มีแต่เรทติ้ง ช่วงเวลาที่ดีที่คนชมชอบไปวัดความนิยมเข้าถึงคนเท่านั้น แต่ควรใช้เนื้อหาที่ดีมีคุณภาพเข้าถึงทุกคน ไปให้เจ้าของเงินเจ้าของโฆษณาที่มีวิสัยทัศน์ตัดสินใจนำเงินมาช่วยเหลือผู้ผลิตรายการเหล่านี้

                ด้านนางพิรงรอง กล่าวว่า สื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 ยุคพฤษภาประชาธรรม คิดว่า วันนี้ถ้ามีการปฏิรูปสื่อน่าจะก้าวไกลไปกว่ายุคนั้น เพราะโดยปกติแล้ว ดร.ดันแคน แม็คคาร์โก กล่าวไว้ว่า สื่อไทยไม่ค่อยมีความรักภักดีกับใครในทางการตลาด ถ้ามีนายทุนคนไหนมาจ่ายเงินให้ก็ไปทางคนนั้น หรือถ้าพูดตรงๆสื่อมีการเลือกที่จะไปเอี่ยวแล้วเลือกข้าง สื่อควรที่จะมีการประกันคุณภาพด้วยการให้ประชาชนได้เข้าใจบทบาทของทางสมาคมนักข่าวฯ สภาการหนังสือพิมพ์ฯมีบทบาทหน้าที่อย่างไร แล้วให้สมาชิกเหล่าในองค์กรเหล่านี้เขียนที่หนังสือพิมพ์ของตนมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาใดๆให้ร้องเข้ามายังสภาการหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการแสดงความโปร่งใสบริสุทธิ์ใจเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกเข้าตรวจสอบในหลายๆด้าน


สุภิญญาห่วงผังรายการช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว

                นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 13 ต.ค.นี้ ในการประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ชวนจับตาวาระ การอนุมัติผังรายการหลักของช่อง 3 ในระบบความคมชัดปกติ และช่อง 3 Family ที่ส่งเข้ามาให้กรรมการพิจารณาอีกครั้งหลังจากที่มีการแก้ไขปรับปรุงผังตามข้อเสนอแนะของกรรมการแล้ว และเป็นที่น่าจับตาช่องเด็ก เยาวชนและครอบครัวทั้ง 3 ช่อง ขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติผังรายการจากกรรมการเนื่องจากมีการวางผังที่ยังไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการประกอบกิจการประเภทนี้ ซึ่งในเงื่อนไขใบอนุญาต ผู้ประกอบการจะต้องนำเสนอรายการส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาสาขาวิทยาการต่างๆ รวมถึงรายการสาระที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน หรือส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของสมาชิกในครอบครัว โดยที่เนื้อหารายการและเวลาการออกอากาศรายการจะต้องมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน และต้องไม่มีเนื้อหาที่แสดงออกถึงความรุนแรง ผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย หรือใช้ภาษาที่หยาบคาย และคำนึงถึงความเท่าเทียมและโอกาสของเด็ก และเยาวชนทุกกลุ่มในสังคม ซึ่งเร็วๆ นี้ สำนักงาน กสทช. จะเชิญผู้รับใบอนุญาตมาหารือเพื่อชี้แจงแนวทางการทำผังรายการและเนื้อหารายการที่เหมาะสมกับเด็ก เยาวชนและครอบครัว

                “ในหลายๆ ประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของเด็ก และเยาวชน จึงมีโทรทัศน์ที่เป็นช่องรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัวโดยเฉพาะ สำหรับประเทศไทยนับเป็นความก้าวหน้าของฟรีทีวี ที่มีช่องรายการดังกล่าวเป็นการเฉพาะ แต่ทั้ง 3 ช่องหมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัวเสนอผังรายการเข้ามามีแต่รายการระดับความเหมาะสม “ท.” ทั้งหมด ไม่มีรายการสำหรับเด็กที่จัดระดับความเหมาะสม “ด.” หรือ “ป.” จึงต้องหารือเพื่อปรับปรุงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามส่วนตัวร่วมกับผู้แทนองค์กรเด็ก เยาวชน จะไปเยี่ยมช่อง 9 Family ในวันอังคารนี้เป็นแห่งแรก หลังจากนั้นจะเป็นช่อง 3 family และ LOCA เป็นลำดับถัดไป เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนาและสร้างสรรค์รายการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการมีช่องรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัว” นางสาวสุภิญญากล่าว

                นอกจากนี้ยังมีวาระที่บริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด ขออุทธรณ์คำสั่ง กสท. กรณีให้ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยผู้ร้องใช้บริการจานรับสัญญาณดาวเทียมของบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด แบบบริการเหมาจ่าย 10 เดือน ดูได้ 12 เดือน แต่ถูกตัดสัญญาณก่อนครบกำหนดสัญญาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาฯ พ.ศ. 2556  ข้อ 30  กำหนดว่า “...ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกเป็นการชั่วคราวต่อผู้ใช้บริการก็ได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งระบุเหตุในการใช้สิทธิดังกล่าวให้แก่ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เว้นแต่กรณี ผู้ใช้บริการผิดนัดชำระค่าบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาสองคราวติดต่อกัน กรณีดังกล่าวพบว่าเป็นปัญหาที่ผู้บริโภคอาจพบได้ เพราะมีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจน ดังนั้นกรณีอุทธรณ์คำสั่งของบริษัทซีทีเอช ครั้งนี้ คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคยืนความผิดตามมาตรา 31 เช่นเดิม และเสนอเข้าพิจารณาใน กสท. วันจันทร์นี้ด้วย และฝากเตือนผู้รับใบอนุญาตโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ให้เคร่งครัดในการดำเนินการตามมาตรฐานสัญญา หากผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเอาเปรียบขอให้แจ้งมายังสำนักงาน กสทช. โทร. 1200 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

                สำหรับเรื่องร้องเรียนที่เข้ามายัง กสท. จำนวนมากในช่วงนี้เป็นเรื่องของกล่องดาวเทียมรุ่นเก่าบางรุ่นที่ไม่สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ ต้องติดอุปกรณ์บางตัวเพิ่มจึงจะสามารถรับชมได้ตามปกติ ทั้งนี้บริษัทพยายามแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคแต่ละรายแล้ว แต่ยังคงมีเรื่องร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ จึงจะเชิญผู้ประกอบการกล่องดาวเทียมมาหารือแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนจากการรับชมโทรทัศน์

                วาระที่อื่นๆ ที่น่าจับตา ได้แก่ การขอผ่อนผันการจัดลำดับบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปของเคเบิลท้องถิ่นที่เป็นระบบอนาล็อค เนื่องจากไม่สามารถนำพาสัญญาณทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง ให้ประชาชนได้รับชมได้เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิค และสำนักงานฯ ได้เสนอ กสท. ให้ความเห็นชอบรายงานผลการศึกษาแผนการเริ่มระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิตอลด้วย