ข่าว

กษิตลั่นปฏิบัติตามกม.ยันไม่หยุดทำงาน

กษิตลั่นปฏิบัติตามกม.ยันไม่หยุดทำงาน

05 ก.ค. 2552

เพื่อไทยเรียกร้อง“กษิต"ลาออก นายกฯรีเดินทางไปพักผ่อนพร้อมกับครอบครัวเนื่องวันหยุดยาว 5 วัน ระบุช่วงวันหยุดยาว 5 วันส่งเสริมการท่องเที่ยว ห้ามขายสุราวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา พร้อมเร่งสร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ของประเทศ

 (5ก.ค.) ภายหลังแกนนำพันธมิตร ทั้ง 25 คน ถูกออกหมายเรียกในข้อหาก่อร้าย กรณี ชุมนุมปิดสนาบินสุวรรณภูมิ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นมี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ รวมอยู่ด้วยนั้น ล่าสุด จากการติดต่อสอบถาม นายกษิต ทางโทรศัพท์ โดย นายกษิต ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เนื่องจากยังติดภารกิจอยู่ที่ประเทศกาตาร์

 ขณะที่ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ นายกษิต ทราบเรื่องที่ถูกออกหมายเรียกแล้ว และพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย โดยยืนยัน จะไม่มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด เพราะได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแล้ว โดย นายกษิต นั้นมีกำหนดกลับประเทศไทยในอีก 1-2 วันนี้ และยืนยันว่า จะเดินทางไปรายงานตัวกับพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน

 ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน ได้นัดให้ผู้ที่ถูกหมายเรียก กรณีปิดสนามบินสุวรรณภูมิเข้าพบ วันที่ 16 ก.ค. เวลา 13.00น.ส่วนผู้ที่บุกรุกปิดสนามบินดอนเมือง จำนวน 27 คน จะเข้าพบในเวลา 09.30น. ที่ สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดี

เพื่อไทยเรียกร้อง“กษิต"ลาออก

 เมื่อเวลา 09.40 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวเรียกร้องนายกษิตลาออก หลังพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหาบุกสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ว่า ก่อนหน้านี้นายกษิต รมว.ต่างประเทศ เคยพูดไว้ว่าหากโดนแจ้งข้อหาจะลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้นวันนี้พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องนายกษิตให้ลาออก และให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พิจารณาเรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่ซื้อเวลาลากเรื่องนี้ออกไป ซึ่งข้อหาที่นายกษิต ถูกออกหมายเรียกมีความรุนแรง ทั้งในข้อหาก่อการร้ายและฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 ขณะที่การประชุมอาเซียนที่ จ.ภูเก็ต กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 17 – 23 ก.ค.นี้  หากมี รมว.ต่างประเทศ ที่ถูกดำเนินคดีข้อหารุนแรงเช่นนี้ ก็ทำให้ประเทศไทยขาดความสง่างาม ดังนั้นวันนี้อย่าเอาศักดิ์ศรีประเทศไทยไปแลกกับรัฐมนตรีคนเดียว กับความมั่นคงของรัฐบาล

 “นายกรัฐมนตรี เคยพูดเสมอว่าปัญหาของประชาชนต้องมาก่อน แต่วันนี้รัฐบาลสอบตก เพราะใช้รัฐมนตรีผิดฝาผิดตัว เช่น ครม.เศรษฐกิจ นายรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมก็ล้มเหลว ตัวเลขจีดีพีติดลบ ดังนั้นโอกาสนี้ ควรปรับครม. ทั้งรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ฝ่ายความมั่นคง และต่างประเทศ ให้ถูกฝาถูกตัว เพื่อแก้ปัญหาในวันข้างหน้า ไม่ใช่บริหารงานแบบซื้อเวลา แบบจัดสรรอำนาจ โดยที่มุ่งแต่จะแก้ปัญหารัฐบาล ไม่ใช่ปัญหาประชาชน ซึ่งนายก ฯ ควรต้องปรับครม.ก่อนที่จะมีการประชุมอาเซียน ” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว 

 นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. พรรคเพื่อไทย จะยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี เพื่อทำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาปราสาทเขาพระวิหารให้ปรากฏ หลังที่คณะรัฐมนตรีโดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแดล้อม ได้ยื่นประเด็นโต้แย้งข้อพิพาทกรณีปราสาทเขาพระวิหารต่อศาลโลกที่ประเทศสเปน ซึ่งการยื่นหนังสือของพรรคเพื่อไทยเป็นไปตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะขอให้ นายก ฯ เปิดเผยว่ายื่นประเด็นโต้แย้งอะไรบ้าง และให้นายก ฯ ตั้งคณะกรรมการด้านกฎหมายและมรดกโลก เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า เรื่องนี้การโต้แย้งสามารถทำได้หรือไม่ อย่างไร หลังจากที่ศาลโลกเคยมีคำพิพากษามาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2505 ซึ่งการโต้แย้งต้องดำเนินการภายใน 10 ปี

