
สปช.รายงานตัววันที่2คึกคัก!
09 ต.ค. 2557
สปช.รายงานตัววันที่ 2 คึกคัก! พรเพชร ตรวจความเรียบร้อย ด้าน ชัย ชิดชอบ ไม่ขัดนั่งประธานหากถูกทาบ ยันภูมิใจไทยหนุนปฏิรูป
9 ต.ค.57 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่อาคารรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฎิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เปิดให้สมาชิก สปช.เข้ารายงานตัวเป็นวันที่ 2 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ เดินทางเข้ารายงานตัวเป็นคนแรกในเวลา 08.10 น. จากนั้นสมาชิกคนอื่นๆต่างทยอยเข้ารายงานตัว อาทิ นายเจน นำชัยศิริ นายกาศพล แก้วประพาฬ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา นางสุกัญญา สุดบรรทัด พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และนายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ นายชัย ชิดชอบ เป็นต้น
และในเวลา 08.35 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยสถานที่รับรายงานตัวของ สปช.ด้วย
‘ปู่ชัย’ ไม่ขัดนั่งประธานหากถูกทาบ ยันภูมิใจไทยหนุนปฏิรูป
วันเดียวกัน นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวภายหลังรายงานตัว ถึงตำแหน่งประธานสปช.ว่า หากมีการทาบทามคิดว่า ตราบใดที่กำลังวังชา ยังมีลมหายใจอยู่ ก็ได้ เพราะมีหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนชาติ ส่วนนโยบายของพรรคพรรคภูมิใจไทย อยากให้มีการปฏิรูปทุกด้าน เพราะตั้งแต่เล่นการเมืองมา 42 ปี ครั้งนี้เฟะที่สุด โดยเฉพาะเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น สำหรับแนวทางการปฏิรูปทั้ง 11 ด้านของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ยังไม่ครอบคลุม คิดว่าน่าจะเพิ่มตัวแทน สปช.จากทั้ง 77 จังหวัด ควรเสนอแนวทางปฏิรูป
เมื่อถามว่าระยะเวลาการร่างรัฐธรรมนูญ 6 เดือนถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ถือว่าเร็วไป แต่เมื่อคสช.วางกฎเกณฑ์เอาไว้ก็น่าจะเร็วกว่านั้น ก็อยู่ที่แนวความคิด และที่วางกรอบไว้ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ อยู่ที่การปรองดองด้วย ทุกฝ่ายต้องรวมความคิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
“นักวิชาการมีบทบาทสำคัญแต่ไม่เคยปฏิบัติเลย ต้องให้นักปฏิบัติมาทำกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า ปฏิบัติได้หรือไม่ ทหารมีระเบียบวินัยตามครรลองของเขา จะทำอย่างไรให้นักการเมืองหรือผู้ที่จะมาแก้ไขปัญหามีแนวความคิด มีระเบียบวินัย ที่สำคัญต้องมีหิริโอตัปปะด้วย ส่วนร่างเสร็จแล้วดีก็ไม่ต้องทำประชามติแต่ถ้าเขียนไม่ดีค่อยทำ” นายชัย กล่าว
เมื่อถามว่าการปฏิรูปมีนักการเมืองเข้าร่วมน้อยจะมีผลกระทบหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองมีตัวแทนเข้ามาร่วมหมด แต่ไม่แสดงตัว เพราะไม่อยากแปดเปื้อน แต่ตนไม่กลัวแม้จะถูกโคลนตมก็สู้ เพราะต้องการที่จะปฏิรูปจริงๆ ทั้งนี้รู้สึกแปลกใจก่อนหน้านี้มีนักวิชากาออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนการปฏิรูปเป็นจำนวนมาก แต่พอเอาเข้าจริงกลับไม่มีใครเข้ามาร่วมเลย
‘พงศ์โพยม’ หนุนสปช.เปิดเวทีถกร่วม 11 ด้าน
นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ด้านปกครองท้อนถิ่น กล่าวถึงตำแหน่งประธานสปช. และรองประธานสปช. ว่า ขณะนี้ยังไม่มีชื่อออกมาเป็นทางการ แต่ตัวเก็งก็ปรากฏอยู่ในหน้าสื่อมวลชน โดยเฉพาะรองประธานคนที่ 2 อาจจะเป็นผู้หญิง ส่วนเรื่องการประชุมสปช.นั้น เมื่อเรื่องตำแหน่งประธานรองประธานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในเดือนแรกตนอยากให้มีการพูดคุยกับสมาชิกทุกๆด้าน ว่าใครมีความคิดเห็นแต่ละด้านเป็นอย่างไร ไม่จำเป็นจะต้องอภิปรายเกี่ยวกับงานปฏิรูปด้านตัวเอง จากนั้นเดือนที่ 2 ค่อยแยกการประชุมเฉพาะด้าน
“ผมเห็นด้วยกับที่อาจารย์วิษณุ (เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี) ที่บอกว่าสปช.คนอื่นก็สามารถเข้ามาร่วมประชุมวงปฏิรูปในด้านอื่นๆ พร้อมเสนอแนะเรื่องต่างๆได้ เพราะเชื่อว่าสปช.หลายคนก็มีความรู้ และมีความสนใจงานในด้านอื่นๆด้วย” นายพงศ์โพยม กล่าว
