
วิษณุเผยร่างพรบ.ม็อบถึงมือประวิตรแล้ว
วิษณุเผยร่างพรบ.ชุมนุมสาธารณะถึงมือประวิตรแล้ว บิ๊กป๊อก มอบนโยบายมท.ลดขัดแย้ง-สร้างปรองดอง ย้ำผู้นำท้องถิ่นสร้างความปรองดองวอนข้าราชการหยุดปลุกปั่น
9ต.ค.2557 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ว่า รัฐบาลส่งกฎหมายกลับไปให้แต่ละกระทรวงเพื่อยืนยันกลับมา รวมทั้งสตช.ที่อาจจะแก้ไขเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ เมื่อปรับปรุงเสร็จก็ส่งกลับมาผ่านพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งคาดว่าน่าจะมาถึงพล.อ.ประวิตรแล้ว และจากนั้นจะผ่านกระบวนการของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) และตนและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและตนก็จะเป็นผู้ให้ความเห็น เพราะเป็นเพียงการแก้ไขเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อผ่านแล้วก็จะสามารถเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณาได้
เผยสปช.ถกนัดแรก21ต.ค.
นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เข้าไปนั่งเป็นกรรมาธิการจำนวน 5 คนว่า ครม.ยังไม่ได้มีการหารือในเรื่องนี้ แต่ต่างคนอาจจะต่างคิดในใจอยู่บ้าง อาจจะไม่ถึงการระดมความคิดของครม.ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อส่งรายชื่อไปในนามครม.ต้องออกเป็นมติครม.
"คงจะมีรัฐมนตรีบางคนที่เกี่ยวข้อง อาจจะคิดแล้วเมื่อถึงเวลาก็อาจจะเสนอ เผื่อท่านนายกฯถาม แต่สุดท้ายท่านนายกฯเองที่จะเอ่ยชื่อขึ้นมาเสนอให้ครม.เห็นชอบ แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการคิดในครม."นายวิษณุ กล่าว
รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า สัดส่วนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีจำนวน 36 คน โดยแบ่งเป็น โควต้าสนช.จำนวน 5 คน และยังสามารถดำรงตำแหน่งในสนช.ได้ จากสปช. 20 คน ก็สามารถเป็นสปช.ได้ จากคสช. 5 คน ก็สามารถเป็นคสช.ด้วยได้ และครม.อีก 5 คน แต่ในส่วนของครม.ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีด้วยได้ ต้องลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีก่อน เพราะการเป็นรัฐมนตรีต้องทำงานเต็มเวลา ถ้าต้องไปนั่งร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องทำงานเต็มเวลา
ส่วนจะเสนอรายชื่อครม.5คนเข้าไปเป็นคณะกรรมมาธิการยกร่างฯได้เมื่อไร นายวิษณุ กล่าวว่า จนถึงวันนี้ยังไม่มีกาารพูดถึง แต่หากสปช.มีการประชุมในวันที่ 21ต.ค. ซึ่งเป็นการประชุมวันแรก ทุกฝ่ายก็มีเวลาในการเสนอรายชื่อคนเข้าไปเป็นกรรมาธิการภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ 2 1ต.ค. ซึ่งตนคิดว่าครม.อาจจะเสนอรายชื่อเป็นลำดับสุดท้ายหลังจากส่วนอื่นเสนอชื่อไปหมดแล้วเพื่อเติมส่วนที่ขาด
ส่วนรายละเอียดของรัฐธรรมนูญในบางมาตราจะต้องยึดโยงกับรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557หรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องยึดโยงกัน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวฯมาตรา35 กำหนดเอาไว้ว่าในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องกำหนดเรื่องใดไว้บ้าง ซึ่งมีการกำหนดไว้จำนวน 10 เรื่องบวกกับอีกหนึ่งวรรคที่ระบุให้พิจารณาด้วยในเรื่องของการทบทวนองค์กรอิสระที่มีในรัฐธรรมนูญ อาทิ ปปช. กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ให้ทบทวนความจำเป็น ดังนั้นจะเป็นเหมือนการบ้าน 10 บวก 1 ที่กรรมาธิการต้องนำไปคิด
"รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้บอกว่าใน 10 ข้อต้องเขียนออกมาอย่างไร แต่บอกหัวข้อเรื่องให้มีสิ่งเหล่านี้ แต่รายละเอียดจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาให้ไปคิดเอาเอง เช่น ทำอย่างไรจะป้องกันการทุจริตโกงเลือกตั้ง และกันไม่ให้คนที่ทุจริตโกงเลือกตั้งกลับเข้าสู่วงการการเมืองตลอดไป รัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนแค่นี้ แต่จะไปหาทางอย่างไรกรรมาธิการยกร่างต้องไปคิดหาทางเอง"นายวิษณุ
นายวิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า รายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องตอบโจทย์ที่สปช.ที่เป็นให้กรอบในการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนทราบว่าสปช.จะมีการประชุมในวันที่ 21ต.ค.เป็นวันแรก และจากนั้นสปช.มีเวลาอีก 60 วัน ในการแจ้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯว่าจะนำไปร่างในลักษณะใด และนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
เมื่อถามว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่นั่นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯเท่านั้น ซึ่งตนเชื่อว่าในที่ประชุมสปช.จะมีการหารือกัน และอาจจะกำหนดเป็นกรอบเพื่อเสนอให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงประเด็นที่มาของส.ส.ก็อาจเป็นอีกกรอบที่สปช.ต้องเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างฯ
"วิธีตั้งโจทย์คือนำรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาดู อะไรที่เราชอบใจ ก็กำหนดเป็นกรอบให้เขียนแบบเดิม อะไรที่ไม่พอใจก็ต้องให้โจทย์ไปว่าอย่าเขียนแบบนั้น รวมทั้งเรื่องนายกฯมาจากไหน การเลือกตั้งจะเลือกยังไงจะเป็นแบบเขต พวงใหญ่พวงเล็ก ปาร์ตี้ลิสต์จะมีหรือไม่ ส.ส.จะต้องสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่"นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่าแบบนี้จะเหมือนว่าการร่างรัฐธรรมนูญมีใบสั่งหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า พูดตรง ๆ ว่าหน้าที่ของการร่างรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นที่บอกว่าการที่สปช.ให้กรอบเป็นใบสั่งก็ไม่ใช่ เพราะเป็นหน้าที่ของเขา เพียงแต่จะมากความเพราะมีคนมากถึง 250 คน จึงจำเป็นจะต้องตั้ง 36 คน ไปเป็นคณะกรรมาธิการที่เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญตามกรอบที่มีการเสนอ โดยมีเวลาร่างเพียง 120 วัน แต่ไม่ใช่ว่าร่างฯเสร็จแล้วจะประกาศบังคับใช้ได้ทันที ที่จะมีการนำไปถามความเห็นจาก สปช. สนช. ครม. และคสช. พิจารณา ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน ซึ่งทุกขั้นตอนกำหนดเวลาไว้หมดแล้วจะเบี้ยวไม่ได้
