
'สมยศ'โต้สื่อออนไลน์ป่วนชี้นำคดีเกาะเต่า
'สมยศ' โต้สื่อออนไลน์ป่วนชี้นำคดีเกาะเต่า ยก5เหตุผลมัด2ผู้ต้องหาพม่าฆ่า2นทท. แจงไม่ได้ฟันธงฆาตกรมีแค่ 2 คน ประยุทธ์พร้อมแจงระหว่างเยือนพม่า
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รองผบ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผบช.พฐ. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รักษาราชการแทนรอง ผบช.น. พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน คณะแพทย์ทีมนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมกันแถลงข่าวที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีจับกุมนายวิน และนายโซ 2 ผู้ต้องหาชาวพม่าข้อหาฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม และ น.ส.ฮันนา วิคตอเรีย 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก หลังจากถูกกระแสสื่อสังคมออนไลน์ตั้งประเด็นสงสัยหลายข้อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอาจไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง หรืออาจมีฆาตกรมากกว่านี้ที่ยังหลบหนีอยู่
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ โดยยึดหลักความถูกต้อง ดำเนินการตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวพม่าได้ 2 คน แต่เมื่อจับกุมคนร้ายได้ ก็มีคำถามจากทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งในโลกโซเชียล ที่แสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา ข้อมูลถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง บางข้อมูลไม่มีข้อเท็จจริง เป็นการมโนไปเอง
"เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ตามที่สังคมตั้งคำถาม วันนี้จึงได้นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยมาชี้แจงขั้นตอนในการทำคดี เพื่อให้เกิดความกระจ่าง และครั้งนี้จะเป็นการแถลงข่าวครั้งสุดท้าย เปิดโอกาสให้ซักฟอกอย่างเต็มที่" ผบ.ตร.กล่าว
พ.ต.อ.ประชุม กล่าวถึงรายละเอียดของคดีว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 15 กันยายน 2557 พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ 2 ราย บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยทันที พร้อมประสานศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ให้เดินทางเข้าตรวจที่เกิดเหตุ และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยพบก้นบุหรี่ เสื้อผ้าผู้ตาย รองเท้าแตะ จอบที่คาดว่าคนร้ายใช้ก่อเหตุ ถุงยางอนามัย 1 ชิ้น เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้ตรวจสอบ เบื้องต้นไม่มีประจักษ์พยานพบเห็นขณะเกิดเหตุ
พ.ต.อ.ประชุม กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายทั้ง 2 คน เดินเข้ามาท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 โดยมาเที่ยวคนละกลุ่ม และมาเจอกันที่โอเชี่ยนวิวบังกะโล ซึ่งเป็นที่พัก เป็นการรู้จักกันโดยบังเอิญ คืนวันเกิดเหตุ 14 กันยายน 2557 ผู้ตายทั้งสองคน พร้อมกลุ่มเพื่อนได้ไปชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับทีมสวอนซีที่ช็อปเปอร์บาร์ จากนั้นเพื่อนผู้ตายได้ขอตัวกลับห้องพัก ส่วนผู้ตายได้ไปเที่ยวต่อที่เอซีบาร์ จนกระทั่งมาพบเป็นศพในเช้าวันรุ่งขึ้น
