
เล็งเชือดกษิตหลังถูกออกหมายเรียก
หมายเรียก 52 พธม.ปิดดอนเมือง-สุวรรณภูมิ พ่วง "ก่อการร้าย" นายกฯ ย้ำ "ศักดิ์สยาม" อยู่ไม่ได้อย่าทน "ชวรัตน์" เผยเคลียร์ลงตัวแล้ว โยนสื่อเสี้ยม "สุทัศน์" ย้ำให้พรรคอื่นคุมอีสานเลิกเล่นการเมือง "แม้ว" โฟนอินโต้รายการนายกฯ ทุกจันทร์ เชื่ออยู่ไม่เกิน 3 เดือน โ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากใช้เวลานานหลายเดือนในการสอบสวนคดีแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปิดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ตำรวจ สภ.ราชาเทวะ ก็ออกหมายเรียกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ในคดีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 27 คน ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการมั่วสุมแล้วไม่เลิก, ก่อการร้าย, บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ ฯลฯ ทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2551 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหา 25 รายที่ถูกออกหมายเรียกในข้อหาบุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิ ได้แก่
1.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง 2.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 3.นายสุริยะใส กตะศิลา 4.นายสำราญ รอดเพชร 5.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 6.นายอมร อมรรัตนานนท์ 7.นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 8.นายศิริชัย ไม้งาม 9.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า 10.นายเทิดภูมิ ใจดี 11.นายพิภพ ธงไชย 12.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ 13.น.ส.อัญชลี ไพรีรัก 14.นายพิชิต ไชยมงคล 15.นายประพันธ์ คูณมี 16.นายบรรจง นะแส 17.นายกษิต ภิรมย์
18.นายศรัณยู วงษ์กระจ่าง 19.นายวีระ สมความคิด 20.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 21.น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ 22.ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ 23.นายชนะ ผาสุกสกุล 24.พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ และ 25.นายสุรวิชช์ วีรวรรณ ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ออกหมายเรียกวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 27 คน ในคดีบุกรุกท่าอากาศยานดอนเมือง ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2551 ได้แก่ 1.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง 2.นายสนธิ ลิ้มทองกุล 3.นายพิภพ ธงไชย 4.นายสุริยะใส กตะศิลา 5.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 6.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า 7.นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 8.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 9.นายอมร อมรรัตนานนท์ 10.นายสำราญ รอดเพชร
11.นายศิริชัย ไม้งาม 12.นายเทิดภูมิ ใจดี 13.นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ 14.นายสาวิทย์ แก้วหวาน 15.นายพิชิต ไชยมงคล 16.นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด 17.น.ส.อัญชลี ไพรีรัก 18.นายประพันธ์ คูณมี 19.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ 20.นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ 21.นายสมบูรณ์ สุวรรณฝ่าย 22.น.ส.จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ 23.นายเติมศักดิ์ จารุปราณ 24.นายบัณฑิต ปิ่นมงคลกุล 25.น.ส.วรรษมน ช่างปรีชา 26.นายยุทธิยงค์ ลิ้มเลิศวาที และ 27.นายสุมิตร นวลมณี
นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตร กล่าวว่า แกนนำกลุ่มพันธมิตร พร้อมแนวร่วมที่ถูกออกหมายเรียก จะเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ตามหมายเรียก โดยเบื้องต้นจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเป็นไปตามกรอบแห่งรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งประชาชนสามารถกระทำได้
เล็งเชือดกษิตหลังถูกออกหมายเรียก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ตอนดึก กรณีที่ตำรวจออกหมายเรียกนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศว่า ได้คุยกับนายกษิตแล้ว ก็ต้องไปตามหมายเรียก และต้องดูข้อสำนวนอัยการด้วยการสั่งฟ้องก็ต้องพิจารณา
เมื่อถามว่า นายกษิตยังสามารถทำหน้าที่ได้ต่อไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทำได้ ส่วนจะเป็นการกดแรงรัฐบาลหรือไม่นั้น เพราะคนเสื้อแดงน่าจะมีการชุมนุมเรียกร้องอีก ก็ต้องดำเนินการไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีสิทธิพิเศษ ให้ ตร.และอัยการดำเนินการตรงไปตรงมา ตนจะตัดสินเองไม่ต้องรอคำสั่งฟ้องหรือกระบวนการทางกฎหมาย โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสม
ถามว่า จะปรับออกไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดตอนนี้ให้นายกษิตมีการชี้แจงตามกฎหมายก่อน
ถามว่า เรื่องนี้จะมีการโจมตีอีกรอบได้ นายกฯ กล่าวว่า เป็นธรรมดาแต่ให้ตำรวจดำเนินการเรื่องไปก่อนตนจะพิจารณาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
"สุทัศน์"ลั่นพูดความจริง แต่ไม่ซบ พท.
