
ประยุทธ์ยันไม่ห้ามปูประธานไหลเรือไฟ
ประยุทธ์ยันไม่ห้ามปูประธานไหลเรือไฟ เผยพอใจผลหารือเมียนม่าร์ พร้อมวอนสื่อหยุดวิจารณ์คดีเกาะเต่า
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 วันที่ 0 ต.ค.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวคสช.ห้ามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชิณวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธานพิธีไหลเรือไฟที่จังหวัดหนองคายเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า "ผมจะไปห้ามเขาเรื่องอะไร ทางเรายังไม่ทราบเลยว่าเขาไปเป็นประธานงานอะไร งานดังกล่าวก็มีทุกปี ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นประธาน ผมไม่ทราบ ผมจะไปห้ามได้อย่างไร ท่านเป็นประชาชน เพียงแค่ว่าหากจะเดินทางไปต่างประเทศขอให้ขออนุญาตมา ตราบใดที่ยังไม่มีความผิดออกมาเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้กำลังอยู่ในกระบวนการ"
ก่อนพล.อ.ประยุทธ์จะกล่าวติดตลกว่า "วันนี้เป็นวันแห่งมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ และสื่อไทย โอเคนะ" และเดินทางกลับด้วยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมขบวนรถรักษาความปลอดภัย
เผยพอใจผลหารือเมียนม่าร์
พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนสหภาพเมียนมาร์ว่า การเดินทางไปเยือนสหภาพเมียนม่าร์ ซึ่งเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ โดยเป็นการขับเคลื่อนความร่วมมือของ 2 ประเทศ ซึ่งผลการเยือนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความร่วมมือสนับสนุนกันในทุกมิติทั้งด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน แรงงานต่างด้าว การปักปันเขตแดน ยาเสพติด การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลังจากนี้ทั้ง 2 ประเทศก็จะมีการคุยกันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยในส่วนที่สำคัญจะต้องไม่ให้การปักปันเขตแดนเป็นปัญหาของทั้งสองประเทศ และจะทำส่วนที่ทำได้ก่อน เช่น การเปิดด่านสิงขอนจากเดิมที่ปัญหาเรื่องเส้นเขตแดน โดยขณะนี้จะเปิดใช้ไปก่อนแต่จะไม่มีการอ้างว่าเป็นเขตแดนของใคร ให้ยึดถือตามเดิมของแต่ละประเทศไปก่อน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับด้านเศรษฐกิจ ในด่านชายแดนแม่สอด-เมวดี ไทยได้ช่วยเหลือในการซ่อมสะพานแห่งที่ 1 ร่วมทั้งจะออกแบบก่อสร้างสะพานแห่งที่ 2 ซึ่งจะมีการหารือต่อไปในระดับคณะกรรมการและรอให้เมียนม่าร์ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือในการก่อสร้างถนนไปแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งจะต้องเกิดประโยชน์ที่ดีแก่ทั้งสองฝ่ายในการลำเลียงสินค้าระหว่างสองประเทศและเชื่อมต่อไปประเทศอื่นๆ รวมทั้งปัญหาเส้นทางที่คับแคบก็ต้องมีการพัฒนาให้กว้างขวางขึ้น ซึ่งถือเป็นแผนงานอยู่แล้ว ขณะที่การค้าขาย ได้มีขอความร่วมมือทั้งสองประเทศ โดยต้องกวดขันให้อยู่ในช่องทางปกติ เนื่องจากที่ผ่านมาบางพื้นที่เป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย ซึ่งเมียนม่าร์กำลังเดินสู่สันติภาพก็ต้องใหกำลังใจเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพและก้าวสู่ประชาธิปไตย
"ส่วนเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายนั้น เป็นเรื่องของเมียนม่าร์ เพราะเป็นประเทศของเขา ไทยเป็นเพียงประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องทำเท่าที่ทำได้ เพราะเป็นผลประโยชน์ของทุกประเทศโดยเฉพาะในอาเซียน ที่จะสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งและเขื่อมต่อกับภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้เมียนม่าร์จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจในโครงการต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีการลงทุนร่วมกันทั้งเฟส 1 เกี่ยวกับการก่อสร้่งถนนและ เฟส 2 ที่เป็นการลงทุนขนาดใหญ่"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