 “พรรคเพื่อไทย ต้องการให้นายก ฯ ทำความจริงให้ปรากฏเพื่อป้องกันไม่อยากให้มีนักการเมืองกลุ่มใดใช้ประเด็นนี้ไปปลุกระดมเหมือนลัทธิข้ามชาติจนทำให้กลายเป็นปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะถึงเวลาที่เราต้องเอาเพื่อนบ้านเป็นรั้ว” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว   

วันหยุดยาวอภิสิทธิ์พักผ่อนร่วมกับครอบครัว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปพักผ่อนร่วมกับครอบครัว เนื่องในวันหยุดยาว 5 วัน ที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ โดยนายกรัฐมนตรี ได้มีการบันทึกเทปรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ไว้แล้วเมื่อวานนี้

รายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"

วันนี้ (5 ก.ค.)  เวลา 09.00 น.  ณ ห้องสีม่วง ทำเนียบรัฐบาล  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่  25 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย  และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  ดังนี้  

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่าน  สัปดาห์นี้ผมมาบันทึกเทปในช่วงของวันเสาร์  เนื่องจากจะมีการเปิดตัวโครงการ “ฉันรักประเทศไทย – I Love Thailand” ซึ่งในช่วงที่ 2 ของรายการนี้ และช่วงที่ 3 จะได้มีการพูดคุย และสัมผัสกับบรรยากาศในการเปิดตัวโครงการนี้  ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งที่จะเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ  พร้อม ๆ ไปกับการที่จะเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทุกคน  ได้ระดมกำลังกันในการแสดงออกถึงความรักประเทศ ความรักชาติ  เพื่อที่จะสร้างความสมัครสมานสามัคคี และปลุกจิตสำนึกของคนไทยทุกคนในการที่จะช่วยกันทำสิ่งดี ๆ ให้กับส่วนรวม

ประกาศห้ามขายสุราวันสำคัญทางศาสนา

โอกาสเดียวกันนี้ครับก็เป็นช่วงที่จะมีการหยุดราชการในวันจันทร์ต่อเนื่องไปจนถึงวันสำคัญทางศาสนา 2 วัน ในวันอังคารกับวันพุธ  คือวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา  ซึ่งเป็นมติของคณะรัฐมนตรีซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้เพื่อให้เกิดวันหยุดยาว 5 วัน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เมื่อคืนวันศุกร์ผมสังเกตเห็นนะครับว่าการจราจรในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเส้นทางที่ออกสู่ต่างจังหวัด ถือว่าติดขัดแน่นหนาพอสมควร  ก็แสดงให้เห็นนะครับว่าพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งคงได้ใช้โอกาส 5 วันหยุดนี้ เป็นโอกาสที่จะได้อยู่กับครอบครัว  และเที่ยวอยู่ในประเทศ  ซึ่งก็หวังว่าทุกคนคงจะได้รับความสุขสนุกสนาน แต่ว่าในวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา 2 วัน  รัฐบาลได้ประกาศห้ามขายเหล้าหรือห้ามขายแอลกอฮอล์  คือในวันอังคารและวันพุธ  ซึ่งอันนี้เป็นไปตามมาตรการซึ่งคณะกรรมการที่ดูแลในเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์นั้นได้นำเสนอมา  ก็ขอความร่วมมือว่าทุกคนนั้นปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเป็นโอกาสที่เราจะได้หยุด และทบทวนในเรื่องของพฤติกรรมของตัวเราเองด้วย  อยากจะบอกว่างดเหล้า  ไม่เมาก็สามารถที่จะสนุก มีความสุขได้ ในช่วงของวันหยุดยาวในช่วงนี้  

ทำความสะอาดสถานบันเทิงช่วงหยุดยาว 5 วัน

การหยุดยาวในช่วงนี้ก็จะเป็นอีกโอกาสหนึ่งในการที่จะช่วยคลายปัญหาในเรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  เพราะว่าจริง ๆ แล้วเท่าที่เราติดตามอยู่ในขณะนี้การแพร่ระบาดนั้น  มักจะเกิดขึ้นก็คือ หนึ่ง  ที่โรงเรียน  และ สอง คือสถานบันเทิงในบางพื้นที่  เพราะฉะนั้น การหยุดโรงเรียน 5 วัน คงจะเป็นโอกาสดีที่เด็กหรือพ่อแม่ผู้ปกครองถ้าสังเกตเห็นลูกหลานของตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วย  เป็นไข้เป็นหวัดในขณะนี้  จะได้สามารถที่จะหยุดเรียนได้  เพราะว่าที่ผ่านมาหลายครั้งก็มีความวิตกกังวลว่า ถ้าหากว่าโรงเรียนเปิดอยู่  ไม่อยากให้ลูกหลานหยุดเรียน  ก็ปรากฏว่าการแพร่เชื้อไข้หวัด  ซึ่งมีทั้งไข้หวัดธรรมดา  ไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  เกิดขึ้นค่อนข้างมาก  เมื่อได้หยุดไป 5 วัน  ผมคิดว่าคงจะช่วยให้สถานการณ์ตรงนี้บรรเทาเบาบางลง  ขณะเดียวกันครับผมได้บอกกับพื้นที่ซึ่งมีปัญหาความเสี่ยงในเรื่องของการแพร่ระบาดของเชื้อตามสถานบันเทิงว่า เมื่อมีการห้ามขายเหล้าใน 2 วันหยุดสำคัญ สถานประกอบการเหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่จะปิด  ผมก็ได้ขอให้ทางท้องถิ่นได้เข้าไปดูแลในการที่จะทำความสะอาด และกำจัดเชื้อต่าง ๆ ซึ่ง

