
ชำแหละสนามฟุตซอลอีสานใช้เดือนเดียวพัง
ชำแหละสนามฟุตซอลอีสานใช้เดือนเดียวพัง ป.ป.ท.ไล่เช็กบิลล่าไอ้โม่งทุจริตภาครัฐ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ จิติมา จันพรมรายงาน
ภายหลังจากมีผู้ปกครองของเด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และหลายจังหวัดในภาคอีสาน ที่ได้รับงบประมาณจัดสรรในการสร้างสนามฟุตซอล ร้องเรียนผ่านกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 2 ว่า โครงการก่อสร้างดังกล่าวมีราคาที่แพงเกินจริง อีกทั้งสภาพสนามก็ไม่ได้คุณภาพ นอกจากนั้นผู้ปกครองบางคนยังร้องไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีก จึงสั่งการให้คณะกฎหมายกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 2 นำโดย พ.อ.สมหมาย บุษบา เสนาธิการกองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจสอบเพียงกายภาพและเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างของโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณ แล้วพบว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าวเข้าข่าย การทุจริตในภาครัฐ จึงประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มี 11 จังหวัดที่การก่อสร้างสนามฟุตซอลส่อไปในทางทุจริต ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี ชัยภูมิ มุกดาหาร สุรินทร์ อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ ขอนแก่น เชียงราย และพะเยา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 335 ล้านบาท จำนวน 101 โรงเรียน ส่วนอีก 6 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ อุดรธานี อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สระบุรี และชลบุรี ได้รับงบประมาณกว่า 354 ล้านบาท เพื่อสร้างสนามฟุตซอล แต่มีโรงเรียนบางแห่งเปลี่ยนแปลงงบประมาณเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การสร้างห้องน้ำโรงเรียนแทน
เรื่องนี้ ประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. ร่วมกับ พ.อ.สมหมาย บุษบา และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 3 นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลภายในโรงเรียนหันห้วยทรายพิทยาคม ต.หันห้วยทราย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 (งบแปรญัตติ) ที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนำมาเป็นจำนวนเงิน 5 ล้านบาท โดยสนามมีขนาดความกว้าง 1,512 ตารางเมตร รวมทั้งองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ 1.งานก่อสร้างพื้นซีเมนต์คอนกรีต คิดเป็นมูลค่าร้อยละ 4 ของวงเงินที่ได้รับจัดสรร 2.งานพื้นยางสังเคราะห์ (อีวีเอ) คิดเป็นมูลค่าร้อยละ 70-80 ของวงเงินที่ได้รับจัดสรร 3.งานอุปกรณ์สำหรับการเล่นกีฬา และอื่นๆ เช่น หนังสือคัมภีร์กีฬา
เบื้องต้นพบว่า ทุกอย่าง "ไม่โปร่งใส" เพราะพบว่า สนามฟุตซอลไม่มีมาตรฐานตามกำหนด โดยแผ่นยางสังเคราะห์ที่ใช้เป็นพื้นสนามมีลักษณะโก่งตัว ทำให้ไม่สามารถใช้งานในพื้นที่ดังกล่าวได้ อีกทั้งจากการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างยังพบว่า บริษัทที่เสนอราคาเข้ามามี 3 บริษัท และบริษัทที่ประมูลได้เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของ 1 ใน 3 บริษัทที่ยื่นเสนอเข้ามา และราคาจากการประเมินพบว่า ค่าการก่อสร้างและอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ นั้น มีมูลค่าไม่ถึง 5 ล้านบาท