"รัฐบาลยืนยันว่าเราทำด้วยความโปร่งใส หากมีการลงทุนใดก็ตาม ในส่วนของเราจะต้องตรวจสอบความทุจริตให้ได้ อย่าเอาของเดิม ของใหม่มาปนกัน ของผมหลังวันที่ 22 พฤษภาคม ส่วนก่อนวันที่ 22 อยู่ในกระบวนการยุติธรรมก็ว่ากันไป ไม่ไปก้าวล่วงตรงนั้น ส่วนของผมก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน เราไม่มีอำนาจไปลงโทษ กรุณาเข้าใจ"พลเอกประยุทธ์กล่าว
วอนสื่อหยุดวิจารณ์คดีเกาะเต่า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่สื่อต่างชาติวิพากษ์วิจารณ์การจับกุม 2 ผู้ต้องหา คดีสังหารโหดนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ตนอยากขอร้องให้สื่อหยุดวิพากษ์วิจารณ์กันก่อนได้หรือไม่ รอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน ประเด็นวันนี้คือเราต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับต่างประเทศด้วยซึ่งวันนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว คือการสร้างความเข้าใจให้กับประเทศอังกฤษและนานาประเทศที่ยังมีข้อสงสัย
“ในความเป็นจริงไม่ใช้ว่าไม่ใช้เขาไม่ไว้ใจ เพียงแต่อาจจะเซอร์ไพรส์นิดนึงว่าทำไมเจ้าหน้าที่ถึงจับคนร้ายได้เร็ว ผมเองก็ตื่นเต้น ที่อยู่ดีๆก็จับคนร้ายได้ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงก็อยากให้จับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ก็มีการพูดกันไปพูดกันมา ผมเองก็ฟังสื่อ ฟังคนวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แล้วคิดว่ามันจะไปยังไงต่อไป แต่ปรากฏว่าการสอบสวนมันบังเอิญไปถึงพอดี แล้วก็สามารถจับผู้ต้องหาได้ทันที ช่วงแรงมีข้อสงสัยว่าจับได้หรือไม่ได้ พอต่อมาเงียบๆแล้วเกิดจับได้ก็เลยอาจทำให้สังคมไม่ไว้วางใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้พวกเราช่วยกันสำนึกและอยากให้คนไทยทั้งประเทศช่วยกันคิด ว่ากระบวนการและวิธีการของเข้าหน้าที่มีขั้นตอนอยู่ ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นเรื่องดีสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ซึ่งถ้าเกิดมันไม่ใช้เมื่อผลการสอบสวนออกมา เจ้าหน้าที่ก็จะมีความผิด แล้วใครเขาจะกล้าทำเพราะคดีนี้เป็นคดีใหญ่ คนทั่วโลกรับรู้และรับทราบ มีผลเสียต่อประเทศชาติ ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้าทำ และผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมดำเนินคดี เขาคงไม่ยอมถูกบังคับเพื่อให้ต้องรับผิดมากขนาดนั้น ทั้งนี้ก็ต้องไปว่ากันในกระบวนการ ชั้นนี้เป็นเพียงแค่การจับกุมและสอบสวน และส่งฟ้องอัยการ ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน ขณะเดียวกันก็ต้องมีการสร้างกระบวนการความเข้าใจโดยเชิญต่างประเทศที่ยังสงสัยมารับทราบข้อมูลข้อเท็จจริง ซึ่ง รมว.ต่างประเทศได้มีการเตรียมการไว้แล้ว วันนี้ขอให้เราเป็นกำลังใจให้กันและกัน ขอให้ใจเย็นๆ จะผิดหรือถูกให้ว่ากันไปตามขั้นตอน ทุกเรื่องจะต้องได้คำตอบ ไม่ใช้พอช้าก็บอกว่าจับไม่ได้สงสัยเจ้าหน้าที่ไม่มีความสามารถ พอจับได้ก็มาบอกว่าทุจริต แล้วจะเอากันตรงไหน เรื่องเกาะเต่าพูดกันมาหลายอาทิตย์ ร้อนกันไปหมดแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่า เมียนมาร์ได้มีการสอบถามเรื่องดังกล่าวอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า" เขาไม่ได้ถาม แต่ผมถือโอกาสอธิบายเช่นเดียวกับที่ได้ชี้แจงกับสื่อ ซึ่งนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีแห่งสหภาพเมียนมาร์ เข้าใจ ทั้งๆที่มีผลกระทบเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ระบุว่าผู้ต้องหาเป็นแรงงานของใครเพราะเป็นเรื่องของบุคคล นี้คือตัวอย่างว่า จะต้องระมัดระวังเวลาไปทำอะไรก็จะเกิดความเสื่อมเสียถึงประเทศได้ แม้แต่ประเทศเรากันเองจะไปทำลายประเทศกันทำไม ผู้ต้องหาจะให้ตัวจริงหรือไม่ใช่ตัวจริงเดียวผลการสอบสวนก็จะออกมาก็ค่อยว่ากันทีหลัง อย่างนี้จะมาดิสเครดิสกันเอง ผมว่าไม่ถูกต้อง "