ส่วนความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์หลังจากนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน ในฐานะแกนนำภาคอีสาน ขู่ว่าจะลาออก หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และจะให้พรรคภูมิใจไทยคุมภาคอีสานแทนคนของพรรคยังไม่ยุติลงง่ายๆ
นายสุทัศน์กล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวอีกรอบว่า ที่ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างนั้น ไม่ใช่การดับเครื่องชนกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล แต่เป็นการพูดไปตามข้อเท็จจริง เมื่อถูกสื่อถามก็มี 3 ทางเลือก คือ 1.เงียบ 2.โกหก และ 3.พูดความจริง ก็เลือกข้อหลัง คือ ตอบไปตามความจริง ยืนยันไม่มีนัยทางการเมือง หรือต้องการส่งสัญญาณไปถึงใคร เพราะแม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นคนชวนตนมาอยู่พรรคนี้ยังโทรมาให้กำลังใจในช่วงเช้าวันที่ 4 กรกฎาคม และบอกให้สู้ต่อไป
"หากใครต้องการทำพื้นที่ภาคอีสานแทนประชาธิปัตย์ก็ควรให้มาสมัครเป็นสมาชิกประชาธิปัตย์ จากนั้นจะให้เป็นรองหัวหน้าพรรค หรือตำแหน่งใดๆ ก็ได้ ผมและ ส.ส.อีสานคนอื่นๆ จะพร้อมให้ความร่วมมือ แต่ไม่ใช่ให้พรรคการเมืองอื่นมาทำพื้นที่แทน เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง ผมจะขอลาออก และเลิกเล่นการเมืองไปเลย ส่วนที่พรรคเพื่อไทย (พท.) กวักมือเรียก ก็คงไม่ไป เพราะชื่อของนายสุทัศน์ มีอยู่ 2 ตราเท่านั้นที่ติดตัว คือ ตราของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย และประชาธิปัตย์" นายสุทัศน์ กล่าว
นายสุทัศน์ กล่าวภายหลังตัวแทนสาขาพรรคภาคอีสานทั้งหมด เดินทางมาพบตนที่บ้านพักใน จ.อุบลราชธานี ว่า จากการประชุมหารือกับประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 19 จังหวัด โดยขอให้มีการสำรวจและลงคะแนนจากประชาชนในภาคอีสานทั้งหมด หากคะแนนนิยมที่มีต่อทั้งอดีตนายกฯ ชวน และนายกฯ อภิสิทธิ์มีน้อยกว่าคะแนนไม่นิยม ตนและประธานสาขาพรรคก็พร้อมจะลาออก
"สุเทพ"อัด!โตแล้วหัดเข้าใจอะไรให้ถูก
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่ทราบว่านายสุทัศน์ไปพูดอะไร เพราะไม่ได้ยินด้วยตัวเอง ทราบข่าวจากทางสื่อมวลชนเท่านั้น จึงต้องระวังในการตอบคำถามสื่อ
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องเรียกนายสุทัศน์มาปรับความเข้าใจหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า "ถ้าคุณสุทัศน์เข้าใจอะไรผิด คุณสุทัศน์โตแล้ว ต้องหัดเรียนรู้ที่จะเข้าใจอะไรให้ถูก ไม่ต้องให้ใครมาเตือน"
นายสุเทพยังกล่าวถึงข่าวความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้ด้วยว่า "ผมต้องขอกราบเรียนพี่น้องสื่อมวลชนไปยังประชาชนว่า วันนี้น่ากังวลใจเหมือนกัน เพราะมีความพยายามสร้างข่าวว่า มีปัญหาในรัฐบาล ในพรรคร่วมรัฐบาล ผมคิดว่าข่าวอย่างนี้ไม่สร้างสรรค์ เราควรเอาเวลาไปสนใจในประเด็นอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนมากกว่า"
