
ลืออีก!ผู้นำโสมแดงถูกโค่นอำนาจ
07 ต.ค. 2557
เกิดข่าวลือสะพัด! สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่า คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ สูญเสียอำนาจ
7 ต.ค.57 การที่นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ไม่ปรากฎตัวนานนับเดือน นอกจากจะทำให้เกิดกระแสคาดการณ์กันว่าเขากำลังป่วยแล้ว ยังเกิดข่าวลือแพร่สะพัดด้วยว่า เขาถูกโค่นอำนาจแล้ว และบุคคลที่ได้ชื่อว่าทรงอำนาจสูงสุดเป็นอันดับที่สองของเกาหลีเหนือ ก็มีความมั่นใจมากพอที่จะเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้ ในช่วงเวลาที่นายคิมหายหน้าไป
นายพลฮวาง เปียง-โซ เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งชาติ ในระหว่างการประชุมสมัชชาประชาชนสูงสุดครั้งล่าสุด หลังจากเพิ่งได้รับการส่งเสริมให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกรมการเมืองของกองทัพประชาชนเกาหลีเหนือ ซึ่งหมายถึงว่าเขาคือผู้กุมอำนาจสูงสุดในกองทัพ และล่าสุด เขาก็มีความมั่นใจมากพอที่จะเดินข้ามชายแดนไปยังเกาหลีใต้ เพื่อการเยือนแบบรวดรัดเพียงวันเดียว ก่อให้เกิดความหวังว่าจะเกิดการปรองดองของสองเกาหลี ท่ามกลางข้อสงสัยเกี่ยวกับชะตากรรมของคิม ที่ไม่ได้ออกงานตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน
การเยือนเกาหลีใต้ของนายพลฮวาง เมื่อวันเสาร์ มีขึ้นท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่า นายคิมถูกโค่นอำนาจแล้ว นายชาง ชิน-ซอง อดีตเจ้าหน้าที่ต่อต้านข่าวกรองและการโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ อ้างว่า หน่วยงานแนะแนวและการจัดการอย่างเป็นระบบภายในพรรคกรรมกรเกาหลีเหนือที่รับผิดชอบในการส่งเสริมการปกครองของระบอบคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ ได้เข้ายึดอำนาจแล้ว ส่วนนายคิมตอนนี้เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเท่านั้น
ด้านผู้สังเกตการณ์คนอื่นๆ ยังไม่แน่ใจว่า นายคิมได้สูญเสียตำแหน่งศูนย์กลางแห่งอำนาจที่สร้างโดยปู่ของเขา และถ่ายทอดสู่พ่อของเขา จนกระทั่งถึงตัวเขา จอห์น เดลูรี่ จากมหาวิทยาลัยยนไซ ในกรุงโซล ให้ความเห็นต่อหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ตอนที่นายพลฮวางไปเยือนเมืองอินชอน ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ว่า การเดินทางออกนอกประเทศในลักษณะนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นถ้าเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นในเกาหลีเหนือ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดว่าจะเกิดการรัฐประหารขึ้น ส่วนอังเดรลันคอฟ ของมหาวิทยาลัยคุคมิน ได้เรียกการเยือนในครั้งนี้ว่า เป็นเสน่ห์ที่ไม่น่าพึงปรารถนาของเกาหลีเหนือ การทูตของประเทศนี้ ผ่านการระดมความคิด, การจัดการอย่างดี, การบริหารอย่างดีในความพยายามที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับโลกภายนอก มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีใครกุมบังเหียนอยู่เบื้องหลัง
แม้ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกจะเชื่อว่านายคิมยังอยู่ในอำนาจ แต่นายชาง ที่แปรพักตร์ไปอยู่เกาหลีใต้ยังคงยืนยันว่า นายคิมถูกโค่นอำนาจตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งหมายถึง นายพลฮวางกุมอำนาจทั้งหมดไว้ในมือ และมั่นใจในตำแหน่งรักษาการว่าสถานภาพมั่นคงพอที่เขาจะเดินทางไปเกาหลีใต้ได้
นอกจากสัญญาณที่บ่งชี้ถึงอำนาจที่เพิ่มขึ้นของนายพลฮวางแล้ว นายคิมยังกลายเป็นดาวร่วงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขาไม่ได้เป็นประธานการประชุมสมัชชาประชาชนเมื่อเดือนที่แล้ว และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับอำนาจเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2554 ซึ่งแม้จะมีการคาดการณ์กันว่า เขาป่วย แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็น่าจะเลื่อนการประชุมออกไปก่อนจนกว่าเขาจะสามารถปรากฎตัวได้
ขณะเดียวกันก็มีสิ่งผิดปกติที่ชัดเจนอย่างยิ่งเกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้ เมื่อสำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ หรือ KCNA ที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐ ได้เอ่ยถึงนายคิมในฐานะเลขาธิการอันดับหนึ่งของพรรคกรรมกร, ประธานอันดับหนึ่งของคณะกรรมาธิการกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพประชาชาติ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว จะมีการเอ่ยถึงเมื่อพ้นจากตำแหน่ง หรือเสียชีวิตเท่านั้น
กรณีอาการป่วยของนายคิมว่าเป็นจริงหรือไม่นั้้น ได้มีสิ่งบ่งชี้ตอนที่เขาเดินขากระเผลกที่อาจเป็นผลมาจากโรคเก๊าต์ และสื่อของเกาหลีเหนือก็รายงานว่า เขาไม่ค่อยสบาย แต่ไม่มีสมาชิกคนใดในคณะของนายพลฮวาง ที่พูดถึงเรื่องนี้กับผู้แทนจากกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ซึ่งผู้แทนของกระทรวงรวมชาติได้กล่าวในเวลาต่อมาว่า ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของนายคิม แต่ถ้าเขาไม่เป็นอะไร ก็ไม่มีเหตุผลให้เขาหายหน้าไปนานนับเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุมสมัชชาประชาชน
มีข่าวลือและข่าวลือออกจากเกาหลีเหนือเป็นจำนวนมากอย่างผิดปกติ รวมทั้้งเรื่องการปิดเมืองที่ไม่มีการอนุญาตให้เข้าหรือออกมาตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน ที่สันนิษฐานได้ว่า มีเหตุไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เมื่อกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก็มีการประหารชีวิตนายชาง ซอง-แต็ก อาเขยของนายคิมด้วยข้อหาฉกรรจ์หลายข้อหา นอกจากนี้ในช่วง 15 เดือนที่นายคิมอยู่ในอำนาจ เขาได้ปลดผู้บัญชาการกองทัพ 3 ครั้ง และมีการโยกย้ายนายทหารและเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง 218 คน
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานว่า กรุงเปียงยางไม่ได้เผชิญความผันผวนมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 ซึ่งเป็นช่วงที่ประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง กำจัดเสี้ยนหนามที่ต่อต้านเขา หลังจากพ่ายแพ้ในสงครามเกาหลี ซึ่งบรู๊ซ เบ็คทอล นักวิเคราะห์ชื่อดัง ให้ความเห็นว่า การกำจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารและนายทหารระดับสูงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า นายคิมไม่สามารถรักษาฐานอำนาจของตัวเองให้มั่นคงได้
ด้านหนังสือพิมพ์โชซอน อิลโบ ที่มีจำนวนคนอ่านมากที่สุดในเกาหลีใต้ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรคกรรมกรและในกองทัพ ไม่สนองตอบนโยบายและเพิกเฉยต่อคำสั่งของนายคิมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดข่าวลือว่า เกาหลีเหนือกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ และการเพิกเฉยคำสั่งได้เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันและไม่เคยปรากฎมาก่อนในยุคปู่และพ่อของเขา
---------------------------------------------
(ภาพ : AFP)