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญที่กำลังจะร่างไม่ได้ถูกบังคับว่าต้องลงประชามติ เพราะคิดว่าถ้าบังคับนั่นหมายความว่าต้องทำ เพราะถ้าทำแล้วผลดีก็มี ผลเสียก็มี ผลดีก็คือการตอบความในใจของประชาชนที่อยากมีส่วนร่วม ผลเสียก็คือใช้เวลาอีกนานในการพิมพ์เผยแพร่ สร้างความเข้าใจ และเข้ากระบวนการเข้าคูหากาบัตรทำประชามติเหมือนกับการเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ถ้าทำแล้วคุ้มก็ทำ ถ้าไม่คุ้มก็ไม่ทำ เพราะอาจจะทำให้เกิดความแตกแยกร้าวฉานอีกก็ได้
"แต่ถ้าประชาชนเรียกร้องและสถานการณ์อำนวย คือถ้าเปิดให้ลงประชามติก็ต้องยอมให้ตั้งเวทีเพื่อเชียร์หรือคัดค้าน ถ้าทำได้ก็ทำ ไม่ได้บังคับว่าต้องทำ แต่ไม่ได้ขัดขวางว่าไม่ต้องทำ
แต่ท่านนายกฯบอกว่าเดี๋ยวดูไปอีกสักระยะจึงจะรู้ว่าสมควรทำประชามติหรือไม่"นายวิษณุ กล่าว
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายเทียนฉาย กีระนันท์ มีโอกาสในการถูกเลือกให้เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) นายวิษณุ กล่าวว่า ตนก็เห็นข่าวนี้จากหนังสือพิมพ์เช่นกัน เท็จหรือจริงไม่ทราบ
เมื่อถามว่าคิดว่าประธานสปช.จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ในใจมีความคิดและความรู้สึก แต่ไม่ขอพูด เดี๋ยวจะออกมาเป็นภาพคนนั้นคนนี้
‘บิ๊กป๊อก’มอบนโยบายมท.ลดขัดแย้ง-สร้างปรองดอง
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย แนวทางปฏิบัติราชการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้กับผู้บริหารระดับสูง อาทิ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมต่างๆ ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นครั้งแรกไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหาร อปท. ปลัด อปท.และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ร่วมรับฟังนโยบายผ่านจอมอนิเตอร์จากพื้นที่บริเวณหอประชุมศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า พวกเราเป็นนักปกครองที่มีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข รับใช้ประชาชนมีหน้าที่ทำให้เขามีความสุขหมดปัญหา โดยสังคมที่พึ่งปราถนาภายใต้การทำงานของเราเป็นสังคมที่มีความสงบเรียบร้อยมีความมั่นคงที่จะนำไปสู่การพัฒนาในทุกๆเรื่องในด้านต่างๆทุกเรื่องที่ต้องอยู่ภายใต้สภาพสังคมที่มีความสงบสุข อยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า ในขณะนี้สังคมของเราไม่ได้อยู่โดดเดียว เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีโลกภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ในด้านเศรษฐกิจโลกที่เกี่ยวข้องกัน ที่มีเรื่องของการเกษตรและอุตสาหกรรม และจังหวัดที่ส่วนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
“แต่เกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกที่เกี่ยวข้องกับเราหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นสถานการณ์โลกไม่ว่า ความขัดแย้ง เศรษฐกิจ สาธารณสุข มันมีผลกระทบกับเราทั้งสิ้น ประเทศเราผลิตสินค้าเกษตรมากกว่าการบริโภค แล้วต้องส่งสินค้าเกษตรออก หากต่างประเทศมีปัญหาย่อมส่งผลกระทบกับเรา ยกตัวอย่างสั้นๆ อีโบลาที่อยู่แอฟริกาตะวันตกมีผลกระทบกับการส่งข้าวออกข้าวของเรา เพราะว่า ข้าวที่เราส่งไปแอฟริกา เพราะเรือที่ส่งข้าวไปไม่อยากออกไป ต้องมีการประกันในราคาสูงเสี่ยงต่อโรคทำให้ผู้ส่งออกไม่สามารถส่งข้าวไปได้ ปัญหาก็เกิดเมื่อส่งออกข้าวไปไม่ได้มากๆราคาก็ตกรัฐบาลก็ต้องแก้ปัญหาเอาเงินสนับสนุนผู้ส่งออกให้เก็บข้าวเอาไว้ 6 เดือน แล้วหาทางระบายข้าวออกไป ดังนั้นจะเห็นว่า เศรษฐกิจโลกก็มีความสัมพันธ์กับเรา” รมว.มหาดไทย กล่าว