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุทัศน์ว่า นายสุทัศน์อยู่พรรคประชาธิปัตย์มานาน โดยเฉพาะเรื่องยื่นข้อเสนอต่างๆ ให้แก่นายสุทัศน์ ซึ่งหากเป็นจริงตามที่เป็นข่าว ตนก็รับไม่ได้ แต่ยังเชื่อว่านายสุทัศน์ยังอยู่กับพรรค และเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ทราบนักข่าวถามนายสุทัศน์ว่าอย่างไร ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของคำถามและคำตอบของนายสุทัศน์มากกว่า
"สาทิตย์” ยันไม่มีแบ่งโซนกับ ภท.
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เเละกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีของนายสุทัศน์ว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นของเขา คงไม่มีปัญหาอะไรภายในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายสุทัศน์อาจไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการเดินทางลงพื้นที่ภาคอีสานโดยการเลือกลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นจังหวัดแรก ซึ่งถือเป็นพื้นที่ของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ขอบอกว่าเราได้หารือกันตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะลงไปพิจารณาเรื่องงบประมาณ เพื่อติดตามการดำเนินงานในโครงการไทยเข้มแข็ง
นายสาทิตย์ระบุว่า วันประชุม ครม. ตนได้พบกับนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เขาก็มาบอกว่า จะจัดกิจกรรมในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จึงอยากเชิญนายกฯ ไปร่วมงานด้วย ซึ่งนายกฯ เองก็ตอบรับ และขอดูกำหนดการก่อน เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร เสียอีก ตนมองว่านายสุทัศน์อาจไม่เข้าใจ ยืนยันได้ว่าจะไม่มีการแบ่งโซนกับพรรคภูมิใจไทยแน่นอน เพราะหลักคิดทางการเมืองมันต่างกันอยู่แล้ว
โฆษก ปชป.ชี้คุยกันเรื่องไปบุรีรัมย์มาแล้ว
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.อีสาน ไม่พอใจที่พรรคมอบหมายให้พรรคภูมิใจไทยคุมพื้นที่แทนว่า ข่าวที่ออกมามีความขัดแย้งในตัวเอง หากพรรคประชาธิปัตย์จะให้พรรคภูมิใจไทยคุมพื้นที่ภาคอีสานแล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองทำไม เรื่องนี้เกิดจากความสับสน พรรคยืนยันว่าจะดูแลทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ใหญ่ในพรรรคเกิดความไม่เข้าใจกันบ้างหรือไม่ เพราะมีบางคนไม่เห็นด้วยกับการเดินทางไป จ.บุรีรัมย์ ของนายกฯ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้ยินว่าใครบอกไม่เห็นด้วย ความจริงเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครของพรรค ซึ่งมีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธาน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ก็มีการพูดคุยกันว่า นายกฯ จะเดินทางไป จ.บุรีรัมย์ และมีการหารือกันถึงสภาพการเมืองโดยรวม วางแผนว่าจะไปในฐานะของนายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาลด้วย
นายกฯ ปัดไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจสุทัศน์
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีของนายสุทัศน์ว่า ไม่มีปัญหา เพราะตนไม่ได้มีปัญหา แต่พรรคอื่นๆ นั้นไม่ทราบ ส่วนกรณีที่นายสุทัศน์ระบุว่าจะลาออกก็ไม่มี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องปรับความเข้าใจกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่จำเป็น"