หลีกเลี่ยงเข้าไปในที่ชุมชนป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009

แต่ผมอยากจะบอกย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  เมื่อเริ่มต้นระบาดครั้งแรกทางองค์การอนามัยโลกและหลายประเทศก็มีความวิตกกังวลว่าจะเหมือนกับสถานการณ์ของซาร์ส  หรือไข้หวัดนก  ซึ่งเมื่อเป็นแล้วมีความรุนแรงและมีความเสี่ยงสูง  แต่ว่ามาถึงขณะนี้เกือบทุกประเทศมองเห็นว่าจริง ๆ แล้ว ลักษณะของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  แม้มีอันตรายตรงที่ว่าคนทั่วไปไม่มีภูมิคุ้มกัน  แต่ลักษณะของโรคนั้นก็เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ปกติ  เพราะฉะนั้น หลายประเทศขณะนี้ก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนกับโรคไข้หวัดใหญ่ตามธรรมดา  สิ่งที่สำคัญคือการดูแลรักษาและมีมาตรการที่มีความพร้อมในการที่จะทำให้ผู้ป่วยนั้นมีความปลอดภัย เป็นเรื่องน่าเสียใจครับว่าในบ้านเรามีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 6 คน  แต่อยากจะเรียนว่าในทั้ง 6 กรณีนี้ผมได้ติดตามอย่างค่อนข้างใกล้ชิด  ทราบว่ามีปัจจัยที่แทรกซ้อนเข้ามา เช่นอาจจะมีกรณีของโรคประจำตัวบ้าง  และขณะนี้ก็ได้กำชับว่าการดูแลของสถานพยาบาล  ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐ ของภาคเอกชน มีการทำความเข้าใจว่าถ้าหากว่ามีข้อสงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นั้น จะต้องปฏิบัติดูแลอย่างไร  ซึ่งจะมีช่องทางพิเศษ  ก็จะทำให้การดูแลรักษาพยาบาลมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น  แต่ต้องขอย้ำกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งนะครับว่า จริง ๆ ทุกคนสามารถที่จะป้องกันตัวเองได้ด้วยการดูแลสุขภาพของตัวเอง หมั่นล้างมือ  สำหรับใครที่มีอาการก็รีบไปพบหมอนะครับ  รับการรักษาพยาบาล  และหลีกเลี่ยงในการที่จะเข้าไปในสังคมหรือในชุมชน ที่จะทำให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อต่อไป  

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้  มีงานสำคัญของรัฐบาลที่ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้ได้พูดคุยรายงานให้พี่น้องประชาชนทราบ  สิ่งแรกที่อยากจะยืนยันคือว่าหลายครั้งถ้าพี่น้องประชาชนติดตามข่าวสาร  ก็จะพบเห็นกับลักษณะของปัญหาประจำวัน  ปัญหาที่เกิดขึ้นที่อยู่ในกระแสความสนใจในขณะนี้  แต่ผมอยากจะย้ำกับพี่น้องประชาชนว่า ผมและรัฐบาลตั้งเป้าไว้อย่างสำคัญนะครับว่า การเข้ามาทำงานของพวกเราในขณะนี้  ต้องเป็นการทำงานที่มองไปในระยะยาวด้วย  เพราะฉะนั้น  ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ถือโอกาสรายงานนะครับว่ามีหลายเรื่อง  ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในแง่ของเศรษฐกิจและสังคมไทย  

สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

เริ่มตั้งแต่ภาพรวมของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ  องค์กรที่เขาจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศปีนี้ได้ขยับให้ประเทศไทยดีขึ้นมา 1 อันดับ จากอันดับที่ 27 เป็นอันดับที่ 26  แต่ว่าผมได้พูดคุยกับทางคณะรัฐมนตรีแล้ว  เรามองว่าตัวเลขนี้ยังเป็นตัวเลขที่เราไม่ควรจะพึงพอใจ  เพราะว่าประเทศไทย คนไทยเป็นประเทศ และเป็นสังคมที่มีศักยภาพสูงกว่าที่จะอยู่ในอันดับในลักษณะนี้  เพราะฉะนั้น ได้มีการจัดการประชุมสัมมนาระดมภาคเอกชน ภาควิชาการ ที่สำคัญคือได้ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่ในเรื่องของการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ  ในการจัดอันดับเข้ามาประชุมเป็นเวลา 2 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  ให้คำแนะนำ  เอาประสบการณ์จากประเทศต่าง ๆ มาเพื่อเป็นแนวทางในการนำทาง สำหรับทั้งภาครัฐและเอกชนว่า ทำอย่างไรประเทศไทยของเราจะมีขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจดีขึ้น  ทั้งในแง่ของความเป็นจริง  และเมื่อได้รับการจัดอันดับดีขึ้น  ก็จะเป็นการเรียกความเชื่อมั่น และสร้างโอกาสทางด้านการค้า การลงทุน รวมไปถึงการท่องเที่ยวสำหรับประเทศต่อไป