พ.ต.อ.ประชุม กล่าวว่า ในการสอบสวนคดีนี้ มีการตั้งข้อสันนิษฐานในประเด็นต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการสืบสวน เนื่องจากคดีนี้ไม่มีประจักษ์พยาน จึงสืบสวนจากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ วัตถุพยาน ทั้งก้นบุหรี่ จอบ ผลการตรวจสภาพศพ นอกจากนั้น มีการควานหาบุคคลที่ใกล้ชิดกับที่เกิดเหตุให้มากที่สุด โดยเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีมากที่สุด โดยการตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ตำรวจได้ตรวจสอบทุกคนที่สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุทั้งหมด ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว
พ.ต.อ.ประชุม กล่าวต่อว่า จากการตรวจวัตถุพยาน พบดีเอ็นเอที่ก้นบุหรี่ และดีเอ็นเอในตัวของ น.ส.ฮันนา นอกจากนั้นการสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้กับที่เกิดเหตุ ก็พบเพียงชายต้องสงสัยไม่สวมเสื้อวิ่งผ่านหน้ากล้อง แต่เมื่อไปสอบพยานบุคคล มีคนเห็นว่าก่อนเกิดเหตุมีชาย 3 คนไปนั่งเล่นกีตาร์ ตรงจุดที่พบก้นบุหรี่ จากนั้นก็มีการต่อจิ๊กซอว์ จนพบว่าทั้ง 3 คนมีความเชื่อมโยงกับคดีอย่างมีนัยสำคัญ จึงเรียกนายเมามาสอบปากคำ โดยนายเมาให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา เมื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอ พบว่าตรงกันกับดีเอ็นเอที่พบในศพ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้จัดทนายความให้แก่ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมาย ก่อนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ
ด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจเริ่มต้นการสืบสวนจากเบาะแสที่ได้คัดกรองจากพื้นที่ ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งทีมสืบสวนจากส่วนกลาง ลงไปสมทบ ทำให้การทำงานละเอียดและรอบคอบขึ้น มีการคัดกรองบุคคล โดยเชื่อว่าคนร้ายต้องเข้ามายังจุดที่เกิดเหตุในเวลาที่กำหนด ในการเชื่อมโยงพยานวัตถุ ประกอบกับพยานบุคคล ที่สำคัญคือ ผลการตรวจดีเอ็นเอที่สามารถยืนยันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้พยานบุคคลก็ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์ได้
พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า ในส่วนของงานพิสูจน์หลักฐาน แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 อีกส่วนคือการตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบ อยู่ในความรับผิดชอบของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) สำหรับที่เกิดเหตุพยานวัตถุที่เก็บได้ ประกอบด้วย จอบ ถุงยางอนามัย และก้นบุหรี่ ซึ่งจุดที่เก็บได้อยู่ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 65 เมตร โดยในวันที่ 16 กันยายน ได้ส่งหลักฐานมาให้ พฐก.ตรวจ ซึ่งผลการตรวจดีเอ็นเอ คราบเลือดที่จอบเป็นของ น.ส.ฮันนา ดังนั้น จึงมั่นใจว่าคนร้ายใช้จอบเป็นอาวุธ
ส่วนดีเอ็นเอที่ก้นบุหรี่ 3 อัน อันแรกเป็นบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร สีขาว ไม่พบดีเอ็นเอ มีเพียงคราบลิปสติกสีแดงติดอยู่ อันที่ 2 เป็นบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มแดง พบดีเอ็นเอ 1 คน ตั้งสมมุติฐานว่า นายเอ และอันที่ 3 เป็นบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มแดง พบดีเอ็นเอของ 2 คน ตั้งสมมุติฐานว่า นายเอ และบี เมื่อได้ตัวอย่างดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ ก็ได้ประสานกับสถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งเป็นผู้ตรวจศพ ก็พบว่า มี 1 คน ที่มีดีเอ็นเอซ้อนกันอยู่ แสดงให้เห็นว่า คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน
พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกลุ่มในตัวอย่างที่เก็บจากบุคคลในพื้นที่ 243 คน จนถึงเมื่อวันที่ 28 กันยายน แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 187 ราย ชาวไทย 56 ราย ปรากฏว่า ผลดีเอ็นเอไม่ตรงกับดีเอ็นเอที่ก้นบุหรี่ จนกระทั่งวันที่ 2 ตุลาคม มีการส่งตัวอย่างเยื่อบุกระพุ้งแก้มของผู้ต้องสงสัย 3 คนมาตรวจ ผลปรากฏว่าตรงกับตัวอย่างดีเอ็นเอที่พบในวัตถุพยานที่ส่งมาตรวจก่อนหน้านี้
พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า การตรวจก้นบุหรี่ เป็นหลักฐานสำคัญที่มีการบ่งชี้ถึงตัวบุคคลที่มาเกี่ยวข้องกับคดี เพราะว่าดีเอ็นเอที่พบในก้นบุหรี่ไปตรงกับดีเอ็นเอที่พบในช่องคลอดของ น.ส.ฮันนา ทำให้มีความเชื่อมโยงกันระหว่างผู้สูบบุหรี่กับผู้ที่คาดว่าจะก่อเหตุ ทำให้สามารถกำหนดจุดในการติดตามคนร้ายได้ ซึ่งต่อมาตำรวจได้จำลองเหตุการณ์ในสถานที่เกิดเหตุ ในช่วงเวลาเดียวกับที่คาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือก่อเหตุ
สำหรับดีเอ็นเอที่พบที่ก้นบุหรี่แอลเอ็มแดงอันแรก คือ นายเมา ส่วนที่ก้นบุหรี่แอลเอ็มแดงอีกอัน เป็นของนายเมา และนายวิน นอกจากนั้นยังพบดีเอ็นเอของนายวิน ที่ร่างของ น.ส.ฮันนา ส่วนดีเอ็นเอของนายโซ ตรงกับตัวอย่างดีเอ็นเอที่พบในร่างของ น.ส.ฮันนา เช่นกัน
ด้าน พ.ต.อ.ภวัต ประทีปวิศรุต รองผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา ผู้ผ่าชันสูตรศพ กล่าวว่า ศพ น.ส.ฮันนา มีบาดแผลอย่างรุนแรงที่บริเวณศีรษะและใบหน้า จากของเเข็งไม่มีคม ซึ่งสามารถเข้ากันได้กับวัตถุของกลางในคดี พบการถูกทำร้ายทางเพศ ผลตรวจทางพิษวิทยา ไม่พบสารเสพติดวัตถุออกฤทธิ์ทางจิตประสาทในปัสสาวะและเลือด ไม่พบสารพิษจากอาหารในกระเพาะอาหาร ผลตรวจทางชีวเคมี พบดีเอ็นเอของบุคคลอื่น 2 คนที่หน้าอก และอวัยวะเพศ สรุปสาเหตุ การเสียชีวิต มาจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากของแข็งไม่มีคมกระทบกระแทกอย่างรุนแรง
สำหรับนายเดวิด บาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะและใบหน้า จากของแข็งไม่มีคม เข้ากันได้กับวัตถุของกลางในคดี ไม่พบการถูกทำร้ายทางเพศ การตรวจภายในพบน้ำในช่องอก 2 ช่อง ปอดพองลมบวมน้ำเต็มช่องอก ตรวจทางพิษวิทยาไม่สารเสพติดวัตถุออกฤทธิ์ทางจิตประสาทในปัสสาวะและเลือด ไม่พบสารพิษจากอาหารในกระเพาะอาหาร ผลตรวจทางเคมี ไม่พบอสุจิในทวารหนัก สาเหตุการตาย สรุปสาเหตุการเสียชีวิตมาจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากของแข็งไม่มีคมกระทบกระแทกอย่างรุนแรงร่วมกับการจมน้ำทะเล
ผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนการสอบสวน ที่มีข้อครหาว่า มีการใช้กำลังบังคับให้สารภาพ พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า การบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีทนายความร่วมรับฟัง และหลังสอบปากคำ ได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกาย โดยมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับบาดแผลบริเวณใบหน้าของนายเดวิด ที่ข้อสงสัยว่ามีการใช้อาวุธชนิดอื่น ก็ยืนยันได้ว่า เป็นบาดแผลที่เกิดจากของแข็งไม่มีคม ซึ่งสามารถเข้ากันได้ดีกับวัตถุของกลางในคดี คือ จอบ ซึ่งข้อแตกต่างระหว่างบาดแผลที่เกิดจากของแข็งมีคม กับไม่มีคม ถ้าของแข็งมีคมบาดแผลจะเรียบไม่มีขอบช้ำ เรียบตลอดทางจนถึงกระดูก ส่วนของแข็งไม่มีคม บาดแผลจะช้ำ ไม่เรียบ ที่กระดูกก็จะมีรอยแตก
