ข่าว

หนุนจับ‘สินบนจราจร’จับตาล่าเงินรางวัลพุ่ง

หนุนจับ‘สินบนจราจร’จับตาล่าเงินรางวัลพุ่ง

10 ต.ค. 2557

หนุนจับ‘สินบนจราจร’จับตาล่าเงินรางวัลพุ่ง : โต๊ะข่าวอาชญากรรม

               ตามที่ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร และมีนโยบายให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่รับสินบนจากคนที่ทำผิดกฎจราจร เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วัดพระยาไกร จับกุมผู้กระทำผิดซึ่งพยายามหยิบยื่นเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม และได้มีการบันทึกภาพผู้ที่จะติดสินบนแต่ตำรวจผู้จับกุมไม่ยอมรับ ทาง พล.ต.ต.อดุลย์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาจึงมอบเงินรางวัลให้เป็นขวัญกำลังใจแก่ตำรวจจราจร สน.วัดพระยาไกร จำนวน 1 หมื่นบาท ในฐานะที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่เห็นแก่สินบนที่ผู้กระทำผิดมอบให้


               พร้อมกันนั้นยังได้แจ้งข้อหา "ให้สินบนเจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่" ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 144 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนำตัวผู้กระทำผิดติดสินบนเจ้าพนักงานส่งดำเนินคดี

               การให้สินบนเจ้าพนักงาน นอกจากจะเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่มีโทษสูงแล้ว ยังเป็นคดีที่ไม่สามารถยอมความกันได้

               เหตุการณ์ให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรครั้งนี้ นายเด่นชัย อยู่บัว อาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซอยรามคำแหง 39 ได้แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า "เป็นเรื่องดีที่ตำรวจเข้มงวดขึ้น ผู้ที่คิดจะกระทำผิดกฎหมายจราจรจะได้ไม่กล้าฝ่าฝืนอีก เพราะบางครั้งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ตัวเองไม่เป็นอะไร แต่คนอื่นอาจเป็นอะไรก็ได้ ตำรวจไม่ต้องไปรับเงินหรอกครับ เพราะตำรวจมีเงินเดือน มีสวัสดิการ ส่วนวินจักรยานยนต์ที่ผมอยู่ ก็ช่วยกันดูแลไม่ให้ทำผิดกฎจราจร ถ้าสมมุติเกิดโดนจับก็ไปสถานีตำรวจ ไปคุยดีๆ กับตำรวจ ก็อาจจะลดค่าปรับได้บ้าง ถ้ารู้ว่าตัวเองผิดไปแล้ว ดีกว่าจ่ายเงินให้ตำรวจ ทำผิดแล้วใช้เงินแก้ไขคงไม่ถูกต้อง"

               เช่นเดียวกับ นายวิชัย วิเศษดี อาชีพรับจ้าง ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ตำรวจออกมาตรการนี้มาเพื่อเป็นการป้องปราม และเป็นกรณีตัวอย่างแก่ผู้ที่คิดจะยัดเงินเพื่อติดสินบนตำรวจ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากใครที่กระทำผิดจริงก็ควรจะยอมรับ และเสียค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนดไว้จะดีกว่า

               ด้านตำรวจจราจรผู้ปฏิบัติหน้าที่นายหนึ่ง เปิดเผยว่า ดีใจที่ผู้บังคับบัญชาจัดโครงการนี้ขึ้นมา ทำให้ผู้ขับขี่คิดกระทำผิดกฎจราจรจะได้ไม่กล้าฝ่าฝืนอีก และไม่กระทำความผิดติดสินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งการตั้งด่านที่ผ่านมาก็พบผู้ขับขี่ที่พยายามจะติดสินบนเจ้าพนักงาน ก็ได้พูดคุยตักเตือนไปว่าการกระทำแบบนี้เป็นการกระทำที่ไม่ดี และไม่ควรที่จะกระทำอีก ส่วนการมอบรางวัลให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับผู้กระทำผิดกฎจราจรติดสินบนให้พนักงาน ด้วยการมอบเงิน 1 หมื่นบาท โดยใช้เงินจากสวัสดิการตำรวจ ก็ยังกังวลว่า หากสามารถจับผู้ติดสินบนได้เยอะ เงินรางวัลที่มอบให้แก่ตำรวจจะเพียงพอหรือไม่ เพราะเงินสวัสดิการคงไม่ได้ดูแลเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว

               อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าการมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่เห็นแก่ได้ โดยรับสินบนจากผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรเพียงเล็กน้อยนั้น หากมองว่าต่อไปเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเห็นถึงความดีความชอบและจับกุมถ่ายภาพผู้กระทำผิดที่พยายามจะมอบเงินให้แก่ผู้จับกุมจำนวนหลายรายแล้ว ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลโดยเฉพาะ พล.ต.ต.อดุลย์ ที่รับผิดชอบงานด้านการจราจรจะนำเงินสินน้ำใจจากไหนมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุม เพราะหากมองคร่าวๆ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเคร่งครัดจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรโดยถ่ายภาพของประชาชนที่หวังให้สินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละวันเกินสิบรายขึ้นไป ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะต้องมอบเงินรางวัลให้เป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่นับแสนบาท

               อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะนำงบประมาณจากไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการนำเงินของสวัสดิการตำรวจจราจรมาใช้ แต่จำนวนที่มากมายในแต่ละวัน จะเพียงพอหรือไม่

               หากจะมองว่ายังมีตำรวจน้ำดีอีกหลายรายที่เคร่งครัดกวดขันจับกุมผู้กระทำผิด โดยไม่หวังผลตอบแทนที่จะได้รับจากผู้บังคับบัญชา เหมือนอย่างที่มีการมอบเงินสินน้ำใจแก่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร แต่ตัวอย่างที่ปฏิบัติมาแล้วตำรวจท้องที่อื่นจะคิดอย่างไร แม้จะไม่ต้องการผลตอบแทนก็ตาม
-------------------------

(หมายเหตุ : หนุนจับ‘สินบนจราจร’จับตาล่าเงินรางวัลพุ่ง  : โต๊ะข่าวอาชญากรรม)