
เงินทองต้องรู้ : ยี่สิบห้าถึงสามสิบเก้า
10 ต.ค. 2557
เงินทองต้องรู้ : ยี่สิบห้าถึงสามสิบเก้า : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
หลังจากได้รับเมลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่กรุณาส่ง “สรุปประเด็นสำคัญจากงานสัมมนา เรื่องการเตรียมพร้อมสำหรับการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณของกลุ่มแรงงานในระบบ ช่วงอายุ 25-39 ปี” มาให้ ใช้เวลาอ่านอยู่ 3-4 รอบ เพื่อทำความเข้าใจ ทั้งๆ ที่เนื้อหาที่สรุปมามีเพียง 2-3 หน้าเท่านั้น
จริงๆ เนื้อหาและสาระของประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ นำส่งให้นั้น ต้องบอกว่า น่าสนใจและมีประโยชน์มากๆ สำหรับคนในวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 25-39 ปี ซึ่งเป็นช่วงของการก่อร่างสร้างตัว ทำงานได้เต็มที่ สร้างรายได้ได้เต็มกำลัง แต่หลายๆ ครั้งกลับติดขัดในอุปสรรคบางประการ โดยเฉพาะการขาดวินัย การตอบสนองความต้องการส่วนตัวมากเกินไป และส่วนใหญ่มองว่า “เกษียณ” เป็นเรื่องไกลตัว เพราะ “ชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้น”
แต่เพราะเป็นการนำเสนองานด้านวิชาการ ทำให้หลายคนถอดใจ และไม่คิดร่วมค้นหาคำตอบ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค เพราะหลายครั้งที่เราพบว่า หลายคนไม่พยายามทำให้เรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ปล่อยให้เรื่องยากมันยากอยู่แบบนั้น ในขณะที่อีกหลายคนหนักกว่านั้น เพราะถนัดทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยาก ดังนั้น ต้องยอมรับอยู่เหมือนกันว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้คนประสบความสำเร็จ ก็คือ ทักษะในการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ทำเรื่องวุ่นวายให้คลายตัว
คราวนี้ลองมาดูกันว่า อะไรบ้างที่เป็นพฤติกรรม หรือเป็นปัจจัยขับเคลื่อน หรือเป็นอุปสรรคสำหรับการออมเพื่อวัยเกษียณของกลุ่มคนวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 25-39 ปี
จุดเริ่มต้นของงานวิจัยนี้ มาจากการที่สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำการสำรวจการเตรียมพร้อมสำหรับการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณของกลุ่มแรงงานในระบบช่วงอายุระหว่าง 25-39 ปี จากกลุ่มตัวอย่าง 1,105 ราย ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ทั้งนี้ เพราะแรงงานในระบบในช่วงอายุ 25-39 ปี มีจำนวนประมาณ 47% ของแรงงานในระบบทั้งหมด ซึ่งเป็นฐานที่ใหญ่กว่าแรงงานในช่วงอายุ 40-60 ปี ดังนั้น การสร้างความตระหนักในด้านการออมการลงทุนเพื่อวัยเกษียณสำหรับแรงงานกลุ่มนี้ จึงมีความสำคัญต่อการบรรเทาปัญหาสังคมผู้สูงอายุในอนาคต
สำหรับอาจารย์สองท่านที่รับผิดชอบโครงการนี้ คือ ดร.บุญเลิศ จิตรมณีโรจน์ และ ผศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง แห่งสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
บทสรุปจากงานวิจัยชิ้นดังกล่าว พบว่า 63% ของแรงงานในกลุ่มอายุ 25-39 ปี มีโอกาสเกษียณทุกข์สูงกว่ากลุ่มอายุ 40-60 ปี (ขออนุญาตขยายความคำว่า “เกษียณทุกข์” ว่า มีเงินออมไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายในวันที่ไม่มีรายได้จากการทำงาน ส่วน “เกษียณสุข” ก็มีความหมายตรงกันข้าม) ซึ่งเหตุที่คนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้มีโอกาสเกษียณทุกข์มากกว่า ก็เนื่องจากกลุ่มอายุ 25-39 ปี ยังอยู่ในช่วงการเริ่มต้นสร้างรากฐานของชีวิต จึงให้ความสำคัญกับการออมเพื่อวัยเกษียณเป็นอันดับสุดท้าย เมื่อเทียบกับการออมเพื่อวัตถุประสงค์อื่น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากอัตราการออมในปัจจุบัน พบว่า อยู่ในระดับ 20% ของรายได้ ซึ่งใกล้เคียงกับกลุ่มอายุ 40-60 ปี
ในส่วนของการประเมินค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณ กลุ่มเด็กกว่า (25-39 ปี) คาดการณ์ว่าจะอยู่ในราว 12.6% ของสินทรัพย์ ณ ปีที่เกษียณ ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่กว่า (40-60 ปี) ประเมินว่าจะอยู่ในระดับ 5.7% อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกลุ่มยังคงประเมินค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณไว้ต่ำกว่าที่ควร โดยประเมินว่า ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณจะเหลือเพียง 34-35% ของค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณด้วย ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่ระดับ 70% ของค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณตามหลักการวางแผนทางการเงิน
ปิดท้ายที่ปัจจัยด้าน “เวลา” ซึ่งมีอิทธิพลต่อความเพียงพอของเงินออมในวัยเกษียณ โดยพบว่า กลุ่มเด็กกว่า จะเริ่มวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณตั้งแต่อายุ 33 ปี ซึ่งเร็วกว่ากลุ่มผู้ใหญ่กว่า เป็นสัญญาณที่ดีว่าจะมีระยะเวลาออมเพื่อวัยเกษียณนานกว่า อย่างไรก็ตาม พบว่า แรงงานในกลุ่มเด็กกว่า ที่คาดว่าจะเกษียณอายุงานก่อนกำหนดมีสัดส่วนถึง 33% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มอายุ 40-60 ปี ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อความเพียงพอของเงินออมเพื่อวัยเกษียณ เพราะระยะเวลาทำงานของพวกเขาจะสั้นลง
อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ หลายคนงง! ว่ามีเหตุอะไรที่ทำให้แรงงานในวัยเด็กกว่ามีโอกาส “เกษียณทุกข์” ได้มากกว่าแรงงานในวัยผู้ใหญ่กว่า เพราะระดับการออมก็ 20% ของรายได้เท่ากัน หนำซ้ำวัยเด็กกว่ายังเริ่มวางแผนทางการเงินเร็วกว่า โดยค่าเฉลี่ยเริ่มต้นที่อายุ 33 ปี ถึงแม้ระยะเวลาในการหารายได้อาจจะสั้นกว่า เพราะวัยเด็กกว่า จ้องจะเกษียณเร็วกว่า แต่ต้องไม่ลืมว่า ถึงเกษียณเร็ว หยุดหารายได้เร็ว แต่ถ้าสปีดดีๆ ในระหว่างชีวิตการทำงาน ก็น่าจะเพียงพอ
มีเพียงข้อเดียวเท่านั้น ที่อาจจะเป็น “อุปสรรค” ในการเดินทางไปสู่เกษียณสุขของแรงงานวัยเด็กกว่า นั่นคือ กลุ่มอายุ 25-39 ปี ยังอยู่ในช่วงการเริ่มต้นสร้างรากฐานของชีวิต จึงให้ความสำคัญกับการออมเพื่อวัยเกษียณเป็นอันดับสุดท้าย เมื่อเทียบกับการออมเพื่อวัตถุประสงค์อื่น แปลว่า คนในวัยนี้ตระหนักถึงความสำคัญของการออม มีความต้องการออมเร็วกว่า มีอัตราการออมที่น่าสนใจ แต่ “การออม” ของคนในวัยนี้ไม่ได้ตอบสนองกับเป้าหมายใน “วัยเกษียณ” แต่ตอบสนองความต้องการในส่วนอื่น กลายเป็นเดินถูกทาง แต่คนละเป้าหมาย
แน่นอนว่า การพุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายอย่างมีวินัยและเคร่งครัด อาจจะไม่ใช่คำตอบของใครหลายคน เพราะเป้าหมายที่ว่าอาจจะกลายเป็นแรงกดดันและบีบคั้น จนทำให้ระหว่างทางของชีวิตหมดสีสัน หมดความสุข โลกจึงมีหลักของการสร้างสมดุล ให้เราได้ลองใช้ชีวิตแบบวางเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว แล้วลองสร้างสมดุลให้เกิด โดยที่รักษาเป้าหมายทุกระยะไว้ให้ได้ และไปให้ถึงเป้าหมายสุดท้ายปลายทาง
นึกถึงที่ คุณวีระ ธีรภัทร พูดไว้ในรายการ “เงินทองต้องรู้” ว่า ทันทีที่เราเกิดมา ชีวิตเราก็เดินหน้าไปสู่ความตายนั่นแหละ ไม่มีใครที่หลุดจากท้องแม่มาแล้ว จะมุดกลับเข้าไปได้
เราโชคดีที่ตระหนักรู้ และเห็นปลายทางของตัวเอง...ที่เหลือก็แค่เดินไปให้ถึงอย่างคน "เกษียณสุข"
-------------------------------------
(เงินทองต้องรู้ : ยี่สิบห้าถึงสามสิบเก้า : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



