ข่าว

รู้ตัวคนช่วยกบดาน'เสี่ยโจ้'

รู้ตัวคนช่วยกบดาน'เสี่ยโจ้'

11 ต.ค. 2557

ชุดไล่ล่า 'เสี่ยโจ้' คาดหลบหนีออกด่านชายแดนใต้ ลั่นใครให้ที่พักพิง-ช่วยเหลือถูกดำเนินคดีด้วย ด้านรองผู้ว่าฯ ปัตตานี แย้มรู้เบาะแสกบดานอยู่กับใคร

 
                          11 ต.ค. 57  ความคืบหน้ากรณี นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ "เสี่ยโจ้" อายุ 46 ปี เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) สหทรัพย์ทวีค้าไม้ เลขที่ 103/49 ถนนนาเกลือ หมู่ 8 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี นักธุรกิจใหญ่ในจังหวัดมีกิจการขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลและกิจการค้าไม้ เป็นผู้กว้างขวาง เคยถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นหลายครั้ง และถูกควบคุมตัวดำเนินคดีปลอมแปลงเอกสารตราประทับ และศาลจังหวัดปัตตานีมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่ได้ฉวยโอกาสหลบหนี โดยศาลได้สั่งจำคุก ร.ต.ต.อรุณ ศรีสุขมาก รอง สวป.สภ.เมืองปัตตานี ช่วยราชการควบคุมผู้ต้องหาประจำศาลจังหวัดปัตตานี ในฐานละเมิดอำนาจศาลโดยการปล่อยตัวผู้ต้องหา ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
 
                          ล่าสุดมีรายงานข่าวจากชุดสอบสวน เปิดเผยว่า มีผู้แจ้งว่าเห็น "เสี่ยโจ้" หลบหนีไปทาง จ.นราธิวาส โดยมีเจ้าหน้าที่บางคนและลูกน้องคู่ใจพาหลบหนี น่าเชื่อว่าอาจจะหลบหนีออกจากประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านตามด่านชายแดนสุไหง-โก-ลก หรือ อ.ตากใบ หรือ อ.แว้ง จ.นราธิวาส
 
                          ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบก.ภ.จ.ปัตตานี รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้ถูกศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ให้รายงานชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าเป็นการปล่อยเสี่ยโจ้แบบจงใจหรือไม่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไล่ล่าเสี่ยโจ้ หาเบาะแสจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพล ส่วนใครที่ให้ที่พักพิงหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน อย่างไรก็ตามเหตุการณ์หลบหนีครั้งนี้ ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่เป็นจำนวนมากและเป็นข่าวที่ผู้คนในพื้นที่ให้ความสนใจ 
 
                          ว่าที่ ร.ต.สมโภชน์ สุวรรณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า คดีเสี่ยโจ้ที่หลบหนี ถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกท้าทายอย่างมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซึ่งตนได้รับรายงานว่าเสี่ยโจ้หายไป โดยมีข้อสงสัยว่ามีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ขณะนี้ยังตามหาตัวไม่ได้ แต่พอจะรู้เบาะแสแล้วว่าเสี่ยโจ้หลบหนีไปอยู่ต่างจังหวัดและอาศัยอยู่กับใคร เชื่อว่า ผบก.ภ.จ.ปัตตานี จะจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวต่อไป โดยเรื่องนี้ตำรวจกำลังพยายามเต็มที่อยู่ไม่ได้นิ่งเฉย
 
                          ส่วนการติดตามจับกุมตัวเสี่ยโจ้ เรามีมาตรการอยู่แล้ว มีการเชื่อมข้อมูลและประสานงานกัน 3 ฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่เป็นเจ้าภาพหลักคือ ตำรวจ ส่วนทางจังหวัดรับผิดชอบในภาพรวม ต้องสรุปรายงานจังหวัดให้ทราบทุกๆ 3 วันเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี 
 
                          "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดชัดเจน ทั้งคดี ป.วิอาญา ซึ่งไม่อยากพูดไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะเสียรูปคดีได้ ไม่อยากขยายความมาก และขณะนี้ได้ให้ตำรวจประสานความร่วมมือไปยังชายแดนเพื่อสกัดกั้นไม่ให้นายสหชัยเดินทางออกนอกประเทศ โดยจังหวัดยินดีร่วมมือกับทุกฝ่าย"
 
                          ต่อข้อถามกรณีจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะของเสี่ยโจ้ยังคงมีเจ้าหน้าที่รับส่วยอยู่หรือไม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า คิดว่ากฎหมายบ้านเมืองมีอิทธิพลที่สุด ซึ่งรัฐบาลนี้ให้ความสนใจในด้านการจัดระเบียบสังคมอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่มีใครมีอิทธิพล ซึ่งยุค คชส.นโยบายการจัดระเบียบชัดเจน เพื่อตรวจสอบดูแลให้เกิดความเป็นธรรมให้ประชาชนอยู่อย่างสันติสุข รัฐต้องการจัดระเบียบแต่ละจังหวัดให้เรียบร้อย ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่
 
                          "สำหรับการรับส่วยที่ยังมีอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีปล่อยตัวเสี่ยโจ้นั้น คนที่ทำคงรู้ตัวเองแล้วว่าได้อะไร ยุคนี้ในเมื่อบ้านเมืองเริ่มเอาจริงเอาจังเรื่องปัญหาส่วยหรือคอร์รัปชั่น ซึ่งเห็นว่าคนที่เคยรับส่วยคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่และเชื่อว่าทุกหน่วยต้องมีการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันทุกหน่วยต้องตอบสนองนโยบายและทำงานอย่างเอกภาพเพื่อจัดระเบียบสังคม"
 
                          ด้าน .ต.อ.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวว่า ได้สั่งจำคุก ร.ต.ต.อรุณ ศรีทองสุข อายุ 59 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.เมืองปัตตานี ข้อหาละเมิดอำนาจศาลและให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อสืบสวนหาหลักฐาน และมอบอำนาจให้ ผอ.ศาล จ.ปัตตานี ร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.เมืองปัตตานี ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานทำให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้นจากการคุมขัง ป.อาญา มาตรา 204, 157 สำหรับเสี่ยโจ้ได้แจ้งทุกด่าน ตรวจทำการสกัดจับแล้ว คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
 
                          นอกจากนี้ ผบช.ศชต.ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อเร่งรัดและติดตามคดีสำคัญด้วยตนเอง ได้จัดชุดติดตามไล่ล่า พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจที่เกี่ยวข้อง 15 นายทั้งหมดที่มีหน้าที่ดูแลการส่งตัวผู้ต้องหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพัน บกพร่องต่อหน้าที่อย่างไร นอกจากนี้มีการติดรูปประกาศตามด่านตรวจจุดสกัดทั่วทั้ง จ.ปัตตานี และด่านถาวร ด่าน หรือเส้นทางหลบหนีออกนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด่านหนองคาย ตราด มาเลเซียก็ได้ประสานร่วมมือด้วย