ข่าว

ป.ป.ช.ชง‘สนช.’ถอดถอน‘ปู’ปมจำนำข้าว

ป.ป.ช.ชง‘สนช.’ถอดถอน‘ปู’ปมจำนำข้าว

09 ต.ค. 2557

มติป.ป.ช.ชง‘สนช.’ถอดถอน‘ปู’ ปมจำนำข้าวเหตุไม่ระงับโครงการ

              เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2557 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติให้ส่งรายการไต่สวนข้อเท็จจริง เรื่องถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไปยังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ประชุมเพื่อพิจารณาว่า จะส่งรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริง ที่ดำเนินการแล้วเสร็จดังกล่าวไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ดำเนินการถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่

              คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม แต่การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีประกาศให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ยังมีผลใช้บังคับต่อไป ทั้งต่อมาได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ซึ่งมาตรา 6 ได้บัญญัติให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าสองร้อยยี่สิบคน ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2557 กำหนดให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

              ดังนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติด้วยเสียงข้างมากให้ส่งรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริง เรื่องถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมเอกสารและความเห็นไปยังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

              ทั้งนี้คดีดังกล่าวโดยมีรายละเอียดคือ ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 มีมติชี้มูลความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่ามีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 178 และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11 (1) กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล อันเป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 270 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 58 ให้ส่งรายงานและเอกสาร ที่มีอยู่พร้อมทั้งความเห็นไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 273 ต่อไปนั้นในระหว่างการจัดทำรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อส่งไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อให้ดำเนินการถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 นั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และได้มีประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด 2 พระมหากษัตริย์

 

เตรียมถกคณะทำงานร่วม"ป.ป.ช.-อสส."พรุ่งนี้

           นายสรรเสริญ ยังกล่าวถึงคดีอาญาในโครงการรับจำนำข้าวของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการประชุมของคณะทำงานร่วมระหว่างป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด (อสส.) ในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. ว่า อสส.จะเป็นผู้ส่งสำนวนฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ว่า หากการประชุมร่วมในวันพรุ่งนี้ ไม่สามารถสรุปสำนวนในการส่งฟ้องโดย อสส.ได้ แต่ละฝ่ายจะต้องกลับไปพิจารณา และกลับมาประชุมร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งในการประชุมครั้งถัดไปจะทราบข้อสรุปว่า หากอสส.มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ป.ป.ช.ก็จะเป็นผู้ฟ้องคดีนี้เอง

           เมื่อถามว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ 50 สิ้นสุดลงแล้ว แต่พ.ร.บ.ระเบียบบริหาราชการแผ่นดินยังอยู่หรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวยังคงมีอยู่ เพราะเป็นพ.ร.บ.ธรรมดา ใครเข้ามาเป็นฝ่ายบริหารก็ต้องใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ เมื่อถามว่า การพิจารณาของสนช.ในส่วนของนางสาวยิ่งลักษณ์ จะแตกต่างกับกรณีถอดถอนนายนิคม และนายสมศักดิ์ หรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า ความผิดระหว่าง 2 กรณีนี้มีความแตกต่างกัน เนื่องจากในกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินด้วย