เมื่อถามต่อว่า แต่วันนี้ข่าวทางโซเชียลมีเดียมีการหยิบยกคำพูดของเพื่อนผู้เสียชีวิตมาเป็นประเด็นจนเกิดความเสียหายกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการและดูแลอยู่ขอให้ใจเย็นๆ เรากำลังติดตามในทุกๆสื่อและความเคลื่อนไหว และจะดำเนินการสร้างความเข้าใจ การพูดหรือเขียนในโลกอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่คำตอบแล้วพวกเราจะไปฟังกันทำไมในเมื่อมันไม่ใช่ ตอนนี้เราเองก็กำลังตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการก็ขอให้ใจเย็นๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญต่อประเทศชาติ ของไทย กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบต่อการท้องเที่ยวของไทย จึงขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดีกว่า เมื่อจับกุมตัวผู้ต้องหามาแล้วก็ให้ดำเนินการต่อไป ส่วนจะฟ้องศาลหรือไม่ก็ว่ากันไป ถ้าคนนี้ไม่ใช้ก็ไปจับคนใหม่ที่ใช่มาอย่างนี้จะดีกว่า ไม่เช่นนั้นเรื่องก็ไม่จบ เรื่องนี้ตนไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ผิดถูกต้องไปว่ากันมาตามข้อเท็จจริง
แจงจ้อรายการคืนความสุขนานบอกถ้าไม่พูดแล้วใครจะพูด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่พูดในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ในคืนวันนี้ที่มีความยาวนานเกิน 1ชั่วโมงว่า "พูดจนจะเจ็บคอตาย นึกว่าอยากพูดหรือ แต่ที่อยากพูดเพราะต้องสร้างความเข้าใจ ถ้าผมไม่พูดกับท่าน ไม่พูดกับประชาชน วันนี้ยังมีคนส่วนหนึ่งที่ไม่เข้าใจ ผมจึงยอมเสียส่วนหนึ่งเพื่อได้ส่วนหนึ่ง คนหนึ่งฟังผม อีกคนไม่ฟังผม พูดอย่างไรก็ไม่ฟัง แม้พูด 5 นาทีหรือ10 นาทีก็ไม่ฟัง แต่อีกคนเขาพร้อมจะฟัง ผมต้องการคนที่ฟังเพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่พูดไปว่าใช่หรือไม่ ถ้าใช่ให้เขาไปอธิบายคนที่ไม่ฟังดูบ้างนั่นแหละสิ่งที่ผมต้องการมีแค่นั้น ถ้าผมไม่ตั้งใจเข้ามาทำงานในระดับนี้ผมจะพูดทำไม ผมไม่ต้องพูดแต่นั่งเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรใช้แต่อำนาจ แต่ที่ต้องอธิบายทุกวันเพื่อสร้างความเข้าใจ ไม่อยากให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน อธิบายชัดทุกเม็ดแล้วบอกผมพูดมาก ถ้าผมไม่พูดแล้วใครจะพูด"
"นายกฯ" ลั่น 3 เดือนต้องมีผลงานชัด
เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า ?เรื่องการขับเคลื่อนงานต่างๆ ของรัฐบาล ได้มอบนโยบายให้ทุกกระทรวงนั้น จะต้องมีผลงานที่จะเป็นของขวัญให้แก่ประชาชนในปีใหม่นี้ และจากนั้นทุกๆ 3 เดือน ก็ต้องมีการชี้แจงความคืบหน้าโครงการต่างๆ ที่มีผลสัมฤทธิ์ ซึ่งได้วางแผนไว้อย่างต่อเนื่องในทุกรายไตรมาส ประชาชนจะได้ทราบว่าเราทำงานมาอย่างไร ในมิติของการบริหารราชการแผ่นดิน การลดความเหลื่อมล้ำให้แก่สังคมไทย ซึ่งมีหลากหลายกลุ่มด้วยกัน ทั้งอาชีพ รายได้ การเข้าถึงกระบวนการกฎหมาย ส่วน?ในด้านการปฏิรูปประเทศ เราก็จะปรับปรุงทั้งกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ระเบียบขั้นตอนวิธีการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีธรรมาภิบาล ได้การยอมรับนับถือจากทุกคน ทุกภาคส่วน
ยันมีขั้นตอนตรวจสอบเงินช่วยชาวนา