ประยงค์ บอกว่า โครงการนี้ สพฐ.ได้งบประมาณมามีวงเงินทั้งหมด 3,900 กว่าล้านบาท มีโครงการที่ให้จัดทำสนามฟุตซอล 600 กว่าล้านบาท ซึ่งจัดให้ทั้งหมด 17 จังหวัดจำนวน 358 โรงเรียน ซึ่งในรายละเอียดจะแบ่งแยกเป็น 3 งานย่อย คือ งานที่ 1 เป็นงานสนามคอนกรีต ซึ่งมูลค่าจะอยู่ที่ประมาณ 4% ของมูลค่าทั้งโครงการ งานที่ 2 คือ งานปูยางสังเคราะห์มูลค่าจะอยู่ที่ประมาณ 80% ของมูลค่าทั้งโครงการ งานที่ 3 คือ การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในโครงการใหญ่ เช่น ลูกตะกร้อ ลูกฟุตบอล ลูกวอลเลย์บอล หรือหนังสือคู่มือ มูลค่าจะอยู่ที่ประมาณ 16% ของมูลค่าทั้งโครงการ
ในการตรวจสอบครั้งนี้ ตามหนังสือร้องเรียน ป.ป.ท. ตั้งประเด็นว่า 1.ในเรื่องสนามคอนกรีตได้มาตรฐานและแพงไปหรือไม่ 2.ยางสังเคราะห์ ใช้ได้ตามวัตถุประสงค์และราคาสูงกว่าราคาตามตลาดหรือไม่ 3.อุปกรณ์แพงไปหรือไม่ 4.การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นทั้งหมด 30 กว่าโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปรากฏว่า หลายพื้นที่สนามคอนกรีตเริ่มชำรุดและมีข้อบ่งชี้ว่า ราคาอาจจะสูงเกินจริง ซึ่งหลังจากนี้ไป ป.ป.ท.จะรวบรวมข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและพยานต่างๆ เพื่อนำเสนอไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ท.ในการพิจารณาต่อไป
ขณะที่ ธีระศักดิ์ วิริยะกมลพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 4 (สตง.เขต 4 นครราชสีมา) บอกว่า พื้นที่ที่รับผิดชอบมีอยู่ 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ พบว่ามีโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณแปรญัตติทั้งสิ้น 76 โรงเรียน รวมงบประมาณกว่า 340 ล้านบาท โดยทาง สตง.เขต 4 ได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจเรื่องงบประมาณการดำเนินการก่อสร้าง, การจัดซื้อจัดจ้าง, รูปแบบสัญญาการดำเนินการคู่ระหว่าง โรงเรียนกับบริษัทเอกชน โดยในเบื้องต้นได้จัดจ้างหน้าที่เข้าตรวจสอบในพื้นที่ อ.โนนสูง 3 โรงเรียน จากทั้งหมด 16 โรงเรียน
"การตรวจสอบทำแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ในทุก ๆ เรื่อง แต่องค์ประกอบอื่นก็จะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินการก่อสร้างว่าได้มาตรฐานตามกำหมดหรือไม่ เนื่องจากในเบื้องต้นพบว่า ไม่มีเอกสารขั้นตอนการก่อสร้างให้ตรวจสอบ และยังพบว่า การก่อสร้างสนามไม่จัดส่งวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างไปทดสอบตามระเบียบ ดังนั้นจึงต้องมีการส่งวิศวกรเข้าไปทำการตรวจสอบโครงสร้างอย่างละเอียดว่า สิ่งก่อสร้างที่ผ่านไปนานกว่า 2 ปี ที่เกิดการชำรุดนั้น จะมีความเชื่อมโยงไปยังวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างว่าได้มาตรฐานหรือไม่"
ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่า มีพฤติการณ์บกพร่องก็จะต้องแจ้งดำเนินการตามมาตรา 44 ของ พ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดิน คือ ดำเนินการทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้อง และหากพบว่ามีความเสียหายก็จะต้องดำเนินการทางแพ่งด้วย แต่หากมีพฤติการณ์ไม่น่าเชื่อว่าทุจริตก็จะต้องแจ้งผลตามมาตรา 46 และจะต้องแจ้งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และระยะเวลาในการตรวจสอบ สตง.เขต4 นคราชสีมา ได้กำหนดไว้ไม่เกินสิ้นเดือนตุลาคม 2557