เร่งผลักดันงานภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

ผมมีโอกาสไปเปิดงานและได้ติดตามจากทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เข้าไปร่วมในการสัมมนา  ก็ได้ข้อคิดเห็น ได้แนวทางที่เป็นประโยชน์อย่างมาก  และจะนำมาปรับเข้ากับไม่เพียงแต่ในเรื่องของการดำเนินนโยบายของรัฐบาล   แต่การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ซึ่งแผนฉบับที่ 11 นี้ก็มีการเริ่มต้นทำกันในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้   ผมเองได้เน้นย้ำไปแล้วครับว่า ในแผนฉบับใหม่นี้  เราจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือ หนึ่ง เรื่องของภาคการเกษตรในการที่จะต้องเป็นผู้ผลิตอาหาร และพลังงานทดแทนที่สำคัญ  โดยจะทำต่อเนื่องจากปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  ซึ่งกำลังมีการลงทุนในเรื่องของแหล่งน้ำ ที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้ประโยชน์  สามารถผลิตผลผลิตทางการเกษตรได้เพิ่มขึ้นต่อไร่  และสัปดาห์หน้าผมจะลงพื้นที่ภาคอีสาน  ไปดูในเรื่องของแหล่งน้ำด้วย  เพื่อที่จะให้การผลักดันไทยเข้มแข็งนั้นเป็นไปตามเป้าหมาย

ปรับปรุงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

นอกจากนั้นก็มีเรื่องของภาคบริการการท่องเที่ยว  ซึ่งเรายังมีความสามารถในการที่จะเติบโตอีกมาก  เพียงแต่ว่าเราต้องปรับปรุง  พูดง่าย ๆ คือสินค้าของเรา ยี่ห้อของเรา และเพิ่มความหลากหลายในเรื่องของการท่องเที่ยวมากขึ้น  ซึ่งเคยมีการพูดคุยกันในรายการนี้มาแล้ว  พร้อม ๆ กันไปก็มีในส่วนของภาคอุตสาหกรรม  ซึ่งจะเน้นในเรื่องของความคิดที่สร้างสรรค์  เราจะปรับปรุงในเรื่องของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา  เสริมในเรื่องของการวิจัยพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า  และขณะนี้คณะกรรมการซึ่งทำหน้าที่ในการดูแลเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา  ก็จะปรับบทบาทเข้ามาเสริมในเรื่องของเศรษฐกิจที่อิงกับความคิดสร้างสรรค์ หรือ  Creative Economy ตรงนี้ต่อไปด้วย  อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งซึ่งได้มีการดำเนินการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

พร้อมๆ กันไปครับการลดต้นทุนของอุตสาหกรรมให้กับเศรษฐกิจของประเทศ  ในเรื่องของโลจิสติกส์ก็มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่สำคัญที่สุดคือการลงทุนในการขนส่งระบบราง  ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วผมได้มาพูดคุยหลังจากที่ได้ไปเยือนประเทศจีน และได้ชักชวนให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้  มีการพิจารณาอย่างกว้างขวางครับใน ครม.เศรษฐกิจ  และมีแนวทางที่ชัดเจนว่าในช่วงของปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้น  จะมีการดำเนินการในหลายเรื่องครับ  เรื่องแรกคือการปรับปรุงสภาพของระบบรางรถไฟทั่วประเทศในปัจจุบัน  ซึ่งทรุดโทรมเสื่อมโทรมไปมาก  ก็จะใช้เงินจากโครงการไทยเข้มแข็งนี้  ทำหน้าที่ในการฟื้นฟูและปรับปรุงรางตรงนี้ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่ 