ส่วนข้อสงสัยเรื่องถุงยางอนามัย ที่ตรวจพบดีเอ็นเอของ น.ส.ฮันนา เพียงคนเดียวที่บริเวณด้านนอกของถุงยาง พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า ตำแหน่งที่พบถุงยาง อัดแน่นไปด้วยทราย อาจมีการปนเปื้อน เป็นไปได้ว่า ผิวสัมผัสด้านใน มีโอกาสจะตรวจไม่พบ หรือเป็นไปได้ว่า ไม่มีการหลั่งอสุจิ จึงไม่พบดีเอ็นเอในถุงยาง
เมื่อถามว่า ตำรวจจะสามารถยืนยันได้อย่างไรว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เป็นคนร้ายที่ลงมือฆ่า การพบดีเอ็นเอในช่องคลอดของ น.ส.ฮันนา เป็นการสมยอมหรือไม่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า การสืบสวนเชื่อตามคำให้การ และวัตถุพยาน มีมูลเหตุจูงใจ ตำรวจเชื่อว่า มีการลงมือทำร้ายจนเหยื่อไม่อยู่ในภาวะที่ขัดขืนได้ โดยที่เหยื่อไม่เสียชีวิตทันที ก่อนลงมือข่มขืน จากนั้นจึงได้ลงมือทำร้ายซ้ำจนเสียชีวิต เพื่ออำพรางคดี อีกเหตุคือ ไม่พบบุคคลอื่นเข้าไปในที่เกิดเหตุในช่วงเวลานั้น ข้อมูลจึงฟังได้เป็นข้อยุติในขณะนี้
ส่วนประเด็นเรื่องโทรศัพท์มือถือของนายเดวิด ทางญาติของผู้เสียชีวิต เป็นคนให้ข้อมูลเลขอีมี่กับทางตำรวจ ตำรวจจึงได้ซักถามผู้ต้องหา ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้นำไปฝากเพื่อนไว้ ต่อมาตำรวจได้สอบปากคำเพื่อนคนดังกล่าวไว้เป็นพยานแล้ว โดยเพื่อนคนดังกล่าวระบุว่า ได้ทุบโทรศัพท์ ก่อนนำใส่ถุงพลาสติกไปโยนทิ้งไว้ที่หลังบ้าน
ผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของสถานทูตอังกฤษ และสถานเอกอัครราชทูตพม่า กับการปิดคดีนี้ของตำรวจ พ.ต.ท.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ฝ่ายประสานงานภูมิภาคและตำรวจสากล บก.ตท. กล่าวว่า ทางสถานทูตอังกฤษแสดงความขอบคุณรัฐบาลและตำรวจที่ให้ความร่วมมือในการคลี่คลายคดี และได้มีการประสาน เพื่อติดตามความคืบหน้า ผ่านมาทางตำรวจสากล และการที่ทูตไม่มาร่วมแถลงในวันนี้ ไม่ได้มีประเด็นว่า พอใจหรือไม่พอใจ แต่ทางสถานทูตเห็นว่า การแถลงข่าวในเรื่องความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน เป็นอำนาจของตำรวจไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว ทางสถานทูต จะไม่ก้าวล่วง เพียงแต่ฝากขอบคุณมาเท่านั้น ส่วนสถานเอกอัครราชทูตพม่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมตัวแทนแรงงาน นักสิทธิมนุษยชน มาติดตามคดี และขอเข้าพบผู้ต้องหา ซึ่งทางราชทัณฑ์ก็ให้เข้าพบ ส่วนทางคดีตำรวจได้ชี้แจงให้ทราบ ซึ่งทางสถานทูตพม่า ก็แสดงความพอใจ
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวสรุปว่า การจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ หลักฐานสำคัญมี 5 ประเด็น คือ 1.พยานบุคคล คือ นายเมา และนายเล เล 2.การพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ 3.ภาพจากกล้องวงจรปิด 4.โทรศัพท์ของนายเดวิด และ 5.คำรับสารภาพของผู้ต้องหาต่อหน้าทนายความ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา ตำรวจมั่นใจว่าจากประเด็นทั้ง 5 จะเพียงพอที่ทำให้ศาลพิพากษาลงโทษผู้ต้องหาได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่มีการจับแพะอย่างแน่นอน ส่วนที่ผ่านมา มักมีการตั้งต้องข้อสังเกตมาโดยตลอดว่า ตำรวจจับแพะ ตรงนี้มองว่า เป็นเรื่องของอดีต ซึ่งหลังจากที่ตนมารับตำแหน่ง จะไม่ให้มีปัญหานี้เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้หวั่นไหวกับกระแสสังคม โดยเฉพาะในโซเชียลเน็ตเวิร์ก