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา ว่า จะเริ่มจ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ในเดือนตุลาคมนี้ ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ ส่วนข้อกังวลว่าเงินจะไม่ถึงมือชาวนานั้น ก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันศึกษารายละเอียด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยดูตรวจสอบว่าชาวนาที่แท้จริงที่มีที่นาน้อย น้อยกว่า 15 ไร่ และก็อีกส่วนหนึ่งที่ไปเช่านาเขาจะทำอย่างไร
"ผมอยากให้เงินที่ให้ไปนี่ ให้ถึงมือชาวนา ไม่ได้ให้ไปถึงผู้ให้เช่านา หรือนายทุนอะไรก็แล้วแต่ ให้ชาวนาเขาได้มีเงินไปเถอะ สงสารเขาบ้าง กว่าเขาจะได้เงิน 5,000 บาท 10,000 บาท คนรวยไม่รู้สึก แต่คนจน 10 บาท 100 บาท 1,000 บาท เขาอยู่ได้ตั้งหลายวัน เพราะฉะนั้นจะมองดูจำนวนน้อยเกินไป บางคนบอกมากกว่านี้ล่ะ แล้วนำเงินที่ไหนให้มากกว่านี้ รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายมากมายในวันนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ได้ให้ทั้งกระทรวงยุติธรรมไปจัดตั้งคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีตัวแทนหน่วยงานด้านการป้องกันการทุจริตต่างๆ อีก 11 หน่วยงาน เข้ามาวางระบบร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ให้เงินถึงมือพี่น้องชาวนา ไม่ให้มีการรั่วไหลเกิดขึ้น ไม่ให้ไปแกะห่อขนมกิน และขอให้พี่น้องชาวนาได้เชื่อมั่น เรามีความตั้งใจ รัฐบาลจริงใจ" นายกรัฐมนตรี กล่าว
เล็งตั้งสภารองดึงสปช.อกหักช่วยปฏิรูป
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการตั้งสมาชิก สปช.ว่า จากจำนวนผู้สมัคร 7,370 คน เราได้คัดเหลือ 250 คน ส่วนผู้ไม่ได้รับการคัดเลือกนั้น สั่งการให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปดูว่า ทำอย่างไรให้คนเหล่านั้นมีส่วนร่วมในการปฏิรูป จะได้ไม่มีคำกล่าวว่า นำเฉพาะข้าราชการ หรือนำเฉพาะทหาร เฉพาะพวกมา ยืนยันว่าไม่มีพวกใครทั้งนั้น ตนมองประเทศชาติเป็นหลัก ส่วนคนที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะไม่ยอมมาสมัคร แต่ออกมาพูดภายนอก ถ้าอยากจะช่วยเราจริง ตนจะตั้งอีกประมาณสัก 3-4 เวที ทั้งหมดรวมกันประมาณ 5 เวที ให้คน 6-7 พัน ทำอย่างไรมีส่วนร่วมทั้ง 5 เวทีนี้
ส่วนเรื่องการชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน ก็ขอว่า อย่าพูดด้วยอารมณ์ อย่าตัดสินคนด้วยความรู้สึก ให้ความเป็นธรรมกับคนอื่นด้วย
"บางคนบอกว่า ข้าราชการทำไมรวย ก็เขาชาติตระกูลไม่เหมือนกัน ก็ไปดูว่าเขามีมรดกพกห่อกันมาหรือเปล่า เขาโกงใครมาหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าพอเป็นทหารต้องจนเหมือนกันหมด หรือเป็นข้าราชการต้องจนเท่ากันหมด นำเงินเดือนมาคูณ 12 เดือนเท่านี้ เพราะฉะนั้นเกษียณแล้วมีเงินเท่านี้ ผมว่าไม่เป็นธรรม" นายกรัฐมนตรีกล่าว
วอนเลิกขัดแย้ง-ภูมิใจทำชาติปลอดภัย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ?วันนี้ใช้เวลามากพอสมควร ก็ขอโทษ รบกวนเวลาพอสมควร แต่ให้รู้ถึงเจตนาของพวกเรา ทั้งรัฐบาลและส่วนราชการต่างๆ ก็เต็มที่ ทุ่มเทเต็มที่ เมื่อวานได้มีการประชุมร่วมกันไปแล้ว ทั้งหมด ทั้ง คสช. ทั้งรัฐบาล ทั้งกระทรวง ทบวง กรม ต่อไปนี้ทุก 3 เดือน ต้องมีผลงานปรากฏ ต้องแถลงมา ต้องมีภาพ มีอะไรให้ดู แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และบูรณาการนี่สำคัญที่สุด แยกกันทำก็ไม่เกิดผล วันหน้าก็กลับมาเหมือนเดิม วันนี้ต้องขอร้องอีกครั้งหนึ่ง ความขัดแย้ง เลิกสักที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงแข็งแรงมากขึ้น อย่าให้ท่านต้องไม่สบายพระราชหฤทัยอีกเลย พวกเราก็เป็นคนในแผ่นดินนี้ แผ่นดินที่เป็นไทย เพราะฉะนั้นตนไม่ต้องการความชื่นชม ไม่ต้องการคำชมเชยจากใครก็แล้วแต่ ถือว่าได้ภูมิใจที่ตนมีส่วนในการทำให้ชาติบ้านเมืองปลอดภัย ให้ประชาชนคนไทยทุกคนปลอดภัย