ประการที่ 2 ในเส้นทางหลัก ๆ จะเดินหน้าต่อในโครงการของรถไฟรางคู่  ซึ่งจะทำให้การเดินรถไฟสามารถที่จะเพิ่มความรวดเร็ว  เพิ่มเที่ยวที่จะบริการประชาชนทั้งในเรื่องของการเดินทาง ทั้งในเรื่องของการขนส่งสินค้า ได้พร้อม ๆ กันไป  ประการที่ 3 จะมีการพิจารณาในเรื่องของเส้นทางบางเส้นทาง  ในส่วนของบริเวณรอบ ๆ กรุงเทพฯ ว่ามีความเหมาะสมที่จะทำเป็นรถไฟความเร็วสูงหรือไม่  และประการที่  4 คือเรื่องของการเชื่อมโยงกับเครือข่ายของอาเซียน  ซึ่งเชื่อมต่อไปจนถึงทางตอนใต้ของจีน  และลงไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์  กำลังจะมีการดูแลว่า เส้นทางไหนจะเป็นเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด  และในสัปดาห์หน้าผมจะเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนาม  เพื่อที่จะเชื่อมโยงกับทางเวียดนามด้วย  แล้วจะได้วางแผนในเรื่องของการกำหนดเครือข่ายที่จะทำให้ไม่เพียงแต่พี่น้องประชาชนคนไทยสามารถใช้รถไฟ หรือเดินทางด้วยระบบรางได้อย่างรวดเร็วสะดวกมากยิ่งขึ้น  แต่ว่าสามารถที่จะเปิดพื้นที่  อย่างเช่นภาคอีสาน  ก็สามารถที่จะออกทะเลผ่านทางท่าเรือ  อาจจะเป็นทางเวียดนามหรือทางอื่น ๆ ได้ อย่างนี้เป็นต้น  ตามแนวตะวันตก ตะวันออก ที่จะมีการพัฒนา อันนี้ก็เป็นงานสำคัญที่ได้มีการดำเนินการไป 

เชื่อมต่อขยายระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ

ส่วนในกรุงเทพมหานครเอง  ระบบขนส่งมวลชน  ภายในเดือนสิงหาคมนี้จะมีการปรับปรุงแผนแม่บทในเรื่องของระบบขนส่งมวลชน  ก็มีประเด็นสำคัญที่อยากจะเรียนคือว่า เส้นทางต่อขยายของรถไฟฟ้าที่มีอยู่  โดยเฉพาะที่กรุงเทพมหานครดูแลอยู่  และกำลังจะมีการต่อไปทางทิศเหนือ  จากสะพานใหม่ขึ้นไปจนถึงปทุมธานีก็ดี  หรือว่าทางทิศตะวันออกที่ออกไปสู่ทางสมุทรปราการ อย่างนี้เป็นต้น  ตรงนั้นจะมีการดำเนินการที่จะดูแลว่าทำอย่างไรกรุงเทพมหานคร  กระทรวงที่เกี่ยวข้อง  และรวมถึงองค์กรท้องถิ่นในจังหวัด ในปริมณฑล สามารถมาทำงานร่วมกัน  และระบบที่ต่อขยายไปไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้โดยสาร  ในแง่ของระบบตั๋วหรือระบบการเชื่อมโยง  และมี 2 เส้นทางครับ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะต้องมีการมาศึกษาดูเพิ่มเติมจากที่เคยกำหนดไว้ในอดีต  เส้นทางหนึ่งคือการต่อออกจากบางกะปิ  ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงเข้ามาตรงใจกลางเมืองอยู่แล้วไปถึงมีนบุรี   และอีกเส้นทางหนึ่งคือเชื่อมจากมีนบุรีไปตามแนวของรามอินทรา  มาจนถึงศูนย์ราชการ  ก็จะมีการศึกษาความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ในการที่จะเพิ่มเติมเส้นทางนี้เข้าไปในแผนแม่บทของระบบรางของขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครด้วย  

แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินโดยออกเป็นโฉนดชุมชน

นอกจากนั้นครับในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้  ได้มีการติดตามการแก้ไขปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชนที่ผมถือว่าประสบกับปัญหาหนักที่สุด คือประชาชนที่มีปัญหาเรื่องที่ทำกิน  คงจำได้นะครับว่าก่อนหน้านี้ได้มีประชาชนที่ได้เข้ามาเรียกร้อง  ที่เรียกตัวเองว่าเป็นเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน  มีปัญหาในเรื่องของที่ทำกินทั่วประเทศ เกี่ยวข้องกับที่ของหลายหน่วยราชการต่าง  ๆ  ไม่ว่าจะเป็นที่ของราชพัสดุ  ส.ป.ก. ป่าไม้ อุทยาน หรือว่าที่ที่ใช้เพื่อประโยชน์ในทางสาธารณะ   อยากจะเรียนครับว่าตอนนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการและกลไกต่าง ๆ ขึ้นมา  และได้กำหนดเวลาไว้ 90 วัน  ผมได้มีการเรียกประชุมครับเมื่อครบกำหนด 90 วันขณะนี้  ต้องบอกว่ามีความคืบหน้าไปมากพอสมควร  ส่วนใหญ่ขณะนี้หน่วยงานราชการกับทางภาคประชาชน  กำลังหารือแนวทางที่จะแก้ปัญหานี้และก็เป็นไปด้วยดี  อาจจะมีบางหน่วยงานซึ่งมีปัญหาความไม่เข้าใจกันอยู่บ้าง  ซึ่งได้มีการประชุมและจะแก้ไขกันต่อไป

