
'เอกราช ช่างเหลา' ผมไม่ใช่ท่อน้ำเลี้ยงคนเสื้อแดง
12 ต.ค. 2557
เปิดใจสปช.ขอนแก่น 'เอกราช ช่างเหลา' ผมไม่ใช่ท่อน้ำเลี้ยงคนเสื้อแดง : โดย...กวินทรา ใจซื่อ
สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้ง 250 คน เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากกับรายชื่อของ เอกราช ช่างเหลา ลำดับที่ 249 ตัวแทนของ จ.ขอนแก่น ที่ครั้งหนึ่งเคยปรากฏข่าวว่า ถูกระงับธุรกรรมทางการเงิน เพราะเป็นท่อน้ำเลี้ยงของคนเสื้อแดง
แต่มาวันนี้ เขากลับกล้าประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า อยู่ตรงข้ามกับกลุ่มเสื้อแดง และเป็นคนร่วมบริจาคสมทบให้การเคลื่อนไหวของ กปปส.ขอนแก่น...!!
เป็นการเปลี่ยนสี เลือกข้าง อยู่ฝ่ายชนะ เช่นนั้นหรือ??
ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสีเสื้อ เอกราช ระบุว่า เขาถูกผลักให้ไปอยู่ในฝั่งของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างไม่รู้ตัว ที่มาที่ไปของการเข้าใจผิดว่าเป็นหนึ่งในท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มคนเสื้อแดง เกิดขึ้นช่วงสถานการณ์ทางการเมืองรุนแรงเมื่อปี 2553
เป็นยุคที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ช่วงนั้นเอกราชได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 2 หมื่นเล่ม ต้องจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น เพราะเจ้าของโควตาไม่รับเช็ค เมื่อถอนเงินสดกว่า 600 ล้านบาท มีการเคลื่อนไหวทำธุรกรรมทางการเงินในขณะนั้น ทำให้ ศอฉ.เข้ามาตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน สั่งห้ามทำธุรกรรมทางการเงินทันที
“สำคัญคือ ถูกกล่าวหาว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กลุ่มคนเสื้อแดง มีชื่อไหลเข้าพรรคเพื่อไทยโดยไม่มีใครแนะนำ ทั้งที่ไม่เคยปรากฏว่าไปเข้าร่วมกิจกรรมของพรรคเพื่อไทย ไม่เคยสนับสนุน ไม่เคยประกาศตัวว่าเป็นคนสนิท ไม่เคยเจอ ไม่เคยต่อสายตรงกับนายใหญ่ดูไบ แต่ถามว่า ส.ส.ในขอนแก่น เราพูดคุยกัน เพราะถือว่าเป็นคนขอนแก่นเหมือนกัน ถือเป็นพรรคพวกกัน แต่ไม่ใช่พรรคเดียวกัน ไม่ใช่เป็นผู้ไปดูแล จนเมื่อ ศอฉ.ตรวจสอบแล้วพบว่า เงินที่ถอนไปกว่า 600 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่เพื่อการสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงก็ปลดล็อกให้ แต่นั่นผมก็ถูกตราหน้าไปเรียบร้อยแล้ว"
19 ปีบนถนนของการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับมีตำแหน่งในการทำงานที่ต้องสวมหมวกหลายใบ ทั้งการเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น รองประธานสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ประธาน อกคส. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 1 และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ อีกทั้งเคยลงสนามการเลือกตั้งทั้ง ส.ว. และส.ส.ใน จ.ขอนแก่น ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย
แม้ประวัติการทำงานจะยาวเหยียด แต่หลายคนไม่รู้ว่า เขาเติบโตบนเส้นทางสายธุรกิจ การสร้างบ้านจัดสรรหลายโครงการ กระทั่งลาออกจากการเป็นครู เปลี่ยนจากครูที่มีหนี้สิน พลิกมาเป็นเศรษฐีขอนแก่นในเวลาเพียงไม่กี่ปี จึงทำให้เขาถูกจับตามอง รวมถึงข้อกล่าวหาถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารงาน โดยเฉพาะเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล
เมื่อรวมกับข่าวคราวเรื่องท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดงที่เขาไม่เคยออกมาแก้ตัวแม้แต่ครั้งเดียว โดยเฉพาะในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เขาได้เป็นคณะกรรมการบอร์ดการประปานครหลวง ในชุดที่จะอุ้มจำนำข้าว ยิ่งทำให้ภาพของ เอกราช ช่างเหลา ในวันที่ได้รับเลือกให้มาทำงานระดับวางนโยบายของชาติ จึงถูกกังขาอย่างมาก
"คนเมืองส่วนมากเกลียดคนเสื้อแดง พอมีเรื่องว่าไปเป็นท่อน้ำเลี้ยง เขาก็เกลียดผมไปโดยปริยาย ทั้งที่ผมไม่ได้ทำ แต่ถูกผลักให้เข้าเป็นพวกเสื้อแดง ส่วนเรื่องเป็นบอร์ด กปน. เพราะผมสนิทกับ คุณธรรมนัส (ร.อ.มนัส หรือ ธรรมนัส พรหมเผ่า) มานาน สนิทกันแบบใจถึงใจ รู้จักเพราะมีผู้ใหญ่แนะนำ แล้วเขาก็สนิทสนมกับคนในพรรคเพื่อไทย แนะนำให้เข้าไปทำงานตำแหน่งนี้ ต่อมามีข่าวว่า บอร์ดชุดนี้ประมูลตั๋วสัญญาใช้เงินโปะหนี้จำนำข้าว 1,000 ล้าน พอถูกมองว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงก็ถูกผลักไปว่าอยู่กับรัฐบาลชุดนั้น ทั้งที่เรื่องนี้คณะกรรมการบอร์ดไม่รู้เรื่อง ยังโทรไปต่อว่าผู้ว่าการว่าจะทำอะไรให้บอกบอร์ดหน่อย ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถูกด่าฟรี โดนเละทุกเรื่อง แต่หากไปถามในชนบท ส่วนใหญ่จะรู้จักผมดี ร่วมบริจาคสมทบสร้างพระ สร้างโบสถ์ เป็นทุนสนับสนุนงานกีฬาที่ขอนแก่นเป็นเจ้าภาพ ทั้งกีฬาเขต กีฬามหาวิทยาลัย แต่ละปีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท"
"เอกราช" เชื่อมั่นว่า ที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิก สปช.น่าจะมาจากการแสดงวิสัยทัศน์ที่มีความหลากหลาย และต้องการแก้ปัญหาประเทศอย่างแท้จริง รวมถึงการเสนอให้ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 29 คน ที่เข้ามาสมัครเป็นตัวแทน สปช. ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน จ.ขอนแก่น เพื่อให้ทุกคนได้ช่วยกันเสนอความคิดในการปฏิรูปประเทศ ถึงวันนี้ประเทศไทยต้องไม่แบ่งแยกเป็นสี ต้องเป็นหนึ่งเดียว
“ผมเชื่อว่า คณะกรรมการมีข้อมูลมากกว่าในกูเกิล ขณะที่คนทั่วไปรู้จักเอกราชเพียงในกูเกิลและในโซเชียลเท่านั้น หากเป็นท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มคนเสื้อแดงจริง คงไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเป็นปากเป็นเสียง ทหารต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านแล้วว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับกลุ่มพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง” เอกราช กล่าว
การคลุกคลีกับวงการการศึกษามานานกว่า 26 ปี จึงตั้งใจว่า การได้รับโอกาสเข้าไปเสนอแนะกำหนดกรอบการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ จะต้องแก้ไขเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องหลัก โดยเฉพาะในอีก 1 ปีข้างหน้า จะมีครูเกษียณกว่าร้อยละ 30 และไม่มีการจ้างอัตราจ้างเพิ่ม ทำให้ต้องเร่งวางแผนการศึกษาให้เป็นระบบ
“การปฏิรูปที่จะทำเป็นเรื่องแรกคือ ด้านการศึกษา เพราะเห็นว่า เรื่องการพัฒนาคนน่าจะเป็นเรื่องแรกที่ได้รับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ครูต้องมีหน้าที่สอน ไม่ใช่ประชุม นอกจากนี้ยังต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ รวมถึงพัฒนาระบบการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เน้นให้ทุกฝ่ายมีความเป็นธรรมในการปกครอง ไม่มีใต้โต๊ะ ยัดเงินไปสู่ตำแหน่งต่างๆ ต้องให้ทุกคนมีส่วน การตรวจสอบทรัพย์สินยินดีให้มีการตรวจสอบ ไม่มีความลับ” เอกราช กล่าวทิ้งท้าย
---------------------------
(เปิดใจสปช.ขอนแก่น 'เอกราช ช่างเหลา' ผมไม่ใช่ท่อน้ำเลี้ยงคนเสื้อแดง : โดย...กวินทรา ใจซื่อ)