ส่วนครูซึ่งอยู่ในโรงเรียนและต้องดูแลสนามฟุตซอลอย่าง อำนวย ขอสวยกลาง ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านขามเฒ่า บอกว่า สนามฟุตซอลได้สร้างมาตั้งแต่ปี 2555 โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 2 เดือน จึงแล้วเสร็จ โดยยอมรับว่า เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่เซ็นตรวจรับของ โดยมีหน้าที่เซ็นในเอกสารที่ตามสภาพที่มีคนที่เอาโครงการมาให้เซ็นเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งถือว่าเป็นไปตามหน้าที่ ส่วนเรื่องคุณภาพของวัสดุก่อสร้างและคุณภาพของวัสดุที่ได้มานั้น ไม่ทราบว่าเป็นไปอย่างไร ทราบแต่ขนาดความกว้างความยาวของสนามเพียงเท่านั้น
"หลังจากมีการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสนามฟุตซอลก็ใช้งานได้เพียง 1 เดือน เมื่อเจอแดดร้อนๆ พื้นยางเกิดงอตัวแยกออกจากกกัน และเมื่อติดต่อไปยังบริษัทที่มาส่งมอบก็จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาแก้ไข แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ จากนั้นก็เงียบหายไป ทำให้คณะครูต้องช่วยกันนำแผ่นยางนั้นไปเรียงกองไว้ที่บริเวณด้านข้างสนามและด้านข้างอาคารเรียน"
เช่นกันกับที่ จ.ขอนแก่น รังสรรค์ เถื่อนนาดี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ขอนแก่น ระบุว่า มีโรงเรียนในพื้นที่จำนวน 15 แห่ง ที่ได้รับเงินก่อสร้างสนามฟุตซอล โดย สพม.ได้ทำหน้าที่เบิกจ่ายให้ 14 แห่ง แห่งละ 1.9 ล้านบาท รวม 27.8 ล้านบาท ส่วนอีก 1 แห่ง โรงเรียนหนองสองห้องวิทยาเบิกจ่ายเอง ซึ่งโครงการนี้มาถึง สพม.25 เป็นประเด็นสุดท้ายคือ การเบิกจ่ายให้ตามเอกสารหลักฐานที่ขอเบิกมาจากโรงเรียน ที่ได้ตรวจรับงานเสร็จสิ้นตามกระบวนการ ซึ่งขั้นตอนการของบประมาณ การจัดจ้าง เป็นหน้าที่ของแต่ละโรงเรียนเอง
แต่เมื่อเกิดปัญหาอย่างนี้แล้ว สพม.25 ขอนแก่น ไม่นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้นิติกรไปศึกษาเบื้องต้นและสัปดาห์หน้าจะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำส่งรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สตง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการต่อไป
สำหรับโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณในสังกัด สพม. 25 ทั้ง 15 แห่ง คือ โรงเรียนโนนสะอาดวิทยาคาร อ.แวงใหญ่, โรงเรียนเบญจมิตรวิทยาคาร อ.พล, โรงเรียนพล อ.พล, โรงเรียนโนนข่าวิทยา อ.พล, โรงเรียนโนนศิลาวิทยาคาร อ.โนนศิลา, โรงเรียนโคกโพธิ์ไชยศึกษา อ.โคกโพธิ์ชัย, โรงเรียนแวงใหญ่วิทยาคม อ.แวงใหญ่, โรงเรียนชนบทศึกษา อ.ชนบท, โรงเรียนประชารัฐพัฒนาการ อ.ชนบท, โรงเรียนบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่, โรงเรียนเปือยน้อย อ.เปือยน้อย, โรงเรียนศรีหนองกาววิทยา อ.หนองสองห้อง, โรงเรียนหนองสองห้องวิทยา, โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย และโรงเรียนขามแก่นนคร อ.เมืองขอนแก่น
นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนระดับประถมศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาส สังกัด สพป.อีกหลายแห่ง ในเขต 2 และเขต 3 จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะ อ.พล อ.บ้านไผ่ อ.หนองสองห้อง อ.ชนบท อ.โคกโพธิ์ชัย อ.โนนศิลา อ.แวงใหญ่ ที่ได้รับงบประมาณอีกด้วย
.............................................
(หมายเหตุ : ชำแหละ‘สนามฟุตซอล’อีสานใช้เดือนเดียวพัง ป.ป.ท.ไล่เช็กบิลล่าไอ้โม่งทุจริตภาครัฐ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ จิติมา จันพรมรายงาน)