แต่ว่าหลักสำคัญคือว่าเรากำลังจะดำเนินการในเรื่องของการที่จะทำเรื่องของโฉนดชุมชน  การแก้ปัญหาที่ทำกินในอดีตมีข้อจำกัดอยู่อย่างหนึ่งคือว่า พอแก้ที่ปัญหาที่ทำกินไปแล้ว  และออกเอกสารสิทธิ์  ให้กรรมสิทธิ์ไปในลักษณะให้กับบุคคลหรือเอกชนไปแล้ว  ต่อมาที่ดินก็จะเปลี่ยนมือ  และในที่สุดคนที่ยากลำบาก  คนยากคนจน  ก็ไม่มีที่ทำกินอีก  แต่ว่าแนวคิดเรื่องของโฉนดชุมชนนั้น  เราจะสามารถให้กรรมสิทธิ์กับทางชุมชน ให้กับภาคประชาชนที่จะบริการจัดการ  เพื่อดูแลว่าที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนที่ยากจน โดยเฉพาะเกษตรกรสามารถที่จะใช้ที่ตรงนั้นสมกับเจตนารมณ์ที่มีการแก้ไขปัญหาในเรื่องที่ทำกินแต่ละครั้ง  

การประชุมกันล่าสุดก็ตั้งใจว่าหลังจากที่มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอีกประมาณสัก 1 เดือน  เดือนสิงหาคมนั้นจะมีการเริ่มต้นกำหนดเป็นระเบียบออกมา เพื่อแก้ปัญหาที่ทำกินในหลายพื้นที่ในลักษณะของโฉนด ชุมชนได้  พร้อมๆ  กันไปกระทรวงการคลังก็ยังเดินหน้าในการที่จะทำเรื่องของการจัดเก็บภาษีที่ดิน หรือภาษีทรัพย์สิน  ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกระจายการถือครองที่ดินด้วย  และมีความคิดเพิ่มเติมเข้ามาว่า ภาษีในส่วนนี้จะมีการกันเงินส่วนหนึ่งมาทำเป็นกองทุนธนาคารที่ดิน  เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ทำกินต่อไป  อันนี้เป็นความคืบหน้าที่สำคัญที่ชัดเจนอีกด้านหนึ่ง  ซึ่งผมคิดว่ามีความหมาย มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชนจำนวนมากในชนบท  เราจะเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป  พร้อม ๆ กับเรื่องหนี้สินและปัญหาในเรื่องของการที่จะดูแลในเรื่องของรายได้ของเกษตรกรในการแทรกแซงในเรื่องของพืชผลการเกษตร  ซึ่งจะทำอย่างเป็นระบบให้ครบวงจรให้ได้ในรัฐบาลนี้ 

ยืนยันการตัดสินใจโครงการรถเมล์เอ็นจีวีต้องโปร่งใส

ผมเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายครับก่อนที่จะพักกันไป คือว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันครับ  ก็ครบกำหนดที่ทางคณะกรรมการของสภาพัฒน์ฯ จะรายงานเข้ามาในเรื่องของปัญหาโครงการของรถเมล์  ก็ปรากฏว่าขณะนี้สิ่งที่ทางสภาพัฒน์ฯ เสนอมาคือว่า  มีความจำเป็นที่จะต้องทบทวนในเรื่องของตัวเอง เกี่ยวข้องกับสมมติฐานในเรื่องของเส้นทางการวิ่งรถ  ความสัมพันธ์ระหว่างการเดินรถของ ขสมก. กับรถร่วม และสมมติฐานในเรื่องของจำนวนผู้โดยสาร  เพราะเป้าหมายของเราคือว่าเราจะต้องทำบริการรถเมล์ให้ดีขึ้นสำหรับพี่น้องประชาชน พร้อม ๆ  ไปกับการทำให้ ขสมก. สามารถที่จะฟื้นขึ้นมา หลุดออกมาจากภาวะของการขาดทุนที่เรื้อรังหรือว่าซ้ำซากมาเป็นเวลานาน  เพราะฉะนั้น คณะรัฐมนตรีได้ให้ทางกระทรวงคมนาคมได้ทำเรื่องนี้  คือทำตัวเลขในเรื่องนี้ แล้วไปปรึกษาหารือและประชุมร่วมกับทางคณะกรรมการของสภาพัฒน์ฯ  เมื่อตัวเลขพร้อมก็จะใช้เวลาอีก 30 วัน  ก่อนที่จะได้ข้อสรุปว่าแนวทางของการปฏิรูปรถเมล์  รวมไปถึงการที่จะมีรถเมล์ใหม่เข้ามาวิ่งนั้น ควรจะดำเนินการในรูปแบบใด  ซึ่งคงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ว่าจะเช่าหรือจะซื้อ  หรือจะเช่าซื้อ  เพราะตอนนี้ก็เริ่มมีข้อเสนอที่เพิ่มเติมเข้ามา เช่น จะมีการตั้งบริษัทลูก หรือว่าอาจจะเป็นแนวทางของการที่ ขสมก. ได้มีการแบ่งเส้นทาง  ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารดูแลในเรื่องของเดินรถ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งอยากจะย้ำครับว่าการตัดสินใจของรัฐบาลในเรื่องนี้  ยืนยันครับว่าจะเป็นไปอย่างโปร่งใส  และมีเป้าหมายในการที่จะทำให้สถานะของ ขสมก. และที่สำคัญที่สุดคือบริการรถเมล์ดีขึ้นสำหรับพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร  ตอนนี้พักกันสักครู่นะครับ  เดี๋ยวกลับมาพบกับการเปิดตัวโครงการ “ฉันรักประเทศไทย – I Love Thailand” ครับ 

ช่วงที่ 2

สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ  ผมวิลลี่  แมคอินทอช  และคุณพิม ซอนย่า คูลลิ่ง  พร้อมด้วยคุณบุญชัย โชควัฒนา เป็นพิธีกรสัมภาษณ์ท่านนายกรัฐมนตรี และคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน  ในวันนี้นะครับ  อยากจะเริ่มต้นกับคำถามต่าง ๆ อาจจะให้คุณพิมเริ่มก่อนกับคำถามที่เรียกว่าอยากจะถามใคร 

คุณซอนย่า  ได้เลยค่ะ ต้องขอสวัสดีนะคะทั้ง 3 ท่านเลย  และเป็นเกียรติอย่างยิ่งนะคะที่ได้มาสัมภาษณ์ท่านนายกฯ วันนี้  ก่อนอื่นพิมขอพูดถึงโครงการ “ฉันรักประเทศไทย” ไหน ๆ วันนี้เราก็ใส่เสื้อมาโปรโมทเต็มที่ทุกคน  อยากให้ท่านนายกฯ พูดถึงโครงการว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรคะ

นายกรัฐมนตรี  ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญในการทำงานและแก้ปัญหาอย่างหนึ่งคือเรื่องของความเชื่อมั่น เรื่องของภาพลักษณ์ของประเทศ  เพราะว่าช่วงที่รัฐบาลนี้เข้ามา  ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ของประเทศบอบช้ำพอสมควร ในเรื่องของความขัดแย้ง  ในเรื่องของความรุนแรง  การประท้วงชาวโลกเขาดูข่าวประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีหลัง เขาก็ไม่เห็นสิ่งดี ๆ เท่าไหร่  และผมก็ยอมรับว่าในช่วงเมษายนที่เกิดเหตุที่พัทยา  ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ซ้ำเติมตรงนั้นเข้าไป  เพราะฉะนั้น เราก็พยายามว่าทำอย่างไร  ที่จริงแล้วผมก็เดินทางไปต่างประเทศ  คนที่เขารู้จักประเทศไทย  เขาจะบอกว่าสิ่งที่เขาเห็นทางทีวี 2-3 ปีมานี้  มันไม่ใช่ประเทศไทยที่เขารู้จัก  เขารู้จักคนไทยที่ต้อนรับเขาเวลาเขามาท่องเที่ยว  เขารู้จักคนไทยที่ทำงานกับเขาเวลาเขามาลงทุน  เขาได้สัมผัสกับอุปนิสัยใจคอ วัฒนธรรมไทย มันไม่ใช่อย่างนี้  เราก็คิดว่ามันต้องมารวมพลังคนไทยกัน  

ยืนยันสิ่งที่ผมพูดตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง  คือวันนั้นก็พูดเป็นภาษาอังกฤษกับชาวโลกด้วยว่า เป้าหมายของผมก็คือทำให้ชาวโลกหันกลับมามองประเทศไทยว่าเป็นเมืองยิ้ม  เป็นเมืองของคนที่มีสิทธิเสรีภาพ  และเป็นเมืองที่มีโอกาสในการที่จะทำมาค้าขายลงทุน  เพราะฉะนั้น  อันนี้ก็เป็นแนวคิดเบื้องต้น ซึ่งผมคิดว่าคุณบุญชัยอาจจะสะท้อนได้ดีว่าปัญหาภาพลักษณ์มันกระทบกับประเทศ สังคม อย่างไร  และคุณอภิรักษ์ได้ช่วยคิดโครงการนี้ขึ้นมา  ผมเลยคิดว่านอกเหนือจากการทำเรื่องภาพลักษณ์แล้ว  ก็ทำให้เป็นเรื่องของการปลุกจิตสำนึก  ปลุกระดมคนไทยนิดหน่อย  ไม่ใช่ปลุกระดมไปประท้วงใคร  ปลุกมาเพื่อจะบอกว่าจริง ๆ คนไทยส่วนใหญ่ขณะนี้ต้องการเห็นเมืองไทยที่สงบ  เมืองไทยที่มีความเอื้ออาทร  มีน้ำใจไมตรีให้กัน และเป็นเมืองที่ต้อนรับชาวโลก อันนี้คือที่มาของโครงการคุณซอนย่า  แล้วมีวิธีการประชาสัมพันธ์อย่างไรให้ทุกคนหันมาร่วมมือกัน

นายกรัฐมนตรี  เดี๋ยวในช่วงท้ายเราคงได้ไปสัมผัสกับการเปิดตัวโครงการ  แต่ผมคิดว่าคุณอภิรักษ์คงจะตอบได้ดีกว่าผมนะครับว่าจะทำอะไรกันบ้าง

คุณซอนย่า  มีกลยุทธ์อย่างไรบ้างคะ

คุณอภิรักษ์  จริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้น  อย่างที่ท่านนายกฯ ได้เรียนเมื่อสักครู่คือว่าเราได้มีโอกาสได้เจอกับพี่น้องประชาชนนะครับ  ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ  คุณพ่อคุณแม่  พี่น้องชาวเกษตรกร  หรือแม้แต่คนที่ทำงานอยู่ตามบริษัทต่าง ๆ ก็คุยกันว่าเขาจะมีส่วนร่วมเข้ามาช่วยในการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างประเทศก็ดี หรือนักท่องเที่ยวที่จะมาเมืองไทย  หรือแม้แต่คนไทยด้วยกันเอง  เพราะฉะนั้น กิจกรรมที่วันนี้จะมีการรณรงค์คือในเรื่องของการดึงการมีส่วนร่วมของประชาชน  แม้แต่เด็ก ๆ เองก็มีส่วนช่วย  ตั้งใจเรียน เป็นคนดี ไม่ทะเลาะกัน  พี่น้องชาวเกษตรกรก็สามารถที่จะช่วยในการที่จะได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต  หรือแม้แต่คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ  จริง ๆ แล้วก็มีความสำคัญมาก  เพราะถือว่าเป็นคนที่จะได้สัมผัสกับชาวต่างประเทศในทุกมุมทั่วโลกเลย  เพราะฉะนั้น  เราก็มีการเปิดเว็บไซต์ด้วย ชื่อว่า www.ilovethailand.org แบบนี้คนก็สามารถที่จะสามารถที่จะส่งความคิดเห็น หรือแม้แต่ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เข้ามาในเว็บไซต์ได้ด้วยครับ

คุณวิลลี่  คุณบุญชัยครับอย่างที่ท่านนายกฯ ได้กล่าวไว้ว่าภาพลักษณ์มีสะท้อนออกไปถึงต่างประเทศ ในด้านธุรกิจเป็นอย่างไรบ้างครับกับประเทศไทยของเรากับสิ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมานี้

คุณบุญชัย  ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบ  แต่เมืองไทยพื้นฐานหลาย ๆ อย่างเป็นพื้นฐานที่ดี   คนต่างชาติอาจจะตกใจไปเล็กน้อยในช่วงที่จะมีปัญหาในทางการเมือง  แต่หลังจากนั้นเขาพร้อมที่จะกลับมาเมืองไทยได้อย่างรวดเร็วเลย  ไม่เสียเวลานะครับ  สำหรับโครงการนี้ผมคิดว่าดีมาก และใจจริงคิดว่าควรทำมานานแล้ว  ตอนสมัยเราเป็นเด็ก  เราเป็นนักเรียนเราต้องร้องเพลงชาติทุกวัน  แต่พอเราโตขึ้น เราทำงาน เราก็มีภารกิจอื่น ๆ เยอะแยะเลย จนบางทีก็ลืมนึกถึงชาติไป  ทำให้ความระลึกถึงชาติ  ความสำคัญของชาติ  น้อยลงไปเรื่อย ๆ  เพราะฉะนั้น การทำตรงนี้เท่ากับการรื้อฟื้นแนวทาง กระตุ้นเตือนประชาชนทุกระดับให้สำนึก ให้รู้ถึงบุญคุณของประเทศชาติ  ผมคิดว่าอันนี้อยากจะส่งเสริม  และคิดว่าควรจะต้องทำหลาย ๆ ครั้ง และทำอย่างต่อเนื่อง  เพราะว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ดี  และคิดว่าการมีชาติ  ทำให้เรามีความภาคภูมิใจ  ผมว่าประชาชนทุกคนรักชาติทุกคน  แต่นาน ๆ เข้าไม่ได้คิดถึง  เลยไปสนใจเรื่องอื่นมากกว่า  ก็คิดว่าโครงการนี้อยากจะสนับสนุนครับ

คุณวิลลี่  ท่านนายกฯ ครับ  สมมติว่าในฐานะของท่านนายกฯ ท่านจะทำอะไรบ้าง  เพื่อจะได้แสดงให้เห็นว่าท่านรักประเทศไทย  ท่านจะทำอะไรครับ

นายกรัฐมนตรี  ผมว่าสำหรับนักการเมือง  สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในการที่จะบ่งบอกถึงความรักประเทศ คือต้องเอาผลประโยชน์ของประเทศเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์อะไรก็ตาม ต้องไม่เข้ามามีส่วนในการที่จะทำให้เราตัดสินใจในการทำงาน  ทุกอย่างที่เราทำ  ทุกอย่างที่เราคิด  ทุกอย่างที่เราตัดสินใจต้องมุ่งไปที่ประโยชน์ของประเทศชาติ  และบางครั้งบางทีประโยชน์ของประเทศชาติ  อาจจะทำให้เรามีปัญหาในทางการเมืองหรืออะไรก็แล้วแต่  เราต้องยอมสละประโยชน์ของตัวเองในทางการเมืองตรงนั้