เมื่อถามว่า นายสุทัศน์แสดงท่าทีแบบนี้ ยังยืนยันจะลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ต่อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คณะทำงานยังไม่ส่งกำหนดการมาให้ ตนย้ำไปแล้วว่าอยากลงพื้นที่ร่วมกับรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาล ตนพบนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทยเป็นคนแรก และบอกไปว่าน่าจะลงพื้นที่ด้วยกันในกรอบโครงการไทยเข้มแข็ง โดยนายโสภณจะจัดรายการเข้ามา แต่ตนยังไม่เห็นรายการ
เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันจะลงพื้นที่วันที่ 11 กรกฎาคม ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลง หากทำแผนขึ้นมาและสอดคล้องกับกำหนดการของตนก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยได้ทำความเข้าใจหรือไม่ในกรณีคำพูดของนายศักดิ์สยาม ที่ระบุว่า จะร่วมงานกับรัฐบาลเพื่อรองบประมาณปี 2553 และเงินกู้ 8 แสนล้านบาท นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และคนอื่นๆ ในพรรค ระบุว่านายศักดิ์สยามไม่ได้มีเจตนาอะไรแบบนั้น เพราะตนพูดไปตามหลักการว่าการทำงานร่วมกันต้องเต็มใจเพื่อประโยชน์ของประเทศ การหารือในช่วงตั้งรัฐบาลนี้คือ จะมาแก้วิกฤติ ฉะนั้นสิ่งนี้จะเป็นตัวตั้ง หากเรื่องอื่นๆ เข้ามาก็ต้องตัดไป หากไม่มั่นใจ หรือคิดว่าทำงานร่วมกันไม่ได้ ตนก็บอกไปแล้วว่าไม่ควรฝืน ตรงนี้คือหลักการที่ตนใช้ และคิดว่าเรื่องนี้คงไม่มีปัญหาอะไร มันชัดในตัวเองอยู่แล้ว
ปชป.ปรับทัพส่งขุนพลรุกอีสาน-เหนือ
รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ได้มีการแบ่งพื้นที่ให้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบหาตัวผู้สมัคร สมาชิกพรรค และพื้นที่การเลือกตั้งตามภาคต่างๆ โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของพรรค
โดยที่ประชุมมอบหมายให้ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส สัดส่วน ดูแลภาคเหนือตอนบน นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน ดูแลภาคเหนือตอนล่าง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน ร่วมดูแลภาคอีสานตอนบน ซึ่งถือเป็นงานหินมากที่สุดนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน ดูแลภาคอีสานตอนล่าง นายวุฒิชัย สงวนวงศ์ชัย อดีต ส.ส.พรรคชาติพัฒนา ได้รับมอบหมายให้ดูแลเขตเลือกตั้ง จ.ชัยภูมิ ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง ในเขตรอยต่อภาคเหนือตอนล่างเชื่อมกับอีสานตะวันตก อาทิ นครราชสีมา เพชรบูรณ์
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน และประธานคณะปฏิบัติงานด้านการเมือง (วอร์รูม) ดูแลจังหวัดปริมณฑล เช่น นนทบุรี สมุทรปราการ ฯลฯ นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม ดูแลภาคตะวันออก นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคตะวันตก โดยทั้ง 2 คนจะต้องประสานการทำงานร่วมกับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ และรองหัวหน้าพรรค ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคกลาง
"ชวรัตน์" ชี้แค่เข้าใจผิด แต่ไม่ตัดเยื่อ พท.
