
เหนือ-อีสานอากาศเย็น-กทม.ฝนร้อยละ70
09 ต.ค. 2557
กรมอุตุฯชี้ภาคเหนือ-อีสานอากาศเย็น เพชรบุรี-ประจวบฯ-ชุมพร-ระนอง-พังงา-ภูเก็ตฝนหนักบางแห่ง อันดามันคลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกฝั่ง กทม.ตกร้อยละ 70 ของพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 9 ตุลาคม 2557 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น และมีหมอกในตอนเช้ากับมีฝนบางแห่ง สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน และอ่าวไทย ทำให้ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและปริมาณฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกฝั่งในช่วงวันที่ 9-11 ตุลาคม 2557 ไว้ด้วย
อนึ่ง เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (9 ต.ค. 57) พายุไซโคลน “ฮุด ฮุด” (HUD HUD) (03B) บริเวณอ่าวเบงกอล มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 13.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 89.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือ คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวไปประเทศอินเดียต่อไป
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมาก บริเวณจังหวัดตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก โอกาสมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ตรัง - บ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำยังถูกน้ำท่วมสูง
9 ตุลาคม 2557 หลังฝนจะหยุดตกมาเป็นวันที่ 3 แล้ว แต่น้ำในแม่น้ำตรังยังเอ่อล้นตลิ่งและเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้ชุมชนสองฝั่งแม่น้ำตรัง เช่น ที่ตำบลบางรัก อ.เมืองกว่า 150 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ถนนทางเข้าหมู่บ้านรวม 3 สายรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ โดยเฉพาะที่หมู่ 4 และหมู่ 5 ต.บางรัก ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำตรัง นอกจากระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นแล้วยังมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ชาวบ้านต้องพายเรือเข้าออกหมู่บ้านและเร่งนำเรือออกมาซ่อมแซมหากเรือของทางจังหวัดมีไม่เพียงพอ
ส่วนที่ตำบลควนธานี ตำบลโคกยาง อ.กันตัง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและไหลท่วมบ้านเรือนรวมทั้งพื้นที่ทางการเกษตรเป็นวงกว้าง โดยที่ตำบลบางรัก อ.เมือง,ตำบลควนธานีและตำบลโคกยาง อ.กันตัง รวม 3 ตำบลใน 3 อำเภอ เป็นพื้นที่รับน้ำที่ไหลมาจากอำเภอห้วยยอด,อำเภอรัษฎาและอำเภอวังวิเศษ จ.ตรัง ทำให้แม้ฝนหยุดตกแต่ปริมาณน้ำเหนือที่สะสมอยู่ใน 3 อำเภอยังคงไหลท่วมพื้นที่ราบลุ่มสองฝั่งแม่น้ำตรัง โดยเช้าวันนี้(9 ต.ค) ยังมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและคาดจะท่วมสูงกว่า 1 เมตรไปอีก 2-3 วันหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม
พิษณุโลกเร่งทำฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อน
9 ต.ค.57 นายรังสรรค์ บุศย์เมือง หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงพิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักได้แห้งลดลงจนทำให้ทางกรมชลประทานต้องสั่งงดทำนาปรัง รอบ 2 พร้อมทั้งทางนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยฝนหลวง เร่งบินทำฝนเทียมบริเวณเขื่อนหลัก ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อย เพื่อหวังเติมน้ำในเขื่อน ตั้งแต่วันนี้ไป จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาทางหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงพิษณุโลก จะบินทำฝนเทียมบริเวณเขื่อนดังกล่าวก็ตาม แต่ก็มีน้ำไม่เพียงพอ ต่อฤดูกาลแล้งนี้ ทำให้ทางหน่วยต้องเร่งบินทำฝนเทียม วันหนึ่ง 5 เที่ยวบิน จำนวน 3 เครื่อง สารเคมีที่ใช้วันหนึ่งประมาณ 10,000 กิโลกรัม
หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงพิษณุโลก กล่าวอีกว่า จากสภาพอากาศในขณะการเกิดฝนค่อนข้างน้อย แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องขึ้นบิน เพื่อเร่งสารเคมีในกลุ่มเมฆ เพื่อให้เกิดฝนตกบ้างในพื้นที่เหนือเขื่อน เพื่อให้มีน้ำในเขื่อนตามที่ต้องการ และหากถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ปริมาณน้ำยังไม่เพียง ทางหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ก็ต้องรายงานต่อ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อให้ทำฝนหลวงต่อไปจนถึงฤดูหนาวก็เป็นได้



