ข่าว

ตร.จ่อเรียก‘เสก โลโซ’รับทราบข้อกล่าวหา

ตร.จ่อเรียก‘เสก โลโซ’รับทราบข้อกล่าวหา

10 ต.ค. 2557

ตำรวจจะยื่นต่อศาลเพื่อออกหมายเรียก "เสก โลโซ" มารับทราบ 2 ข้อกล่าวหา ที่ถูกภรรยาแจ้งดำเนินคดีไว้

 
          วันที่ 10 ต.ค.57 ภายหลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ต่อมาเวลา 23.30 น.วันเดียวกัน นางวิภากร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าวดังกล่าว นางวิภากร ระบุว่า มั่นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความเป็นธรรม ที่เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้เพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติมถึงรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเรื่องของการถูกทำร้ายร่างกาย เนื่องจากเมื่อวาน(8 ต.ค.) ที่มาแจ้งความได้ลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้นยังไม่มีการให้ปากคำ ส่วนผลตรวจร่างกายที่เป็นเอกสารใบรับรองแพทย์นั้นทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อรับกับทางโรงพยบาลเอง ซึ่งตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย
 
          “บาดแผลที่กายมันไม่เท่าไหร่ มีเพียงฟกช้ำเล็กน้อย เจ็บที่ข้อมือไม่เป็นอะไรมาก แต่บาดแผลที่ใจมันเจ็บมากกว่า ตอนนี้สภาพจิตใจค่อนข้างดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ตอนนี้เป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกมากกว่า โดยเฉพาะน้องเสือลูกชายคนโต ที่ตอนนี้เครียดมาก เครียดเรื่องเรียนด้วยเครียดเรื่องพ่อแม่ด้วย ก็พยายามคุย ให้กำลังใจลูกๆมากขึ้น หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 ต.ค. น้องกวางลูกสาวคนที่สองถึงแม้จะกำลังใจดี แต่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง เผชิญอยู่ตรงนั้น เขาถึงขั้นเอ่ยปากตัดพ่อลูกว่า “นับจากนี้ไปกวางกับพ่อไม่ใช่พ่อลูกกันอีกต่อไป” ซึ่งเสกเขาก็พูดเพียงสั้นๆว่า ไม่เป็นไร “ นางวิภากร ระบุ
 
          นางวิภากร กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายและมาแจ้งความไว้ตามที่เป็นข่าวไปก็ยังไม่ได้พูดคุยกับคุณเสก และคุณเสกเองก็ไม่ได้ติดต่อมาแต่อย่างใด จากนี้ไปก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนที่คุณเสกเขาไปยื่นเรื่องฟ้องร้องนั้นก็ปล่อยให้เขาทำไป รวมถึงเรื่องที่คุณเสกจะไปยื่นฟ้องหย่าด้วย ส่วนตัวยังไม่รู้ เพราะยังยุ่งกับคดีนี้อยู่ แต่ได้ปรึกษากับทนายความแล้ว ปล่อยให้เขาฟ้องไปก่อนค่อยไปแย้งเอาทีหลังซึ่งคงไม่มีการไกล่เกลี่ยหรือประณีประนอมยอมอีกต่อไป สำหรับเรื่องนี้ก็จะเดินหน้าสู้ให้ถึงที่สุดไม่มีถอย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปรามในเรื่องโซเชียลมีเดีย ในส่วนที่ตนโพสต์ ก็จะพยายามลดลงให้น้อยลงเพื่อลดแรงเสียดทาน 
 
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียกนายเสกสรร ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ เพื่อให้มารับทราบข้อหาที่ถูกนางวิภากร ผู้เป็นภรรยาแจ้งดำเนินคดีไว้จำนวน 2 ข้อหา คือทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ โดยจะยื่นต่อศาลเพื่อออกหมายเรียกภายในวันที่  10 ต.ค. คาดว่าเมื่อออกหมายเรียกและส่งหมายเรียกไปน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 วัน ภายในวันเสาร์หมายเรียกน่าจะไปถึงบ้านในวันเสาร์ที่ 11 ต.ค. นี้ 





"เสก โลโซ"ส่งทนายฟ้องศาล"เมีย-หมออังกูร"เรียก200ล.
 
