ข่าว

ผู้ป่วยอีโบลารายแรกสหรัฐเสียชีวิตแล้ว

ผู้ป่วยอีโบลารายแรกสหรัฐเสียชีวิตแล้ว

09 ต.ค. 2557

ผู้ป่วยอีโบลารายแรกในสหรัฐเสียชีวิตแล้ว WHO เผยยอดติดเชื้อ 8,033 คน ตายพุ่งเกือบ 3,900 คน

 
                 9 ต.ค.57 โรงพยาบาลเท็กซัส เฮลธ์ เพรสไบเทอเรียน โฮสปิทัล ดัลลัส แถลงว่า นายโธมัส อีริค ดันแคน ชาวไลบีเรีย ซึ่้งเป็นผู้ป่วยคนแรกที่ได้รับการวินิจฉัยในสหรัฐว่า ติดเชื้อไวรัสอีโบลา ได้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากการระบาดของไวรัสมรณะในแอฟริกาตะวันตก ได้พุ่งเกือบถึง 3,900 คนแล้ว 
 
                 นายดันแคนเสียชีวิตภายในเวลา 10 วัน หลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และได้รับยาที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ซึ่งเชื่อว่า เขาติดเชื้อไวรัสอีโบลาก่อนจะเดินทางออกจากไลบีเรียและโดยสารเครื่องบินไปเยี่ยมครอบครัวที่เท็กซัส ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือ CDC ระบุว่า มีความเสี่ยงที่เป็นศูนย์ที่นายดันแคนจะแพร่เชื้อไปสู่นักเดินทางคนอื่นๆ เนื่องจากเขายังไม่ได้แสดงอาการจนกระทั่งลงจากเครื่องบินแล้วหลายวัน
 
                 กรณีของนายดันแคน ได้นำไปสู่อีกหลายเคสที่ต้องสงสัยและทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการที่รัดกุมยิ่งขึ้นในการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา โดยหลังจากการเสียชีวิตของนายดันแคน ทำเนียบขาวได้ประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบิน 5 แห่ง ที่รวมถึงการส่งเจ้าหน้าที่ CDC ไปยังสนามบิน 5 แห่งเป็นกรณีพิเศษ เพื่อคอยวัดอุณหภูมิคนที่เดินทางจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของอีโบลา ได้แก่ กินี, ไลบีเรียและเซียร่า เลโอน
 
                 สนามบิน 5 แห่ง ที่อยู่ภายใต้มาตรการคัดกรองเพื่อป้องกันอีโบลา ได้แก่ สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ในนิวยอร์ค, สนามบินนานาชาติ วอชิงตัน ดัลเลส, สนามบินนานาชาติโอ'แฮร์ ในชิคาโก, สนามบินนานาชาติฮาร์ทสฟิลด์-แจ็คสัน แอตแลนตา ในรัฐจอร์เจีย และสนามบินนานาชาติน้วก ลิเบอร์ตี้ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ 
 
                 สนามบินทั้ง 5 แห่งนี้ ได้ชื่อว่า เป็นจุดหมายปลายทางในการเข้าประเทศของผู้โดยสาร 94 เปอร์เซ็นต์ ที่เดินทางจาก 3 ประเทศ ที่เผชิญการระบาดของอีโบลาหนักที่สุด ส่วนขั้นตอนการคัดกรอง ได้รวมถึงการให้กรอกแบบสอบถามของ CDC เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของผู้โดยสารที่มาจากแอฟริกาตะวันตก, ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย รวมถึงการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ล่วงล้ำร่างกาย เพื่อประเมินว่ามีการอาการป่วยหรือไม่
 
                 ถ้าพบว่านักเดินทางมีไข้ มีอาการ หรือ คำตอบในแบบสอบถามด้านสาธารณสุข เผยให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจติดเชื้ออีโบลา พวกเขาจะถูกประเมินโดยเจ้าหน้าที่ประจำสถานีกักโรคของ CDC และถ้าจำเป็น ก็จะมีการเรียกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาช่วยเหลือผู้โดยสารที่อาจจำเป็นต้องได้รับการประเมิน หรือสังเกตอาการเพิ่มเติม ส่วนนักเดินทางที่ไม่มีอาการใดๆ หรือไม่มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จะได้รับคำแนะนำให้สังเกตสุขภาพของตนเองเป็นเวลา 21 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาฟักตัวของอีโบลา
 
                 CDC ระบุด้วยว่า นับตั้งแต่เริ่้มมีการคัดกรองคนที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศ เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา มีคนผ่านการคัดกรอง 36,000 พันคน และมีอยู่ 77 คน ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบิน แต่พบว่า ทั้ง 77 คนน ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสอีโบลา และส่วนใหญ่เป็นมาลาเรีย ซึ่งเกิดจากยุงและไม่ได้ติดต่อระหว่างมนุษย์
  
                 ด้านองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้พยายามยับยั้งความวิตกว่าไวรัสอีโบลาจะแพร่ระบาดไปทั่วยุโรป หลังจากมีพยาบาลชาวสเปนติดเชื้อ และยังเปิดเผยตัวเลขเหยื่ออีโบลา ที่กำลังแพร่ระบาดรุนแรงที่สุดในโลก และระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดว่า มีจำนวน 3,865 คน จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 8,033 คน ส่วนใหญ่อยู่ในไลบีเรีย, เซียร่า เลโอน, และกินี และไม่ได้รวมพยาบาลชาวสเปนที่เป็นผู้ป่วยคนล่าสุด
 
 
สหรัฐป่วน! พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาที่ลอสแองเจลิส-นิวยอร์ก
 