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความขัดแย้งของนายกฯ กับนายศักดิ์สยามว่า ผู้ใหญ่เขาเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไร เป็นเพียงการสื่อความหมายผิด ซึ่งเท่าที่ตนได้อ่านจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่อ้างว่านายศักดิ์สยามบอกว่า “ทนอยู่กับรัฐบาล” ความจริงแล้วไม่ใช่ ความจริงแล้วเป็นการพูดคุยภายในพรรค ซึ่งตนก็อยู่ด้วย โดยนายศักดิ์สยาม หมายถึงการที่พรรคภูมิใจไทยแพ้การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ก็ต้องมีความอดทน อดกลั้น สงบเสงี่ยมทำตัวราบไปกับสถานการณ์
"ยืนยันว่าข่าวที่ออกมามันไม่เป็นความจริง กลายเป็นการนำข่าวที่เข้าใจผิดไปซักถาม บางทีการเขียนข่าวก็ต้องระวัง หากไม่เข้าใจกันก็ต้องถามให้เข้าใจ เพราะอันนี้มันไม่มีใครตอบอย่างนี้หรอก เพราะคนที่ตอบอย่างนี้ก็เท่ากับว่าไม่มีมันสมอง” นายชวรัตน์ กล่าว
ส่วนข่าวที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้พรรคภูมิใจไทยคุมพื้นที่ภาคอีสาน นายชวรัตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยกันสองแรง เพราะพื้นที่ภาคอีสานพรรคเพื่อไทยได้ปูทางไว้เป็นเวลานาน ส่วนปัญหาการแบ่งพื้นที่ภาคอีสานในการดำเนินการนั้นคงใช้การวางแผนเหมือนการทำธุรกิจ คือต้องประหยัดที่สุด และได้ผลมากที่สุด คงมีการวางแผนหารืออีกครั้งว่าจะมีการเลี่ยงบางพื้นที่ให้กัน หรือจะทำงานร่วมกัน
เมื่อถามถึงกระแสความไม่พอใจของนายสุทัศน์ที่พรรคภูมิใจไทยจะคุมพื้นที่ภาคอีสานแทน นายชวรัตน์ กล่าวว่า ในขณะที่นายสุทัศน์พูดนั้น เชื่อว่าคงยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่านี่คือการร่วมกัน ไม่ใช่การแย่งงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยจะสานงานกันติดได้หรือไม่ในอนาคต หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวพูดยาก เพราะการเมืองก็คือการเมือง ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ทุกอย่างไม่แน่นอนเป็นเรื่องของอนาคต
“ชัย”ปัดเคลียร์นายกฯ เนวิน-ศักดิ์สยาม แค่ 111
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร บิดาของนายเนวิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวแอบไปเคลียร์ใจกับนายกรัฐมนตรีว่า “ไม่มี ผมไม่มีอะไรที่ต้องเคลียร์ใจกับท่าน”
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายศักดิ์สยามในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายชัยกล่าวว่า "ตอนนี้ยังไม่ได้เจอกัน ศักดิ์สยามมันจะไปมีอำนาจอะไร มันก็แค่ 111 มันจะไปยุ่งอะไร”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เพราะนายศักดิ์สยามเป็นน้องชายนายเนวิน นายชัยจึงกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “ผมเป็นพ่อมันนี่”
ส่วนข้อสังเกตที่ว่าการเลือกลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นที่แรก เพราะต้องการอาศัยบารมีของนายเนวิน นายชัย กล่าวปฏิเสธว่า “ไม่ๆ นายเนวินต้องพึ่งพาอาศัยบารมีของนายอภิสิทธิ์ เพราะเขาเป็นนายกฯ นายเนวินไม่มีส่วนร่วมอะไรเลย เพราะเป็นคนบ้าน 111”
ชี้ถวายฎีกา "แม้ว" ต้องเข้าคุกก่อน
นายชัยยังกล่าวถึงกรณีที่คนเสื้อแดงและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เตรียมล่า 1 ล้านรายชื่อเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า การทูลเกล้าฯ ถวายฎีกานั้นต้องทำตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งมีข้อกำหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่า คนที่จะทูลเกล้าฯ ถวายฎีกานั้นคือคนที่ต้องคดีถูกพิพากษาจำคุก สิ้นสุดกระบวนการตามกฎหมาย เหมือนกับกรณีของนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ที่ต้องคดีหาเสียง และศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกที่ จ.บุรีรัมย์
ส.ส.กทม.พท.ตั้งโต๊ะล่าชื่อถวายฎีกา
นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการล่ารายชื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากแจ้งความจำนงต่อ ส.ส.กทม.ของพรรคเพื่อไทยว่ามีอยากร่วมลงชื่อ ดังนั้นในสัปดาห์หน้า ส.ส.กทม.ของพรรคจะจัดตั้งโต๊ะทุกเขตใน กทม.เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมลงชื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
ปชป.แขวะขออภัยโทษฉลองแซยิดแม้ว
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ทราบว่ามี ส.ส.พรรคเพื่อไทยกว่า 10 คน เตรียมเดินทางไปเมืองดูไบ เพื่อเข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคมองว่าเป็นการเตรียมการล่วงหน้าในการจัดงานแซยิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยการจัดงานดังกล่าวถือเป็นการเตรียมงานให้ประชาชนเข้าชื่อขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งมีการขับเคลื่อนจากพรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช.
แม้วทักรัฐบาลไม่เกิน3เดือนลั่นกลับก่อนปีใหม่
นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดร กล่าวว่า เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นอกจากจะไปเยี่ยมเยียนในฐานะคนรู้จักเคารพนับถือกันแล้ว ยังได้ไปรายงานสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงรวมถึงการเมืองโดยทั่วไปด้วย พร้อมกันนี้ยังได้เสนอรับอาสาเป็นแกนหลักในการประสานงานกับกลุ่มคนเสื้อแดงในภาคอีสาน เพราะเห็นว่ากลุ่มคน 3 เกลออาจจะไม่มีเวลาพอ ทั้งยังเป็นการป้องกันฝ่ายตรงข้ามสร้างประเด็นข่าวการแตกแยกของกลุ่มคนเสื้อแดง และยังทำให้การจัดระบบหัวคะแนนของพรรคเพื่อไทยง่ายขึ้น ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณก็เห็นด้วย
นายขวัญชัยกล่าวอีกว่า ยังเสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาร่วมในรายการของชมรมคนรักอุดร ทุกวันอาทิตย์เวลา 09.00-10.00 น. เพื่อตอบโต้รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าภาพที่ออกมาจะไม่สวย กลายเป็นการเผชิญหน้าตอบโต้กันไปมา สุดท้ายกลายเป็นการปะทะคารมรายสัปดาห์ จึงขอเลื่อนมาเป็นวันจันทร์เวลาเดิม ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณจะมาให้ความรู้ด้านการแก้ไขเศรษฐกิจเป็นหลัก ส่วนจะออกอากาศเมื่อไรนั้น พ.ต.ท.ทักษิณขอสางงานที่คั่งค้างให้เสร็จก่อน
ส่วนเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ นายขวัญชัย กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณปฏิเสธที่จะพูดถึง โดยบอกว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้ คนแปรเจตนาผิดกลายเป็นเรื่องไม่ดีไป และว่าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
"ท่านมั่นใจว่า อายุรัฐบาลคงไม่เกิน 3 เดือน จะต้องไม่ยุบสภาก็ลาออก เพราะที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้เลย บางทีอาจจะเร็วกว่านั้นราวปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งตัวท่านเองยืนยันว่าจะกลับมาเมืองไทยก่อนปีใหม่นี้แน่นอน" นายขวัญชัยกล่าว
สำหรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น นายขวัญชัยกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็น แต่ย้ำหนักแน่นว่าเป็นแกนหลักให้แก่พรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว หากไปเอาคนดีๆ มานั่งก็ต้องถูกฝ่ายตรงข้ามเชือดเหมือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
ประธานชมรมคนรักอุดร ระบุอีกว่า จะพากลุ่มม็อบเสื้อแดงอีสานไปกดดันการลงพื้นที่ของนายกฯ ในทุกสถานที่ที่จะเดินทางไปในภาคอีสานด้วย
"เทพไท" จวกโฟนอินเปลือยธาตุแท้แม้ว
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินผ่านรายการวิทยุชุมชนใน จ.อุดรธานี เพื่อตอบโต้รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า แสดงให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ยอมสำนึกในความผิดที่กระทำต่อสังคมและชาติไทยไว้ ก็เป็นการดีจะได้เห็นธาตุแท้ของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ยอมเปลือยกายล่อนจ้อนให้สังคมไทยและโลกได้เห็น
ส่วนกรณีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและส.ส.พรรคเพื่อไทยตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ 1 ล้านชื่อ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ นายเทพไทกล่าวว่า เรื่องนี้นับวันยิ่งมีกระแสคัดค้านเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนทั้งประเทศไม่ยินยอมให้คนเพียงไม่กี่คน มาก้าวล่วงพระราชอำนาจได้ เชื่อว่าหลังจากนี้กลุ่มคนเสื้อแดงจะปรับยุทธวิธีในการเคลื่อนไหวใหม่ คาดว่าจะออกมาในลักษณะแยกกันเดินร่วมกันตี โดยอาจจะมีการเคลื่อนไหวทั้งในและนอกประเทศ ร่วมมือกันประสาน ในต่างประเทศจะมีการเคลื่อนไหวผ่านนายใจ อึ๊งภากรณ์ ผู้ต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในนามกลุ่มแดงสยาม รวมถึงผู้ต้องหาคนอื่นๆ อาทิ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสุชาติ นาคบางไทร นายพิษณุ พรหมสร ที่ยังหลบหนีคดีและเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ ส่วนความเคลื่อนไหวในประเทศยังคงใช้แกนนำ นปช.เคลื่อนไหวกันต่อไป
"มาร์ค" ไม่สนโฟนอินแม้ว เชื่อคนมีวิจารณญาณ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินตอบโต้รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ คิดว่าประชาชนมีวิจารณญาณว่าจะเชื่อใคร โดยตรวจสอบคำพูดต่างๆ ในอดีตได้
"สุเทพ" เยือนเขมร ปัดคุยเรื่องเขาพระวิหาร
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากเป็นประธานฝ่ายไทยในการเปิดถนนสายที่ 67 ช่องสะงำ-อัลลองเวง เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลไทยสนับสนุนงบประมาณดำเนินการ 1,200 ล้านบาทว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ปราศรัยกับชาวกัมพูชาถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและกัมพูชา ขณะเดียวกันก็ขอบคุณรัฐบาลไทยที่มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนการก่อสร้างถนนสายนี้ได้สำเร็จ เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อการท่องเที่ยว การค้า และอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม นายสุเทพกล่าวว่าไม่ได้มีการหารือถึงประเด็นเขาพระวิหารแต่อย่างใด
เชื่อ "สุเทพ" ช่วยลดความตึงเครียดได้
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชารอบล่าสุดว่า น่าจะมีส่วนสำคัญในการคลี่คลายปัญหา เพราะนายสุเทพเดินทางไปเพื่อไปร่วมเปิดถนนซึ่งเป็นโครงการระหว่างสองประเทศอยู่แล้ว และทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งอาจจะมีข่าวสารที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรืออะไร ก็น่าจะช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้น
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า กัมพูชาไม่ยอมเจรจากับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ รัฐบาลจึงต้องส่งนายสุเทพไปเจรจาแทน นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่มีการมอบหมายและพูดคุยมาก่อนหน้านี้แล้ว นายกษิตยังประสานงานนโยบายสำคัญอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร
"พท." จี้แก้ปัญหาไทย-เขมร ก่อนเกิดสงคราม
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพเดินทางไปเยือนกัมพูชาอีกครั้งเพื่อหารือกรณีปัญหาเขาพระวิหารว่า พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์ชายแดนมีความตึงเครียด เพราะขณะที่ทั้งสองฝ่ายตรึงกำลังบริเวณชายแดนก็มีรายงานข่าวว่าทหารกัมพูชาติดตั้งปืนต่อสู้อากาศยานบริเวณชายแดนตรง จ.ศรีสะเกษ
"เรื่องนี้ทำไมนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ถึงไม่ลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง หรือเป็นเพราะการทำงานไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม และเป็นผู้ที่พูดจนทำให้กระทบความสัมพันธ์ แม้นายกษิตจะเดินทางไปเยือนกัมพูชา 3 หนก็ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ดังนั้นพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ก่อนที่จะกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศ" นายจิรายุ กล่าว
ปูด "สุขุมพันธุ์" เอารถ-เรือดับเพลิงเข้า ครม.
