ข่าว

สื่ออังกฤษตีข่าวผู้ต้องหาพม่ากลับคำให้การ

สื่ออังกฤษตีข่าวผู้ต้องหาพม่ากลับคำให้การ

10 ต.ค. 2557

สื่ออังกฤษตีข่าวสงสัยการทำงานของตำรวจไทยในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า ผู้ต้องหาชาวพม่ากลับคำให้การ

 
          หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ รายงานว่า ได้เกิดข้อสงสัยมากขึ้นทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และคำให้การของ 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า ที่่ถูกจับในคดีฆาตกรรมนางสาวฮันนาห์ วิธเทอริดจ์ และนายเดวิด มิลเลอร์ สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า เมื่อวันที่15 กันยายน 
 
          เดอะ การ์เดียน ได้อ้างรายงานจากหนังสือพิมพ์เซเว่นเดย์ ของพม่า ซึ่งระบุว่า ข้อสงสัยได้พุ่งเป้าไปที่การสืบสวนของตำรวจ หลังจากทางการพม่า ระบุว่า นายซอ ลิน และนายวิน ซอ ฮตุน สองแรงงานพม่าวัย 21 ปี ที่ถูกจับฐานต้องสงสัยเป็นผู้ลงมือก่อเหตุสังหารสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ได้กลับคำให้การ โดยอ้างว่า ถูกทำร้ายจนต้องยอมรับสารภาพ 
 
          รายงานระบุด้วยว่า แม้แต่ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นักสืบสวนด้านนิติเวชศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของไทย ก็ยังมีข้อสงสัยเช่นกันว่า เหตุใดจึงไม่มีการใช้ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างต่างๆ หลังเกิดเหตุฆาตกรรม และเหตุใดจึงไม่มีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีนี้ ที่ตำรวจเอาแต่พึ่งพาแต่หลักฐานดีเอ็นเอ
 
          เมื่อวันพฤหัสบดี มีรายงานว่า นายอ่อง เมียว ตันท์ เจ้าหน้าที่สถานทูตพม่า ที่ทำหน้าที่ในฐานะทนายความให้ให้กับสองแรงงานพม่า ได้แถลงถอนคำรับสารภาพของทั้งสองอย่างเป็นทางการและได้รายงานความวิตกกังวลต่างๆ ต่อสถานทูตพม่า เขาบอกด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนได้บอกกับเขาว่า ในคืนที่เกิดเหตุ พวกเขาอยู่ที่ชายหาด ดื่มและร้องเพลง พวกเขาไม่ได้ทำ แต่ถูกตำรวจทำร้ายจนกระทั่งต่องยอมรับสารภาพในสิ่งที่ไม่ได้ทำ พวกเขาร้องขอต่อรัฐบาลพม่าให้เข้าไปตรวจสอบคดีนี้และค้นหาความจริง พวกเขาน่าเวทนาอย่างยิ่ง ร่างกายมีแต่รอยถลอกและฟกช้ำ 
 
          เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ แรงงานพม่าทั้งสองคน อ้างว่า ถูกตำรวจทำร้ายและข่มขู่ว่าจะเอาไฟฟ้าช็อตเพื่อให้ยอมรับสารภาพ รายงานยังได้อ้างคำกล่าวของคุณหญิงพรทิพย์อีกว่า การที่ตำรวจไม่ได้ติดตามผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยา ให้มาดำเนินการกำกับดูแลการเก็บรวบรวมหลักฐานของพนักงานสอบสวน  คือจุดอ่อนของการสืบสวน การที่มีผู้ถูกฆาตกรรม 2 คน แน่นอนว่า จำเป็นต้องใช้แพทย์นิติเวช 
 
          นอกจากนี้ ยังอ้างความเห็นของนายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่แสดงความข้องใจต่อหลักฐานบางอย่างทางนิติเวชศาสตร์เช่นกัน เขาบอกว่า ได้เข้าเยี่ยมผู้ต้องสงสัยและเห็นร่องรอยที่ตำรวจปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เหมาะสม แต่ตอนที่พูดคุยกันทั้งสองคนยืนยันคำรับสารภาพ
       
          รายงานระบุว่า ตำรวจไทยแถลงว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพ โดยเชื่อว่า พวกเขาพบชาวอังกฤษ 2 คนโอบกอดกันบนชายหาด จึงทำร้ายนายมิลเลอร์ วัย 24 ปีที่ศีรษะ และปล่อยให้จมน้ำเสียชีวิต ก่อนข่มขืนแล้วฆ่านางสาววิเทอริดจ์ วัย 23 ปี แต่บรรดากลุ่มสิทธิมนุษยชนต่าง ทั้งในและต่างประเทศ ต่างแสดงความวิตกต่อการสืบสวนของตำรวจ โดยเกรงว่าแรงงานพม่าทั้ง 2 คน อาจตกเป็นแพะรับบาป เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถแถลงปิดคดี เพื่อช่วยเหลืออุตสากรรมท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย 
 
          ด้านองค์การนิรโทษกรรมสากล ได้เรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างอิสระไปสู่ข้อกล่าวหาในกรณีที่ว่า ผู้ต้องสงสัยได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี และเพื่อให้พวกเขาได้รับความยุติธรรม ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านแรงงานในไทย เช่น แอนดี้ ฮอลล์ นักเคลื่อนไหวชาวอังกฤษ ได้แสดงความห่วงใยต่อการที่คนที่ได้เข้าไปพูดคุยกับแรงงานทั้งสอง ทั้งทนายจากสถานทูตพม่าและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วเอาคำพูดของพวกเขามาเปิดเผยในที่สาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลต่อคดีของพวกเขา 
 
          เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ หรือ MWRN ระบุว่า การตกเป็นแพะรับบาป ในคดีที่คนอื่นป้ายความผิดให้ เป็นหนึ่งในอันตรายที่บรรดาแรงงานต่างด้าวในประเทศมักเผชิญ ในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อสัปดาห์นี้ของ MWRN ซึ่งเป็นตัวแทนแรงงานพม่าเกือบ 4,000 คน ในไทย ระบุว่า พวกแรงงานเหล่านี้ ได้เผชิญความท้าทายอย่างใหญ่หลวง ขณะทำงานในประเทศไทย ตั้งแต่เรื่องการยึดพาสปอร์ต, ยึดใบอนุญาตทำงาน, การจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย,การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม, การขู่กรรโชก, การเนรเทศ และการเสี่ยงถูกขายไปใช้แรงงานบนเรือประมง หรือค้าบริการทางเพศ ซึ่งพวกเขาต้องตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และต้องทำงานหนักเยี่ยงทาส