 
                 เว็บไซต์ข่าวบันเทิง เดอะแร็พ รายงานว่า ผู้โดยสารคนหนึ่งที่เดินทางจากไลบีเรียไปยังสนามบินนานาชาติ ลอส แองเจลิส ได้ถูกนำตัวส่งแผนกฉุกเฉินของเซ็นทิเนล่า โฮสปิทัล เมดิคัล เซ็นเตอร์ อย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งทางโรงพยาบาล ระบุว่า บุคลากรของโรงพยาบาลได้รับการแจ้งเตือนก่อนที่่ผู้ป่วยจะเดินทางถึงโรงพยาบาล และสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือ CDC ก็ได้เตรียมมาตรการพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ ขณะที่โรงพยาบาลก็เตรียมการรับมือสถานการณ์มานานหลายสัปดาห์ และทีมเจ้าหน้าที่ก็ผ่านการอบรมตามระเบียบปฏิบัติของ CDC
 
                 โรงพยาบาลระบุด้วยว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยังไม่แสดงอาการของผู้ติดเชื้ออีโบลา แต่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือไว้ก่อน โดยดูจากประวัติการเดินทางและยังไม่ผ่านการทดสอบหาเชื้อไวรัส ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการถูกกักตัวสำหรับการประเมินผล และรอเข้ารับการทดสอบ ที่ดำเนินการภายใต้การหารือกับ CDC
 
                 ทางโรงพยาบาลยังคงเปิดให้เข้าเยี่ยมผู้ป่วยอื่นๆ ตามปกติ และได้ดำเนินการทุกขั้นตอนเพื่อความแน่ใจว่า ผู้ป่วย, ครอบครัวของพวกเขา, เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและชุมชน ได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี ส่วนสนามบินนานาชาติลอส แองเจลิส ไม่ได้รวมอยู่ใน 5 สนามบิน ที่เพิ่งบังคับใช้มาตรการใหม่ในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของไวรัสอีโบลา
 
                 ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก โพสต์ รายงานว่า มีผู้ป่วยวัย 31 ปี จากย่านฮาเล็ม ที่เดินทางมาจากไนจีเรียเมื่อไม่นานมานี้ ได้แสดงอาการที่ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสอีโบลา และถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลแบลวือ ในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ค เมื่อบ่ายวันพุธ แหล่งข่าวระบุว่า ผู้ป่วยมีอาการต้องสงสัย ที่รวมทั้ง มีไข้, อาเจียน และท้องร่วง แต่หลังจากผ่านการทดสอบและสังเกตการณ์ที่โรงพยาบาล ก็ไม่พบว่า เขาติดเชื่ออีโบลาแต่อย่างใด
 
                 รายงานของนิวยอร์ก โพสต์ มีขึ้นในเวลาเดียวกันกับที่เกิดเหตุการณ์ผู้ป่วยอีโบลาปลอม ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทั่วนครนิวยอร์ค เพียงเพื่อความพยายามจะทดสอบความพร้อมในการรับมือกับไวรัสมรณะขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ระบุว่า โรงพยาบาลแบลวือ ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกในการรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลา สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาลงที่สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้
 
 
บุคลากรทางการแพทย์สเปน 3 คน เข้ารับการสังเกตการณ์ที่โรงพยาบาล
 
 
                 มีบุคลากรทางการแพทย์อีก 3 คน ในสเปน ที่เข้ารับการสังเกตการณ์ที่โรงพยาบาล ลาปาซ-คาร์ลอส ที่ 3 ในกรุงมาดริด เพื่อดูว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลาหรือไม่ โดยในจำนวนนี้ เป็นแพทย์ 2 คน ที่เคยมีการสัมผัสกับพยาบาลที่ติดเชื้อและกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้
 
                 นอกจากแพทย์ 2 คนแล้ว ยังมีบุรุษพยาบาลอีก 1 คน ที่สัมผัสกับหนึ่งในผู้ติดเชื้อ 2 คน ที่เป็นมิชชันนารี ที่เสียชีวิตเพราะอีโบลา หลังจากถูกส่งตัวจากแอฟริกาตะวันตกไปรักษาที่สเปนโดยบุรุษพยาบาลผู้นี้ ได้แสดงอาการและเข้ารับการทดสอบหาเชื้อแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล
 
                 ส่วนผู้ที่เข้ารับการสังเกตอาการก่อนหน้านี้ 2 คน ถูกพบว่า ไม่ได้ติดเชื้อและออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ซึ่งถ้านับรวมผู้ที่เข้ารับการสังเกตอาการและกักโรคที่โรงพยาบาลลาปาซ-คาร์ลอส ที่ 3 มีจำนวนทั้งสิ้น 7 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องสงสัยที่เพิ่งมาใหม่ 3 คน, พยาบาลที่ติดเชื้อ 1 คนกับสามีของเธอ และพยาบาลอีก 2 คน
 
                 สำหรับพยาบาลที่ติดเชื้อ ที่สื่อมวลชนสเปน ระบุชื่อว่า เทเรซ่า โรเมอโร่ ได้ดูแลมิชชันนารีสูงอายุ 2 คน ที่เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลา ทางการสเปน ระบุว่า กำลังอยู่ระหว่างสังเกตอาการคนอื่นๆอีกกว่า 50 คน ภายใต้มาตรการปลอดภัยไว้ก่อน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่่ได้ติดต่อใกล้ชิดกับพยาบาลที่ติดเชื้อ 
 
                 ด้านอันนา มาโต้ รัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวว่า ไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่า มีผู้ร่วมงานคนใดของพยาบาลที่ติดเชื้อ แสดงอาการว่าติดเชื้อไปด้วย
 
 
 
  
--------------------------------------------
 
 
(ภาพ : AFP)