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาค กทม.ได้ติดตามการบริหารของผู้ว่าฯ กทม. โดยเฉพาะโครงการรถและเรือดับเพลิงที่เกิดในสมัยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลไปนั้น พบว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ออกมาระบุว่าจะยกเลิกโครงการ แต่ล่าสุดยังไม่มีการยกเลิก และกลับพบว่ากำลังมีการเร่งจัดซื้ออีกครั้ง โดยเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผ่านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นภาค กทม.พรรคเพื่อไทย ขอตั้งสังเกตความไม่ชอบมาพากล ดังนี้คือ 1.ผู้ว่าฯ กทม.พยายามดำเนินโครงการนี้เพื่อกลบมูลความผิดของนายอภิรักษ์ที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดหรือไม่ 2.กทม.ภายใต้การบริหารงานของผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ เอื้อประโยชน์ให้บริษัทสไตเออร์ ผู้นำเข้าหรือไม่
พท.เผย ทบ.อบรมนายพันใส่ร้ายทักษิณ
พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เผยว่า ได้รับแจ้งว่าในการอบรมหลักสูตรชั้นนายพัน รุ่น 90 ของกองทัพบก (ทบ.) ที่ศูนย์การทหารราบ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน โดยมี พล.ท.สมหมาย วงศ์มาก นายทหารนอกราชการ และที่ปรึกษาศูนย์รักษาความปลอดภัย บรรยายหัวข้อที่เกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งแทนที่จะพูดถึงภารกิจหน้าที่ และเชิญชวนนายทหารต่อต้านทุจริต แต่กลับพูดทางลบถึงพรรคเพื่อไทยและพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อสร้างความเกลียดชัง ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลและกองทัพต้องรู้เห็นเป็นใจแน่นอน
ทบ.ยันกองทัพไม่ยุ่งการเมือง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตของพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่การอบรมหลักสูตรชั้นนายพันทุกเหล่าเหมือนกันหมด ซึ่งจะเป็นหลักสูตรที่เปิดอบรมตามปกติ ในการอบรมจะเป็นการนำเอาบทเรียนในภารกิจต่างๆ ของกองทัพที่ได้ปฏิบัติมาสอนกัน โดยหลักการอาจารย์พิเศษหรือนายทหารนอกราชการที่ไปบรรยาย เราคงจะไปกำหนดให้เขาพูดอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ เพราะบทเรียนที่สอนในห้องจะเป็นความคิดเห็นของอาจารย์ที่จะเกี่ยวกับเรื่องความรู้ บทเรียน และสถานการณ์ต่างๆ ของบ้านเมือง ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ควรนำไปโยงเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ยืนยันว่ากองทัพเป็นของประชาชน กองทัพไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร



