ข่าว

‘บัญชา’เผยแผนปฏิรูปปปช.เพิ่มโปร่งใส

‘บัญชา’เผยแผนปฏิรูปปปช.เพิ่มโปร่งใส

11 ต.ค. 2557

‘บัญชา’ สมาชิก สปช. เผยแผนปฏิรูปปปช.เพิ่มโปร่งใส เป็นธรรมในการตรวจสอบค้านยุบองค์กร ด้าน ‘พงศ์โพยม’ สปช.ปกครองท้องถิ่น หนุนยกเครื่องโครงสร้างกทม.ใหม่

 
                   11 ต.ค.57 นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะฝ่ายเลขานุการสปช. และให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการปฏิรูปว่า ตนต้องการจะปฏิรูปองค์กรอิสระเพื่อให้มีการคานอำนาจระหว่างหน่วยงานรวมถึงสร้างหลักประกันให้ประชาชนพึงพอใจและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะประเด็นการสอบสวนพยานของหน่วยงานที่ควรมีการบันทึกภาพ เสียงของการสอบสวนทุกปาก เพื่อนำส่งศาล ส่วนกระบวนการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้นอยากให้เน้นการทำงานที่โปร่งใส เป็นธรรม ซึ่งคดีที่ผ่านมาโดยเฉพาะคดีที่ส่งไปยังศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตนน้อมรับ แต่ควรมีวิธีทำงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม เช่น ให้ส่งเรื่องมายังรัฐสภา ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.แล้วเสร็จ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาลงมติด้วยคะแนน 1 ใน 10 ก่อนที่จะส่งเรื่องที่ได้ไต่สวนไปยังศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ส่วนกรณีที่มีการระบุถึงการยุบป.ป.ช.นั้นตนไม่เห็นด้วย แต่ควรปฏิรูปองค์กรจะดีกว่า
 
                   “มีหลายประเด็น ที่ ป.ป.ช. ควรปฏิรูป ทั้งอายุความของผู้ที่ถูกกล่าวหาที่ร้องขอความเป็นธรรมโดยการฟ้องกลับป.ป.ช.ที่ถูกกำหนดไว้ 15 ปี แต่คดียังไม่เสร็จก็ต้องขาดอายุความเป็นเสียก่อนแล้วถามว่าผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร เพราะในหลายคดีเมื่อศาลพิพากษาถึงที่สุดก็ใช้เวลาถึง 20 ปี ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะต้องการสร้างบรรทัดฐานของความเป็นธรรมในคดี ดังนั้นควรจะมีการแก้กฎหมายเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ต้องการได้รับความเป็นธรรมสามารถฟ้องศาลชั้นต้นได้อีกทางหนึ่งและป.ป.ช.เองก็ไม่ควรหวั่นไหว และผมเชื่อว่าป.ป.ช.น่าจะให้ความร่วมมือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมศาลชั้นต้นในฐานะผู้เสียหาย หากป.ป.ช.ให้ความร่วมมือในการแก้กฎหมายได้ ผมคิดว่าป.ป.ช.จะสง่างามและตอบสังคมได้” นายบัญชา กล่าว
 
                   นายบัญชา ในฐานะทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อต่อสู้คดีโครงการรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีที่ป.ป.ช.ได้ชี้มูลว่ามีความผิดและเรื่องอยู่ระหว่างการหารือกับอัยการสูงสุดเพื่อส่งฟ้องศาล ว่า เรื่องดังกล่าวนั้นหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ผิดก็ต้องน้อมรับ แต่ ป.ป.ช.ควรให้ความเป็นธรรมกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย
 
 
‘พงศ์โพยม’หนุนยกเครื่องโครงสร้างกทม.ใหม่
 
 
                   นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) คงไม่ใช่ตัวอย่างที่เราต้องการจะไปให้ถึง เพราะกรุงเทพฯมีปัญหาหลายด้านและซ้อนกับรัฐบาลในหลายเรื่องรัฐบาลแย่งไปทำ ก็มีปัญหาขัดแย้งกับส่วนกลาง ทั้งไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็ไม่ใช่ของท้องถิ่น ทำให้บทบาทของกทม.มีไม่มาก อีกทั้งกฎหมายหลายฉบับก็ขัดแย้งกัน เช่นฟุตบาทเป็นของกทม. แต่ถนนเป็นของตำรวจ หรือของทางหลวงแผ่นดิน หรือเรื่องการดูแลน้ำเสีย โรงพยาบาล ก็ไม่ใช่ของท้องถิ่นเช่นกัน
 
                   นอกจากนี้ที่ผ่านมากทม.ก็มีการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสก. และสข.ก็มาจากพรรคการเมือง ทำให้กทม.ต้องบริหารทั้งการเมือง และบริหารงานท้องถิ่นค้อนที่ข้างยาก ดังนั้นสิ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่นในต่างจังหวัดหลังจากนี้คงไม่ใช่สิ่งที่กทม.เป็นอยู่จึงอาจต้องมีการออกแบบโครงสร้างของกทม.ใหม่ มีคนพูดว่าอาจจะมีรูปแบบแบ่งเป็นเทศบาลมหานคร หรือมีผู้อำนวยการเขตมาจากการเลือกตั้งได้หรือไม่ เพื่อจะได้ดูแลประชาชนโดยไม่ผ่านสก. หรือ สข.
 
                   "จะต้องมีการหารือกับสปช.ว่ากทม.จะเป็นรูปแบบเป็นอย่างไร โดยอาจจะศึกษารูปแบบจากเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หรือในประเทศสิงคโปร์ ก็เคยมีนายกรัฐมนตรี เป็นนายกเทศมนตรีคนเดียวกัน เพื่อจะดูแลทั้งเกาะของสิงคโปร์ได้ และดูแลท้องถิ่นไปด้วย" นายพงศ์โพยม กล่าว
 
 
สปช.รายงานตัววันที่ 4 ‘บัญชา’ ทนายความ ‘ปู’ รายงานตัวแล้ว
 
 
                   ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ได้เปิดให้สมาชิกสปช.ได้เข้าแสดงตนเป็นวันที่ 4 ที่บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 โดยตั้งแต่เวลา 8.30 -12.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 19 คน อาทิ นายจุมพล รอดคำดี สมาชิก สปช. นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ อดีตทนายความคดีจำนำข้าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ,นายจรัส สุทธิกุลบุตร ,นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคภูมิใจไทย, พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, พล.อ.วัฒนา สรรพานิช อดีตส.ว., นายมานิจ สุขสมจิตร สื่อมวลชนอาวุโส นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา รองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นต้น
 
                   ทั้งนี้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราราษฎร จะเปิดให้สปช.ได้เข้าแสดงตนจนถึงวันที่ 15 ต.ค. ตั้งแต่ 08.30-16.30 น.โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ อย่างไรก็ตามจากการเปิดให้สมาชิก สปช.ได้เข้าแสดงตนตั้งแต่วันที่ 8-10 ต.ค.รวม 3 วัน ปรากฏว่ามีสมาชิก สปช.ได้เข้าแสดงตนแล้ว จำนวน 163 คน จากสมาชิกทั้งสิ้น 250 คน
 
 
‘อุเทน’ ผุดเว็บเปิดพื้นที่เสนอแนวคิดปฏิรูปเกาะติดการทำงานสปช.
 
 
                   นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้เริ่มเชิญชวนบุคคลจากภาคส่วนต่าง ๆ ให้เข้าร่วมทำงานคู่ขนานกับสถาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งขึ้น โดยขณะนี้ได้เปิดช่องทางการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ ทาง www.khonthaireset.com และแฟนเพจเฟซบุ๊ค khonthaireset ภายใต้หลักคิด "เลิกประชานิยม หยุดการคอร์รัปชั่น เป็นธรรมต่อสังคม" เพื่อเป็นพื้นที่ให้บุคคลทั่วไปร่วมเสนอแนะแนวทางในการปฏิรูปประเทศในทุกมิติ
 
                   นายอุเทน กล่าวด้วยว่า กรอบการทำงานของกลุ่ม khonthaireset ที่จะเกิดขึ้นนั้น จะเริ่มตั้งแต่การเกาะติดกรอบแนวคิด และวิธีปฎิบัติของ สปช.ต่อการปฎิรูปประเทศไทย โดยใช้ช่องทางต่างๆกระตุ้น ติติง และเสนอแนะ ให้เดินไปสู่กระบวนการที่จะนำพาประเทศชาติ ให้อยู่รอด ยั่งยืน และมั่นคง
 
                   "เราหวังว่าการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้จะสัมฤทธิ์ผล สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความเท่าเทียมทุกชนชั้น ปราศจากอภิสิทธิ์ชน หยุดคอร์รัปชั่น ขจัดสองมาตรฐาน วางกติกาประเทศที่เป็นธรรม ที่สำคัญยังต้องป้องกันการสืบทอดอำนาจของฝ่ายการเมือง รวมทั้งการเข้ามาแทรกแซงของอำนาจนอกระบบด้วย" นายอุเทน ระบุ
 
                   สำหรับเวทีแสดงความคิดเห็นที่รัฐบาลจะตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ที่เข้ารับการสรรหาเป็น สปช.กว่า 7,000 คนได้ร่วมเสนอแนวทางการปฏิรูปนั้น นายอุเทนในฐานะที่ร่วมสรรหาเป็น สปช.ด้านสังคม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นรูปแบบของเวทีดังกล่าวว่าจะออกมาในลักษณะใด ส่วนตัวเกรงว่าจะเป็นการตีกรอบไม่ให้ผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นติติงการทำงานของ สปช.ได้เเสดงออกอย่างเต็มที่มากกว่า ดังนั้นจึงยังไม่มั่นใจในวัตถุประสงค์ของเวทีที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหาก คสช.และรัฐบาลมีความจริงใจจริง ส่วนตัวก็พร้อมจะเข้าร่วม แต่ในส่วนของกลุ่ม khonthaireset ที่ตั้งขึ้นแล้วก็จะเดินหน้าทำงานคู่ขนานต่อไป