
การจากไปของเสธ.เปีย เชื้อไฟจุดให้คนเสื้อแดง
การจากไปของเสธ.เปียเชื้อไฟจุดให้คนเสื้อแดง
เกือบสองยาม จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว แจ้งข่าวและร่วมไว้อาลัยแก่การจากไปของ พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า
"ได้ทราบข่าวจากทางน้องโอ๊ค พานทองแท้ ว่าพี่เปีย (พันเอก ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย) ได้เสียชีวิตแล้ว ผมก็ได้โทรหาพี่แดง ซึ่งเป็นภรรยาพี่เปียทันที ซึ่งพี่แดงก็บอกกับผมว่า พี่เปียเสียชีวิตแล้ว ในเวลา 22.38 น. ขณะนี้ทางครอบครัวกำลังประสานนำท่านกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาในประเทศไทย ตามที่ครอบครัวของพี่เปียปรารถนา"
หลังจากข่าวการเสียชีวิตของ "เสธ.เปีย" พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ด้วยอาการปอดติดเชื้อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก็แพร่สะพัดไปทั้งสื่อสังคมออนไลน์
บนเส้นทางชีวิตอดีตนายทหารคนหนึ่ง มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เขาเริ่มต้นการเป็นนักการเมืองจากถนนสายเลือกตั้ง และสถานการณ์รัฐประหาร 2549 ได้พัดพาให้เขากลายเป็น "แกนนำมวลชน" จนมีชื่อเสียงโด่งดัง กระทั่งต้องหลบหนีคดี 112 ไปจบชีวิตที่ต่างแดน
พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย มีชื่อเล่นว่า "เปีย" เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2492 ที่ จ.นนทบุรี โดยเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต (วทบ.) ทบ. และสถาบันเทคโนโลยีแห่งอิลลินอยส์ เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ในสาขาวิศวกรรมโยธา โดยใช้ทุนของกองทัพบก ในระดับปริญญาโท (2519-2521) และใช้ทุนของทางมหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาเอก (2521-2524)
ด้วยความศรัทธาในตัว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ "เสธ.เปีย" จึงลาออกจากราชการ มาสมัคร ส.ส.นนทบุรี ในสังกัดพรรคความหวังใหม่ ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2538 แต่สอบตก และการเลือกตั้งปี 2539 ก็สอบตกอีกครั้ง
หลังจากเกิดความขัดแย้งในพรรคความหวังใหม่ เสนาะ เทียนทอง พากลุ่มก๊วนแยกทางจาก "บิ๊กจิ๋ว" โดยมาซบพรรคไทยรักไทย "เสธ.เปีย" จึงติดตามมาอยู่พรรคนี้ด้วย และได้เป็น ส.ส.นนทบุรี สมัยแรกในสีเสื้อพรรคทักษิณ
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ พ.อ.อภิวันท์ คือเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งอดีตนายทหารคนนี้ ปักใจเชื่อว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อยู่เบื้องหลังคณะทหารที่ล้มล้างรัฐบาลทักษิณ
ดังนั้น "เสธ.เปีย" จึงกระโจนออกสู่ท้องถนน โดยเป็นหนึ่งในแกนแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) เมื่อต้นปี 2550
นอกจาก "เสธ.เปีย" แกนนำ นปก.ใน พ.ศ.นั้น ได้แก่ วีระ มุสิกพงศ์, จตุพร พรหมพันธุ์, จักรภพ เพ็ญแข, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย, มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ และ จรัล ดิษฐาอภิชัย
สิ่งที่ประทับตรา "แกนนำมวลชนฮาร์ดคอร์" ให้แก่ เสธ.เปีย ตราบเท่าจนวันสิ้นลมคือ เหตุการณ์ "ม็อบบุกบ้านป๋า" เมื่วันที่ 22 กรกฎาคม 2550
การเคลื่อนไหวในคราวนั้น กลุ่ม นปก. ได้เคลื่อนพลจากสนามหลวง สู่บ้านสี่เสาเทเวศร์ เพื่อขับไล่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ให้ลาออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
เวลา 20.58 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2550 ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมเหลือประมาณ 1,000 คน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มปฏิบัติการตามแผนการสลายการชุมนุม ครั้งที่ 1 และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องอีก รวม 3 ครั้ง ปรากฏว่ายังไม่สำเร็จ จนกระทั่งในครั้งที่ 4 ตำรวจจึงสามารถสลายกลุ่มผู้ชุมนุมได้สำเร็จ
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บประมาณ 204 นาย โดยส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บในช่วงระหว่างเวลาประมาณ 20.00-23.10 น.ที่บริเวณแยกสี่เสาเทเวศร์ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้ก้อนหิน ขวดแก้ว แผงเหล็ก ก้านร่ม และไม้ ปาเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
หลังเหตุการณ์ในวันดังกล่าว ได้มีการจับกุมแกนนำ นปก.จำนวน 9 คน ได้แก่ 1.วีระ มุสิกพงศ์ 2.จตุพร พรหมพันธุ์ 3.จักรภพ เพ็ญแข 4.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 5.นพ.เหวง โตจิราการ 6.วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย 7.พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย 8.จรัล ดิษฐาอภิชัย และ 9.มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และข้อหาสั่งการหรือยั่วยุปลุกระดมให้กลุ่มบุคคลกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน
จากเหตุการณ์ "ม็อบบุกบ้านป๋า" เหมือนเป็นรอยจำและความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในใจของ "เสธ.เปีย" ซึ่งในทุกครั้งที่ขึ้นเวทีปราศรัย "เสธ.เปีย" จะพุ่งเป้าโจมตี พล.อ.เปรม อย่างไม่ลดละ
แม้กระทั่งการปราศรัยครั้งสุดท้ายที่เวที นปช. ถนนอักษะเมื่อ 21 พฤษภาคม 2557 "เสธ.เปีย" ยังโจมตี "ระบอบอำมาตยาธิปไตย" และปลุกเร้าจิตใจที่สู้รบคนเสื้อแดงให้ยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการทหาร
เมื่อเกิดรัฐประหารในวันต่อมา "เสธ.เปีย" ตัดสินใจเดินทางออกไปต่างประเทศ และต่อมา ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับเขา ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี ตามประมวลอาญามาตรา 112 จากกรณีขึ้นปราศรัยเวที นปช.กล่าวพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ในท้องที่ สน.ชนะสงคราม
"เสธ.เปีย" ปิดตำนานแกนนำ นปก.ชุดบุกบ้านป๋าเปรมไปแล้ว จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทยฯ จึงได้ถือโอกาสนี้จุดไฟในหมู่คนเสื้อแดงสดุดี พ.อ.อภิวันท์ ทันที
"ทางเดียวที่จะทำให้อุดมคติของท่านอภิวันท์ ยังคงอยู่และวิญญานของท่านจะไปสู่สุขคติได้ก็ต่อเมื่อพี่น้องเราได้ร่วมใจกันต่อสู้กับระบอบเผด็จการอำมาตย์อย่างเด็ดเดี่ยว นำไทยไปสู่ประชาธิปไตยของประชาชนได้อย่างแท้จริง"
เชื่อว่าการจากไปของ "เสธ.เปีย" จะทำให้คณะทหารระดับนำของ คสช.ไม่สบายใจมากนัก และอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ คสช.ยังคงกฎอัยการศึกไว้ในวันนี้
-----------------------------------------------
(หมายเหตุ : การจากไปของ‘เสธ.เปีย’ เชื้อไฟจุดให้คนเสื้อแดง)



