
ให้รู้บ้างว่าใครใหญ่
ความสำเร็จของเครือข่ายประชาชนต้านเหล้าในแดนดินถิ่นเจ้าพระยาถึงกับชิดซ้ายไปเลย แทบไม่อยากคุยถึงความสำเร็จที่สามารถผลักดันให้รัฐบาลยอมสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษานี้ ถ้าหากนำผลงานนี้ไปเทียบกับผลงานอันยิ่งใหญ่สะท้านโลกั
แต่ไหนแต่ไรมา ขบวนการปราบปรามบรรดาสิ่งที่ถือเป็นบาปมหันต์ของมนุษย์ทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นเหล้า การพนัน โสเภณี การค้ามนุษย์ ยาเสพติด ล้วนแต่พ่ายแพ้ต่ออิทธิพลและอำนาจมืดของบรรดาเหล่าร้ายจอมมาเฟียทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ
ถ้าไม่ใช่บุรุษเหล็กอย่างนายปูตินนะหรือ ใครจะกล้าสั่งปิดบ่อนกาสิโนที่บานเป็นดอกเห็ดทั่วประเทศหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตรัสเซีย แม้จะทำให้พนักงานในบ่อนถึง 4 แสนคน ต้องตกงานช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังทรุดโทรม อีกทั้งยังทำให้รัฐต้องขาดรายได้จากภาษีบาปนี้ถึงปีละหลายพันล้านดอลลาร์
แต่นายปูตินก็ไม่หวั่นไหว ยืนยันว่าการสั่งปิดบ่อนทั่วประเทศนี้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ที่ตัวเองเป็นคนลงนามไว้เมื่อปี 2549 สมัยที่ยังเป็นประธานาธิบดี มีผลดีมากกว่าผลเสีย นอกจากจะช่วยให้ประเทศปลอดจากบ่อนพนัน ช่วยเลิกนิสัยชมชอบการพนันของประชาชนลงแล้ว ยังช่วยกำจัดอิทธิพลมืดของกลุ่มอาชญากร ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์การทุจริตคอรัปชั่นที่แทรกซึมไปทั่วทุกหนแห่ง
อย่างไรก็ดี ทางการอนุญาตให้มีธุรกิจการพนันถูกกฎหมายได้เฉพาะที่เขตพิเศษ 4 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากกรุงมอสโกหลายพันไมล์ ได้แก่ ที่เทือกเขาอัลไตในไซบีเรีย ที่เมืองคาลินินกราดแถบทะเลบอลติก ที่พริมอร์สกีใกล้กับเกาหลีเหนือและญี่ปุ่น และที่เมืองคราสโนดาร์กับเมืองรอสตอฟ ทางภาคใต้ ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน "โซชิ โอลิมปิก" ปี 2014
แต่ไม่แกล้งก็เหมือนแกล้ง เพราะเขตพนันเหล่านั้นต้องใช้เวลาถึง 5 ปีกว่าจะเปิดให้บริการได้ แถมแต่ละเขตล้วนแต่อยู่ไกลสุดขอบฟ้าจนเกรงว่าลูกค้าจะไม่ถ่อสังขารไปเล่นพนันไกลถึงเพียงนั้น
จุดนี้อาจเป็นจุดบอดของนายปูติน เพราะเท่ากับบีบให้ธุรกิจการพนันหลบลงใต้ดิน ขณะที่เจ้าของกาสิโนหลายแห่งขู่จะย้ายไปทำธุรกิจที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเบลารุสและคีร์กิซสถาน หรืออาจจะหันไปทำธุรกิจการพนันออนไลน์ หรือสร้างสโมสร "โป๊กเกอร์" ซึ่งกฎหมายรัสเซียระบุว่าเป็น "กีฬา" ประเภทหนึ่ง
ก็ต้องดูกันต่อไปว่าใครจะมีอิทธิฤทธิ์มากกว่ากัน ระหว่างฝ่ายธรรมะกับอธรรม
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



