
แกะรอยปฏิรูปประเทศหลังคสช.ทำคลอดสปช.
แกะรอยปฏิรูปประเทศ หลังคสช.ทำคลอดสปช. : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่นรายงาน
หลังจากเห็นหน้าตา "สภาปฏิรูปแห่งชาติ" (สปช.) 250 คนแล้ว คำถามที่ตามมาคือ ทิศทางการปฏิรูปประเทศต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร จะเป็นไปตาม "พิมพ์เขียว" ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ จะเป็นการปฏิรูปที่เป็นที่ยอมรับเพียงใด
หากเชื่อตามที่ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" หัวหน้าคณะยึดอำนาจ ซึ่งปัจจุบันมีหมวกเป็น "นายกรัฐมนตรี" ด้วย พูดมาตลอด คือ คสช.ไม่ได้มี "พิมพ์เขียว" เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปไว้ และคสช.จะไม่เข้าไปกำกับกระบวนการปฏิรูปประเทศ แต่จะเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกให้เกิดการปฏิรูปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากเห็นหน้าตาของ สปช.ทั้ง 250 คนแล้ว คนในปีก "ขั้วอำนาจเก่า" คือ พรรคเพื่อไทย มองว่า การที่ คสช.เลือกคนที่เคยแสดงจุดยืนต่อต้าน "ระบอบทักษิณ" อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น คนที่เคยขึ้นเวที กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) หรือ อดีต สว.ในกลุ่ม 40 สว. หลายคน มาอยู่ใน สปช. ทำให้ไม่มั่นใจในทิศทางการปฏิรูปที่จะเกิดขึ้น
วิเคราะห์จากรายชื่อ สปช.ทั้ง 250 คน สามารถแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม คือ 1.ข้าราชการ 2.นักวิชาการ 3.อดีต สว. 4.เครือข่ายนักการเมือง 5.ทหาร 6.ภาคประชาชน และ ภาคเอกชน
กลุ่มข้าราชการ เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุด มีอยู่มากกว่าครึ่ง ในจำนวนนี้มีทั้งข้าราชการปัจจุบัน และอดีตข้าราชการ เช่น นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, นายประชา เตรัตน์ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายดำรง พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานสัตว์และพันธุ์พืช, นายมนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และพล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผบ.ทบ.และคนสนิทพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ
กลุ่มอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เช่น นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตส.ว.นนทบุรี, พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีตส.ว.สรรหา, นายมีชัย วีระไวทยะ อดีตส.ว.กทม., นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตส.ว.กทม., พล.ต.ต.ขจร สัยวัตร์ อดีต สว.หนองคาย, พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต สว.มุกดาหาร และ กลุ่ม 40 ส.ว. เช่น นายคำนูณ สิทธิสมาน, นางตรึงใจ บูรณสมภพ, นายประสาร มฤคพิทักษ์, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, น.ส.รสนา โตสิตระกูล, นายวันชัย สอนศิริ
กลุ่มนักการเมืองและเครือข่าย เช่น นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา จากพรรคภูมิใจไทย, นายทิวา การกระสัง ทนายความกลุ่ม "เพื่อนเนวิน" จากบุรีรัมย์, นายพรชัย มุ่งเจริญพร อดีต สส.ภูมิใจไทย จ.สุรินทร์, นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา, นายทนงศักดิ์ ทวีทอง นายกฯ อบจ.สุราษฎร์ธานี คนสนิทพระสุเทพ อดีตแกนนำ กปปส. และนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ อดีตทีมทนายความคดีรับจำนำข้าวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ
กลุ่มนักวิชาการ เช่น นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีวิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, นายจรัส สุวรรณมาลา และนายอมร วณิชวิวัฒน์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ, นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า
กลุ่มภาคประชาชน และภาคเอกชน เช่น นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) , นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และ นายทองฉัตร หงส์ลดารมย์ จากบริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น
จากรายชื่อ สปช.ที่ประกาศออกมา ในส่วนของ 173 สปช.ที่มาจาก 11 กลุ่มปฏิรูปนั้น ส่วนใหญ่เป็นไปตามโผที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ มีเพียง 4 คน ที่ชื่อหลุดออกไป คือ พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ ในกลุ่มบริหารราชการแผ่นดิน, พล.ต.อดุลย์ศักดิ์ บุญวัฒนะกุล ในกลุ่มการปกครองส่วนท้องถิ่น, พล.อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ กลุ่มสื่อสารมวลชน และ นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ในกลุ่มอื่นๆ
สำหรับคนที่ชื่อเพิ่มเข้ามา ได้แก่ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อดีตแกนนำ กปปส., นางจุรี วิจิตรวาทการ อดีตอธิการบดีของนิด้าอีกคน นายประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พล.อ.วรวิทย์ พรรณสมัย อดีตผู้บํญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และอดีตที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก
หากมองแยกส่วนเป็น สปช. ที่มาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน และจากแต่ละจังหวัด ในส่วนของ 11 กลุ่มปฏิรูป ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มข้าราชการ แต่ก็จะเห็นภาพของความหลากหลายของคนจากกลุ่มต่างๆ แต่หากดูในส่วนของ 77 สปช. จาก 77 จังหวัดนั้น นอกจากภาพกลุ่มข้าราชการที่ยังโดดเด่น ที่ส่วนหนึ่งที่เห็นเด่นชัด คือ ตัวแทนเครือข่ายนักการเมืองจากทุกฝ่าย
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นทันทีที่รายชื่อ 250 สปช.ปรากฏออกมา ที่เด่นชัด มี 2 ประเด็น คือ มีสัดส่วนของข้าราชการมากเกินไป คือ เกินครึ่ง และอีกประเด็นคือ แทบจะไม่มี "คนรุ่นใหม่" อยู่ใน สปช.เลย
"รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 28 กำหนดไว้ว่า สปช.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี แต่รายชื่อ สปช.ที่ปรากฎออกมาส่วนใหญ่เป็นวัยเกษียณทั้งนั้น" นายสุริยะใส กตะศิลา นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยรังสิต อดีตแกนนำ กปปส.ตั้งข้อสังเกต
อย่างไรก็ตาม ก็มีเสียงชื่นชมหน้าตา สปช.ที่ออกมาเช่นกัน ซึ่งนอกจากเรื่องความหลากหลายของคนที่เข้ามาเป็น สปช. แล้ว อีกประเด็นที่มีการพูดกันคือ "มีทหารอยู่ไม่มากอย่างที่คิด" โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสัดส่วนของทหารที่อยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มีอยู่เกินครึ่ง และในคณะรัฐมนตรี ที่มีทหารเข้าไปจำนวนมาก
ทั้งนี้ในจำนวน สปช. 250 คน มีนายทหารระดับนายพล อยู่ทั้งหมด 27 คน
เบื้องต้น ที่สังคมจับตา คือ ใครจะเป็นประธาน สปช. ทั้งนี้คนที่เป็นตัวเต็งประธาน สปช. มีอยู่ 2 คน คือ "นายเทียนฉาย กีระนันทน์" อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งมีบุคลิกคล้ายๆ กับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. คือ เป็นนักวิชาการ ภาพพจน์ ความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ
อีกคน คือ "นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ" อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า มือกฎหมายระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งมีข่าวว่าเป็นหนึ่งในมือกฎหมายที่ร่วมร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวของ คสช.
อย่างไรก็ตาม สำหรับนายบวรศักดิ์ อีกกระแสข่าวบอกว่า เขาถูกวางตัวให้ไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเช่นนั้น ดังนั้นถึงนาทีนี้ ชื่อคนที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นประธาน สปช. จึงเป็น "เทียนฉาย"
นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สส.เพื่อไทย และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง กล่าวว่า รายชื่อ สปช.ที่ปรากฏออกมาก็ไม่เหนือความคาดหมาย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอรอดูเนื้อหาการปฏิรูปที่ สปช.จะทำออกมาว่าจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด
"เราไม่ได้ตั้งป้อมต่อต้าน สปช. แต่เป็นห่วงว่ากระบวนการปฏิรูปจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนเพียงใด โดยในระยะต้นจะคอยดูว่าบุคคลที่จะมาเป็นประธาน สปช. ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และ ประธานคณะปฏิรูปด้านต่างๆ จะเป็นใคร เพราะมีข่าวออกมาว่าคนที่เคยเป็นแนวร่วมกับกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลเพื่อไทยจะมาเป็นด้วย" นายก่อแก้ว กล่าว
จับตาดูทิศทางการปฏิรูปประเทศโดย สปช. จะเป็นการปฏิรูปประเทศที่ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมมีส่วนร่วมมากน้อยเพียงใด และผลออกมาจะเป็นเช่นใด?