"ที่ต้องมาแถลงข่าวในวันนี้เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนในสังคม ขณะเดียวกันเพื่อยุตินักสืบไซเบอร์ ที่ชอบมโนไปเองแบบผิดๆ แต่กระนั้นเราก็รับฟังทุกความคิดเห็น โดยเฉพาะที่เผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็ตรวจสอบให้ทุกประเด็น จนบางครั้งก็ทำให้การทำงานล่าช้า แต่ยอมรับว่าในโซเชียลเน็ตเวิร์กก็มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มีส่วนช่วยการทำงานของตำรวจ ซึ่งส่วนนี้ต้องขอบคุณ แต่บางส่วนที่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สร้างความสับสน ไม่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง อยากให้เลิกเสีย เพราะไม่เกิดประโยชน์และจะยิ่งสร้างความสับสนมากขึ้นไปอีก" ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีการตั้งคำถามของสื่อต่างประเทศว่า ตำรวจให้ข้อมูลสับสน ไม่ตรงกัน เรื่องนี้เมื่อตนทราบปัญหา ก็ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น อดีต ผบช.ภ.8 เป็นผู้ให้ข่าวเพียงคนเดียว ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และกำชับการให้ข้อมูล ไม่ให้กระทบความรู้สึกของครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
ช่วงเช้าก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบช.ภ.8 มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 และ พ.ต.อ.ภรศักดิ์ นวนหนู รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นำสำนวนการสอบสวนที่มีความหนากว่า 850 หน้า พร้อมแผนผังการก่อคดีประกอบคำรับสารภาพของนายเวพิว หรือ วิน และนายโซลิน หรือโซ 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า ส่งมอบให้อัยการจังหวัดเกาะสมุย เพื่อพิจารณาว่าจะส่งฟ้องผู้ต้องหาหรือไม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ด้าน นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะทำงานได้เดินทางเข้าเยี่ยม 2 ผู้ต้องหาเพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากสังคมตั้งประเด็นสงสัยว่า ฆาตกรตัวจริงอาจยังไม่ถูกจับกุม จากนั้น นายปริญญาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมลงมือฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษจริง แต่ที่ทำลงไปเป็นเพราะความเมา โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทำใจได้แล้วกับเรื่องที่จะได้รับโทษจากการก่อเหตุครั้งนี้
‘ประยุทธ์’พร้อมแจงระหว่างเยือนพม่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท.รอง ผบช.น. หัวหน้าคณะสืบสวนสอบสวนคดีฆาตรกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เดินทางเข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการเดินทางเยือนสหภาพเมียนมาร์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่มีขึ้นภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคสช.-ครม. ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้มีการเน้นย้ำให้มีการจัดทำเอกสารเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมไว้เป็นข้อมูล หากมีการสอบถามหรือเกิดกรณีข้อสงสัยในคดีดังกล่าว จะได้มีความพร้อมในการชี้แจง อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้กำชับด้วยว่า หากมีการสอบถาม ในการชี้แจงจะต้องอธิบายถึงคดีที่เกิดขึ้นในภาพรวมของผู้ต้องหา โดยจะต้องไม่ระบุว่าเป็นชาวพม่า แต่ให้ใช้ว่าเป็นแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาก่อเหตุ
พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตนมารายงาน ความคืบหน้าของคดีที่เกาะเต่า และมีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อจัดทำอกสารของคดีทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมไว้ให้นายกรัฐมนตรี ชี้แจงหากมีการสอบถามจากรัฐบาลเมียนมาร์ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจในการทำงาน แต่ยังไม่มีการพูดถึงรางวัลให้กับผู้ปฏิบัติงานในคดีดังกล่าว เพราะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
ขณะที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในการเดินทางไปเยือนสหภาพเมียนมาร์ของนายกรัฐมนตรี ระหว่าง วันที่ 9 - 10 ต.ค. นอกจากจะมีการหารือร่วมกันของสองประเทศแล้วหากมีการสอบถามถึงคดีเกาะเต่า ที่ผู้ต้องหาเป็นชาวพม่านั้น ทางฝ่ายรัฐบาลไทยก็พร้อมที่จะชี้แจงในทุกกรณี ซึ่งเราสามารถอธิบายได้ทั้งหมดถึงความเป็นมาต่างๆ รวมทั้งกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ดำเนินการอย่างเต็มที่จากข้อมูลและพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และเบื้องต้นทางสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ ได้มีการติดต่อมายังกระทรวงการต่างประเทศแล้ว เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการการดำเนินคดี รวมถึงการช่วยเหลือเบื้องต้น ต่อผู้ต้องหา ซึ่งถือเป็นวิธีปฏิบัติเบื้องต้นทางกงศุล หากมีกรณีคนถูกจับในต่างประเทศ ทั้งนี้ไม่ได้มีการตั้งข้อสังเกตใดๆกเกี่ยวกับการทำคดีของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย
'ธนะศักดิ์'ชูเดินหน้าทำ'เกาะเต่าโมเดล'
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ที่เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อเพื่อนบ้านนั้น ขอยืนยันว่าไม่มีผลกระทบอะไรเพราะทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ทั้งนี้ตนได้สอบถามไปยังสถานทูตเพื่อนบ้านแล้วก็บอกว่าให้เป็นไปตามกฎหมาย ในส่วนของกระแสข่าวเรื่องการจับแพะนั้น ได้พูดคุยกับผบ.ตร.แล้ว โดยได้รับการชี้แจงว่าได้ทำงานกันเป็นขั้นตอน ส่วนนี้ยืนยันว่าไม่มีการจับแพะแน่นอน เป็นการพูดไปกันเอง โดยการพูดต้องดูเนื้อหาและพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ คดีดังกล่าวนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ หากจับได้ก็เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายถือว่าเรื่องนี้จบลงด้วยดี
“เรื่องดังกล่าวไม่ควรเกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องจำกัด จับ และดำเนินคดีตามรูปแบบ ส่วนมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวนั้นทางรมว.ท่องเที่ยวและกีฬาได้ลงไปให้แนวทางการปรับแต่ละจุดให้ปลอดภัยต่อไปจะทำเกาะเต่าให้เป็นเกาะเต่าโมเดล มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุมชน ติดไฟฟ้าให้สว่าง และขอความร่วมมือจากประชาชน ในส่วนของประเทศอังกฤษ ผมมองว่าสื่อก็ต้องช่วยกันด้วย บางครั้งการนำเสนอภาพผู้เสียหายชัดเจนเกินไป หากเกิดเหตุและลงละเอียดมากเกินไป บางครั้งก็เป็นการไม่ให้เกียรติกับผู้เสียหาย ทางเราได้มีการขอโทษและทำความเข้าใจ ส่วนญาติที่จะเดินทางมาในประเทศไทย เราก็อำนวยความสะดวกทุกเรื่องที่ต้องการ ถ้าเรื่องนี้เขียนในมุมที่ดีก็เป็นบวก หากคนวิจารณ์ไปในทางที่ไม่ดีก็เป็นลบ” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว



