
'เสก โลโซ'ส่งทนายฟ้อง'เมีย-หมออังกูร'เรียก200ล.
10 ต.ค. 2557
เสก โลโซ ส่งทนายฟ้องศาล เมีย-หมออังกูร เรียก 200 ล้าน บุกบ้านจับตัวไปรักษาทั้งที่ไม่ได้ติดยาเสพติด พ่วงอีก 2.5 ล้าน เมียแอบถ่ายภาพนำไปโพสต์อ้างถูกทำร้าย
วันที่ 10 ต.ค.57 รอยร้าวในครอบครัว "ศุขพิมาย" ดูจะขยายวงกว้างออกไปจนยากจะประสาน ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ อายุ 40 ปี นักร้องร็อกชื่อดัง มอบอำนาจให้ นายณรงค์ฤทธิ์ เพชรฤทธิ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นพ.อังกูร ภัทรากร อายุ 52 ปี แพทย์สังกัดสถาบันธัญญารักษ์ และนางวิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ อายุ 42 ปี ภรรยาของเสก โลโซ เป็นจำเลยที่ 1-2 คดีทางแพ่ง เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
โดยคำฟ้องระบุว่า จำเลยทั้งสองกลับร่วมกันวางแผนโดยอ้างอำนาจ พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 เพื่อควบคุมตัวโจทก์ไปไว้ที่สถาบันธัญญารักษ์ โดยโจทก์ไม่ตกลงยินยอม ต่อมาจำเลยกับพวกอีก 7 คนบุกรุกเข้ามาที่บ้าน พร้อมนำรถพยาบาลที่มีเครื่องมือแพทย์ เพื่อจับตัวโจทก์โดยไม่ได้รับการมอบหมายทั้งจากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หรือคำสั่งพนักงานสอบสวน หรือคำสั่งศาล อีกทั้งจำเลยทั้งสองร่วมกันใส่ร้ายโจทก์ว่ายังเป็นผู้เสพติดทั้งที่ไม่เป็นความจริง เนื่องจากโจทก์เลิกเสพยาเสพติดมาเด็ดขาดแล้ว การกระทำของพวกจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง และขาดรายได้จากการแสดงดนตรี และขาดรายได้จากการแสดงคอนเสิร์ต
นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว นายเสกสรรค์ยังได้ยื่นฟ้อง นางวิภากร ภรรยา เป็นจำเลย คดีแพ่ง เรื่องละเมิดอีกสำนวนด้วย เรียกค่าเสียหาย 2.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีอีกด้วย
คำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2557 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวก ร่วมกันจัดฉาก สร้างเรื่องวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อทำลายชื่อเสียงของโจทก์ เพื่อไม่ให้โจทก์จัดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ในชื่อ 40 ปี เสก โลโซ (40 แต่เหมือน 14) ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ โดยจำเลยพร้อมบุตรสาว ได้มาหาโจทก์ที่บ้านพักแขวงท่าแร้ง เขตบางเขน อ้างว่าจะมาเอาทรัพย์สินของบุตร แต่เมื่อโจทก์อนุญาตให้เฉพาะบุตรสาวเข้าไปในบ้าน จำเลยก็ได้ยั่วยุโจทก์ให้มีอารมณ์โกรธ ซึ่งพวกจำเลยได้วางแผนล่วงหน้าที่จะถ่ายภาพเคลื่อนไหวจากรถยนต์ของจำเลย
เมื่อโจทก์เข้าห้ามปรามจำเลยก็ขัดขวางโจทก์จึงตบจำเลยด้วยฝ่ามือในลักษณะที่ไม่รุนแรง เนื่องจากความโกรธ เมื่อจำเลยกับพวกได้ภาพเคลื่อนไหวที่มีลักษณะมุ่งทำลายชื่อเสียงของโจทก์แล้วก็ได้ออกจากหมู่บ้านไป ซึ่งวันเดียวกันนั้น จำเลยกับพวกได้เผยแพร่คลิปภาพดังกล่าวในสังคมออนไลน์ จนสื่อมวลชนนำคลิปภาพพร้อมข้อความไปเผยแพร่ต่ออันเป็นการสมประโยชน์ของจำเลยกับพวก
โดยศาลจังหวัดมีนบุรี ได้รับคำฟ้องทั้งสองไว้ และนัดคู่ความ 2 ฝ่าย เพื่อพิจารณาคดีในเดือนธันวาคมนี้ เวลา 13.30 น.
ส่วนความคืบหน้ากรณีนางวิภากรได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว กรณีถูกสามีทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูกตามที่มีการแชร์คลิปวิดีโอ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา นั้น พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.คันนายาว เปิดเผยว่า จะมีการสอบปากคำน.ส.วิภากร ต่อหน้านักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ทั้งนี้ อาจจะมีคำสั่งควบคุมความประพฤติของคู่กรณีไม่ให้เข้าใกล้ผู้เสียหาย โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. จะเป็นผู้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายต่อไป
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวต้องมีการนำ พ.ร.บ.เข้ามาใช้ เพื่อให้คดีความเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่เกิดปัญหาที่จะบานปลายต่อไป หากใช้เพียงประมวลกฎหมายอาญา ก็จะมีบทลงโทษที่เล็กน้อย และอาจทำให้มีกรณีที่รุนแรงเกิดขึ้นอีกต่อไป



