
ติงตั้งราคาประกันข้าวสูงไม่แก้ปัญหาธ.โลกแนะจ่ายเงินช่วยโดยตรง-คาดใช้3ปีทำฐานข้อมูล
ธนาคารโลกติงรัฐบาลรับประกันราคาสินค้าเกษตรสูงกว่าราคาตลาดไม่ช่วยแก้ปัญหาจริง แนะจ่ายเงินอุดหนุนให้เกษตรกรยากจนโดยตรง พร้อมเสนอตัวสร้างระบบฐานข้อมูล คาดใช้เวลา 3 ปี ธ.ก.ส.เดินหน้าระบบประกันข้าวหอม เตรียมเสนอราคาเข้า กขช. เร็วๆ นี้
นายลักษณ์ วจนานวัช รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมกับธนาคารโลก ถึงแนวทางการประกันภัยพืชผลทางการเกษตรและการประกันราคาสินค้าเกษตรที่รัฐบาลจะเริ่มดำเนินการโครงการนำร่องในส่วนของการประกันราคาข้าวเปลือกหอมมะลิใน 8 จังหวัดภาคอีสานจำนวน 2 แสนตัน ในเดือนกรกฎาคมนี้ว่า ธนาคารโลกมองว่าการประกันราคาสินค้าเกษตรนั้น หากรัฐบาลกำหนดราคาประกันสูงกว่าราคาตลาด ก็จะยังคงเป็นปัญหาในการบิดเบือนกลไกราคาตลาดและนำไปสู่ปัญหาเหมือนที่ผ่านมา
ธนาคารโลกจึงแนะนำให้รัฐบาลใช้วิธีจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรที่ยากจน หรือมีรายได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดโดยตรง เหมือนกับที่หลายประเทศดำเนินการ จะทำให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับเกษตรกรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จากที่ผ่านมาการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรโดยการรับจำนำนั้น เงินอาจถึงมือเกษตรกรจริงเพียง 30% ส่วนที่เหลือไม่สามารถระบุว่าตกหล่นหายไปไหน
ข้อเสนอดังกล่าว รมว.คลังค่อนข้างเห็นด้วย แต่ติดที่การดำเนินการนั้นต้องมีฐานข้อมูลที่ชัดเจน ว่าเกษตรกรกลุ่มใดเข้าข่ายต้องได้รับความช่วยเหลือ ธนาคารโลกจึงเสนอที่จะเข้ามาช่วยศึกษาและสร้างระบบฐานข้อมูลของเกษตรกร ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี ระหว่างนี้ก็จะเดินหน้าระบบประกันราคาที่จะดำเนินการไปก่อน โดยเร็วๆ นี้น่าจะเสนอคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาตัดสินราคารับประกันขั้นต่ำ ซึ่งเบื้องต้นคงต้องมีราคาสูงกว่าราคาตลาดและราคาจำนำเพื่อจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ
"ในอนาคตหากมีระบบประกันมาแทนการจำนำสินค้าเกษตร ก็จะให้การจำนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานปกติของธ.ก.ส. โดยจะกำหนดราคารับจำนำเพียง 80% ของราคาตลาดเท่านั้น เพื่อให้มีส่วนต่างอีก 20% ครอบคลุมความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับธ.ก.ส. กรณีเกษตรกรไม่มาไถ่ถอน ส่วนการจ่ายเงินอุดหนุนให้เกษตรกรยากจนนั้น ธ.ก.ส.เห็นด้วย แต่ต้องมีการแบ่งกลุ่มให้ชัดเจน โดยมองว่าแม้จะมีกลุ่มเกษตรกรเข้าข่ายจำนวนมากจากลูกค้าของธนาคารเองที่มีประมาณ 6 ล้านคน รัฐบาลก็จะใช้เงินอุดหนุนต่อปีน้อยกว่าเงินที่เสียไปจากการรับจำนำสินค้าเกษตรกรเหมือนช่วงที่ผ่านมา” นายลักษณ์ กล่าว
ส่วนการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร ที่ธ.ก.ส.ดำเนินการมากว่า 3 ปี ในส่วนของข้าวนั้น ธนาคารโลกมองว่ามีจำนวนเกษตรกรเข้าโครงการจำนวนน้อยประมาณ 750 ราย ทำให้เบี้ยประกันหรือค่าธรรมเนียมอยู่ในระดับสูง ขณะที่เงินที่จ่ายชดเชยอยู่ในระดับต่ำ วิธีการแก้ไขจึงอาจกำหนดให้เกษตรกรที่กู้เงินจาก ธ.ก.ส.ต้องเข้าสู่ระบบประกันภัยด้วย เพื่อให้เบี้ยประกันถูกลงและจ่ายเงินชดเชยได้สูงขึ้นในอนาคต