 
          รอยร้าวในครอบครัว "ศุขพิมาย" ดูจะขยายวงกว้างออกไปจนยากจะประสาน ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ อายุ 40 ปี นักร้องร็อกชื่อดัง มอบอำนาจให้ นายณรงค์ฤทธิ์ เพชรฤทธิ์ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นพ.อังกูร ภัทรากร อายุ 52 ปี แพทย์สังกัดสถาบันธัญญารักษ์ และนางวิภากร ศุขพิมาย หรือกานต์ อายุ 42 ปี ภรรยาของเสก โลโซ เป็นจำเลยที่ 1-2 คดีทางแพ่ง เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
 
          โดยคำฟ้องระบุว่า จำเลยทั้งสองกลับร่วมกันวางแผนโดยอ้างอำนาจ พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 เพื่อควบคุมตัวโจทก์ไปไว้ที่สถาบันธัญญารักษ์ โดยโจทก์ไม่ตกลงยินยอม ต่อมาจำเลยกับพวกอีก 7 คนบุกรุกเข้ามาที่บ้าน พร้อมนำรถพยาบาลที่มีเครื่องมือแพทย์ เพื่อจับตัวโจทก์โดยไม่ได้รับการมอบหมายทั้งจากคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หรือคำสั่งพนักงานสอบสวน หรือคำสั่งศาล อีกทั้งจำเลยทั้งสองร่วมกันใส่ร้ายโจทก์ว่ายังเป็นผู้เสพติดทั้งที่ไม่เป็นความจริง เนื่องจากโจทก์เลิกเสพยาเสพติดมาเด็ดขาดแล้ว การกระทำของพวกจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง และขาดรายได้จากการแสดงดนตรี และขาดรายได้จากการแสดงคอนเสิร์ต 
 
          นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว นายเสกสรรค์ยังได้ยื่นฟ้อง นางวิภากร ภรรยา เป็นจำเลย คดีแพ่ง เรื่องละเมิดอีกสำนวนด้วย เรียกค่าเสียหาย 2.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีอีกด้วย
 
          คำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2557 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวก ร่วมกันจัดฉาก สร้างเรื่องวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อทำลายชื่อเสียงของโจทก์ เพื่อไม่ให้โจทก์จัดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ในชื่อ 40 ปี เสก โลโซ (40 แต่เหมือน 14) ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ โดยจำเลยพร้อมบุตรสาว ได้มาหาโจทก์ที่บ้านพักแขวงท่าแร้ง เขตบางเขน อ้างว่าจะมาเอาทรัพย์สินของบุตร แต่เมื่อโจทก์อนุญาตให้เฉพาะบุตรสาวเข้าไปในบ้าน จำเลยก็ได้ยั่วยุโจทก์ให้มีอารมณ์โกรธ ซึ่งพวกจำเลยได้วางแผนล่วงหน้าที่จะถ่ายภาพเคลื่อนไหวจากรถยนต์ของจำเลย 
 
          เมื่อโจทก์เข้าห้ามปรามจำเลยก็ขัดขวางโจทก์จึงตบจำเลยด้วยฝ่ามือในลักษณะที่ไม่รุนแรง เนื่องจากความโกรธ เมื่อจำเลยกับพวกได้ภาพเคลื่อนไหวที่มีลักษณะมุ่งทำลายชื่อเสียงของโจทก์แล้วก็ได้ออกจากหมู่บ้านไป ซึ่งวันเดียวกันนั้น จำเลยกับพวกได้เผยแพร่คลิปภาพดังกล่าวในสังคมออนไลน์ จนสื่อมวลชนนำคลิปภาพพร้อมข้อความไปเผยแพร่ต่ออันเป็นการสมประโยชน์ของจำเลยกับพวก 
 
          โดยศาลจังหวัดมีนบุรี ได้รับคำฟ้องทั้งสองไว้ และนัดคู่ความ 2 ฝ่าย เพื่อพิจารณาคดีในเดือนธันวาคมนี้ เวลา 13.30 น. 
 
          ส่วนความคืบหน้ากรณีนางวิภากรได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว กรณีถูกสามีทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูกตามที่มีการแชร์คลิปวิดีโอ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา นั้น พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.คันนายาว เปิดเผยว่า จะมีการสอบปากคำน.ส.วิภากร ต่อหน้านักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ทั้งนี้ อาจจะมีคำสั่งควบคุมความประพฤติของคู่กรณีไม่ให้เข้าใกล้ผู้เสียหาย โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. จะเป็นผู้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายต่อไป
 
          ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวต้องมีการนำ พ.ร.บ.เข้ามาใช้ เพื่อให้คดีความเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่เกิดปัญหาที่จะบานปลายต่อไป หากใช้เพียงประมวลกฎหมายอาญา ก็จะมีบทลงโทษที่เล็กน้อย และอาจทำให้มีกรณีที่รุนแรงเกิดขึ้นอีกต่อไป