นายพงศ์โพยม กล่าวต่อว่า ส่วนงานสปช.ด้านปกครองท้องถิ่นหลายคนคงมีหลายมิติที่อยากทำ บางคนสนใจเรื่องโครงสร้าง งบประมาณ อำนาจหน้าที่ แต่จุดยืนของตนอยากเห็นประชาชนในพื้นที่เข้มแข็ง และให้ฝ่ายการเมือง หรือข้าราชการเข้าไปช่วยเหลือทางตรงน้อยลง เพื่อให้ประชาชนเดินได้ด้วยตัวเอง เปลี่ยนจากประชาชนเป็นพลเมือง โดยวิธีการผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ในเรื่องการกระจายอำนาจ สร้างประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับอปท. โดยสมาชิกสภาท้องถิ่นอาจจะมีเลือกตั้งส่วนหนึ่ง อีกส่วนอาจมาจากสายอาชีพ ภาคชุมชน หรือเป็นสภาคู่กัน สภาหนึ่งเป็นสภาทางการ อีกสภาเป็นสภาภาคประชาชน
นายพงศ์โพยม กล่าวด้วยว่า ในเรื่องอปท.ที่ตนแบ่งเป็น 3 เรื่อง 1.เรื่องประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ การปกครองตนเอง 2.ประสิทธิภาพของอปท. และ 3.ความโปร่งใสของอปท. ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก นอกจากนี้ ตนเห็นด้วยกับนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ สปช.ด้านปกครองท้องถิ่น ที่เสนอว่าไม่จำเป็นที่โครงสร้างอปท.จะเหมือนกันทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพฯ เมืองพัทยา ภูเก็ตเป็นเขตปกครองพิเศษ ทำไมจังหวัดอื่นถึงจะเป็นเขตปกครองพิเศษไม่ได้ จึงอยากให้โครงสร้างท้องถิ่นสามารถมีรูปแบบที่ยืดหยุ่น โดยมีส่วนกลางคอยกำหนดกรอบของการบริหาร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกับสปช.ในเรื่องนี้ คงต้องไปหาจุดยืนร่วมกันอีกครั้ง
‘เอนก’ พร้อมทำหน้าที่ ชี้ปธ.สปช.ต้องไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัวเป็นสปช.ว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้รับคัดเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่ตรงจุดนี้ ยืนยันว่าจะพยายามใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีทั้งหมดผลักดันและปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อนสมาชิกสปช.คนอื่น ๆ ให้เกิดความสำเร็จให้มากที่สุด ส่วนตัวมองว่าสปช.ทุกคนควรตะหนักร่วมกันว่าสปช.ไม่ใช่สภาการเมืองเหมือนเช่นส.ว.หรือส.ส.แต่เป็นสภาเพื่อบ้านเมืองซึ่งจะต้องคิดและทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองเพื่อส่วนรวมเป็นหลัก
ส่วนบุคคลที่มีความเหมาะสมในการทำหน้าที่เป็นประธานสปช.นั้นยืนยันว่ายังไม่มีใครอยู่ในใจแต่เห็นว่าควรเป็นบุคคลที่ต้องวางกฎเกณฑ์กติกาภายในและระเบียบการทำงานให้ดีที่สุด โดยสาเหตุที่ต้องเลือกประธานให้ดีเพราะในอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยมีสปช.มาก่อน เพราะฉะนั้นสปช.จะทำงานเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับตัวประธานสปช.และสิ่งที่สำคัญที่สุดประธานสปช.ต้องไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต้องรับฟังความเห็นของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน มีจิตใจที่ดี ให้เกียรติเพื่อนสมาชิก ประสานงานกับทุกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เป็นการออกคำสั่งกับคนที่มีตำแหน่งต่ำกว่า
‘รสนา’ เน้นลดเหลื่อมล้ำปชช.มีส่วนร่วม หนุนเลิกอัยการศึก
นางรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ที่จะต้องมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมดเป็นภาพรวม พร้อมมองว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดที่ต้องแก้ไขคือความเหลื่อมล้ำ ด้วยเหตุที่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างเท่าเทียม หากแก้ปัญหาตรงนี้ได้ก็จะนำมาสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองตามมา และการทำงานของสภาปฏิรูปต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความเห็น เพื่อนำข้อเสนอแนะไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเห็นว่าควรจะมีการยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึก เพื่ออำนวยต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และทำให้ภาพพจน์ประเทศในสายตาชาวโลกดีขึ้น
ส่วนปัญหาด้านพลังงานที่ต้องมีการปฏิรูปมองว่าพลังงานควรจะเป็นสาธารณะสมบัติของประชาชนแต่ปัญหาในขณะนี้เป็นเพราะกิจการพลังงานเป็นไปเพื่อแสวงหากำไร จึงส่งผลกระทบต่อประชาชน



