ข่าว

‘เลขาฯสภา’ยันประชุมสปช.21ต.ค.เลือกปธ.-รองปธ.

‘เลขาฯสภา’ยันประชุมสปช.21ต.ค.เลือกปธ.-รองปธ.

11 ต.ค. 2557

‘เลขาฯสภา’ เผยประชุมสปช.นัดแรก 21 ต.ค.เลือกประธาน-รองประธาน ด้าน ‘เสธ.อู้’ เล็งหารือตั้งวิปสปช.ชั่วคราว-ยกร่างข้อบังคับสปช. ชูปฏิรูปพลังงานทดแทน

 
                    11 ต.ค.57 เมื่อเวลา 11.00 น. นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สำนักเลขาธิการฯ ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสปช.นัดแรกในวันที่ 21 ต.ค.นี้แล้ว โดยได้หารือกับนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สมาชิกสปช.ที่มีความอาวุโสสูงสุดและจะทำหน้าที่ประธานการประชุมนัดแรก ซึ่งเบื้องต้นมีวาระเลือกประธานและรองประธานสปช. ส่วนวาระอื่น ๆ นั้นต้องอยู่ที่การพิจารณาของสมาชิกสปช.โดยจะใช้ขัอบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาอนุโลมใช้ไปก่อน จากนั้นจะมีการร่างข้อบังคับของสปช.ขึ้น ส่วนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของสมาชิกสปช.ทราบว่าได้ผ่านมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนที่จะประกาศบังคับใช้
 
                    พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้หารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเหตุผลว่าข้อบังคับการประชุมสปช.ว่ามีความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก แม้ในช่วงแรกจะใช้ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ไปก่อน แต่การทำหน้าที่ของสปช.ก็จำเป็นต้องมีข้อบังคับเป็นของตนเอง เพราะทำหน้าที่แตกต่างกันและต้องมีกรรมาธิการหลายด้านด้วย ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งแรกวันที่ 21 ต.ค. นี้ ก็จะหารือเพื่อยกร่างข้อบังคับสปช. รวมทั้งให้มีการตั้งกรรมการประสานงานชั่วคราวเพื่อให้งานของสปช.สามารถเดินไปก่อนได้ เพราะคาดว่าการยกร่างข้อบังคับสปช.อย่างน้อยต้องใช้เวลา 1 เดือน
 
                    พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นประธานสปช. จะต้องมีความเป็นกลาง รอบรู้ และเด็ดขาด เพื่อควบคุมการประชุมและการดำเนินงานของสปช.ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้ได้ ซึ่งเท่าที่ดูมีชื่อของนายเทียนฉาย กีระนันท์ ซึ่งเป็นถึงอดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันในสปช.ก็ยังมีอีกหลายคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีสมาชิกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งหรือไม่
 
                    พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า ตนเคยเป็นประธานกรรมาธิการพลังงานของวุฒิสภา ซึ่งทำให้ได้ศึกษาและมีข้อมูลในด้านพลังงานพอสมควร ฉะนั้นประเด็นที่ต้องการให้ปฏิรูปในด้านพลังงานของไทย คือ เรื่องพัฒนาองค์กรและบุคคลากรในด้านพลังงานรวมทั้งปัญหาความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีปัญหาแน่ โดยเฉพาะการใช้ก๊าซธรรมชาติถึง 70 % ดังนั้นเราจะต้องพัฒนาพลังงานอย่างอื่นขึ้นมาทดแทน รวมทั้งตนอยากเสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียน คือ ลม และโซลาร์เซลล์ เนื่องจากขณะนี้มีต้นทุนที่สูงมาก ดังนั้นเราจึงต้องผลิตได้เอง