รมว.มหาดไทยกล่าวว่า เรื่องของสังคมทราบข่าวมาว่า องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือองค์การปกครองส่วนทอ้งถิ่นมีโอกาสไปดูงานที่ต่างประเทศกันมาก คงเห็นว่า สังคมโลกเป็นการเรียนรู้แล้วใช้ความรู้ ซึ่งประเทศจะเจริญก้าวหน้าได้ต้องอยู่บนพื้นฐานของการใช้ความรู้ ถ้าประเทศใดอ่อนด้วยกว่าจะไปทัดเทียมย่อมยากลำบาก ส่วนในด้านความร่วมมือระหว่างอาเซียนแม้ประเทศเรามีทรัพยากรอยู่มากส่งออกได้มาก แต่เป็นปัญหาคือเรื่องคนของไทยเราต้องมาดูแลกัน ถ้าเราไม่รีบแก้ไขอาเซียนที่กำลังเปิดให้เข้าร่วมจะประสบปัญหา หรือปัญหาขัดแย้งถ้าเราไม่แก้จะลำบาก เราจะไปบังคับใครให้ชอบแบบเราคงไม่ได้ ให้ชอบสีเดียวกัน คงทำไม่ได้ สิ่งสำคัญขณะนี้คนที่จะทำให้เป็นเช่นนั้นได้คือหน่วยงานที่จะดูแลพื้นที่ต่างๆอยู่ในมือของเราทุกท่านที่จะต้องทำให้เกิดความปรองดอง ความสำคัญของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดที่ตนชอบเรียกในสมัยเด็กว่า เจ้าเมืองที่มีผู้ช่วยเป็นหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น เหล่านี้เป็นแขนมือที่แตะอยู่กับประชาชนทำให้สังคมมีความสงบสุขเจริญก้าวหน้าภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกเดินไปกับประเทศต่างๆได้ ตรงนี้เป็นหน้าที่ของนักปกครองของกระทรวงมหาดไทย
รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ในส่วนของนักปกครอง หน้าที่มีต่อประชาชนนั้น เราเป็นข้าราชการของประชาชนประเทศชาติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงอยากให้ทุกท่านละลึกถึงหน้าที่ที่ถูกต้อง ที่พึงกระทำในฐานะนักปกครองที่ต้องทำต่อประชาชนสาธารณะต่อสังคม ต้องทำในอำนาจหน้าที่ สิ่งใดที่เป็นนอกอำนาจหน้าที่ไม่สมควร โดยเฉพาะนอกหน้าที่อันมิบังควร ยกตัวอย่าง เช่น การไปมีผลประโยชน์ส่วนตน รับรองได้ว่าไม่ส่งผลดีต่อประชาชนอย่างแน่นอน เรื่องนี้ต้องขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้กลไกการประเมิน แต่ไม่ได้ประเมินในเชิงร้ายเพื่อจะลงโทษ แต่ประเมินเพื่อกระตุ้นให้เกิดงาน ยืนยันว่า ไม่มีสอบผ่าน สอบตก แต่ประเมินเพื่อดูว่ามันติดขัดตรงไหน ทำไปแล้วรอดหรือไม่รอด จะได้ช่วยกันได้
ย้ำผู้นำท้องถิ่นสร้างความปรองดอง วอนข้าราชการหยุดปลุกปั่น
พล.อ.อนุพงษ์ ยังได้มอบหมายให้ข้าราชการท้องถิ่นสร้างความปรองดองในพื้นที่ว่า ต้องทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้แม้ว่าจะเห็นต่างหรือชอบสีเสื้อที่ไม่เหมือนกัน โดยข้าราชการส่วนภูมิภาคต้องช่วยกันพูดกับประชาชนให้รู้ว่าประเทศไทยไม่มีความขัดแย้งในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา มีเพียงแต่ความเห็นต่างเท่านั้น
“ความแตกแยกที่ผ่านมามีการจัดตั้ง มีการกะเกณฑ์เอาคนมา ซึ่งถ้าทุกวันนี้ก็ยังมีบางคนกำลังทำอยู่ ก็ขอร้องว่าอย่าทำเลย ท่านสวมเครื่องแบบข้าราชการ เป็นกลไกของชาติ อย่าทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว



