
จตุพรไม่สนสปช.ไร้คนพท.-นปช.
จตุพรไม่สนสปช.ไร้คนพท.-นปช. ขอก้าวข้ามตัวบุคคลจับตายกร่างใกล้ชิด วิษณุแนะเรียกประชุมนัดแรกให้เร็วที่สุด ตรวจรายชื่อสายกระจายอำนาจท้องถิ่น
6ต.ค.2557 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงรายชื่อสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.)250 คนว่า ไม่แปลกใจที่หน้าตา สปช.ทั้งหมดไม่มีรายชื่อของสมาชิกพรรคเพื่อไทยและกลุ่มนปช.เลย เนื่องจากเราประกาศไม่เข้าร่วมตั้งแต่ต้น ดังนั้นเมื่อประกาศว่าไม่เข้าร่วมก็จะไม่ขวางทาง และอย่าโทษคนเลือกสปช.มาว่ามีทุกฝ่ายครบถ้วนหรือไม่ เพราะเคยบอกไว้แล้วว่าเราก้าวข้ามเรื่องตัวบุคคลไปแล้ว แต่จะเน้นในเนื้อหาการปฎิรูปประเทศเท่านั้น รวมทั้งจะติดตามกระบวนการปฎิรูปประเทศต่อจากนี้ไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในส่วนของกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับกรณีที่มีชื่อนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นสปช.ด้วยนั้น นายจตุพรกล่าวว่า ที่ทั้ง 2 ท่านได้ตำแหน่งนั้นไม่น่าจะมีนัยยะทางการเมือง เพราะทั้ง 2 ท่านเสนอตัวและเข้าไปสมัครด้วยตนเอง
‘วิษณุ’แนะเรียกประชุมนัดแรกให้เร็วที่สุด
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวภายหลังโปรดเกล้าฯ รายชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) 250 คน ว่า ขั้นตอนต่อไปต้องมีการเรียกผู้ได้รับการทูลเกล้าฯเข้ารายงานตัว จากนั้นสิ่งสำคัญ คือ การเรียกประชุมนัดแรกเพราะจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันหลังการประชุมนัดแรก ซึ่งการประชุมคงต้องใช้ข้อบังคับอื่นที่มีอยู่ อาจจะใช้ข้อบังคับของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)โดยอนุโลมก็ได้ เนื่องจากการกำหนดข้อบังคับของสปช. อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน นอกจากนี้ ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นประธานเปิดการประชุมในนัดแรกนั้นต้องเป็นผู้ที่มีความอาวุธโสสูงสุด คือ นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา หลังจากนั้นจะมีการเลือกประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยตำแหน่งรองประธานจะมี 1 - 2 ท่านขึ้นอยู่กับที่ประชุม แต่ต้องไม่เกิน 2 ท่านตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องที่ สปช.ต้องเร่งทำเห็นว่าต้องเร่งกระบวนการปฏิรูปให้เร็วที่สุดและต้องลงมือปฏิรูปตั้งแต่วันแรก
ตรวจรายชื่อสายกระจายอำนาจท้องถิ่น
หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 250 คน ท่ามกลางกระแสข่าวมีการหารือเรื่องแนวทางปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น ด้วยการยุบองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยุบองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และให้มีท้องถิ่นเพียงสองรูปแบบ คือ เทศบาล (เทศบาลจังหวัด เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล) และการปกครองรูปแบบพิเศษ แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่เกี่ยวข้องยังออกมาปฏิเศษ รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ก็ย้ำว่า ยังไม่มีการพูดคุยเช่นกัน
จากการตรวจสอบสมาชิก สปช.สายกระจายอำนาจ หรือการเมืองท้องถิ่น พบว่า ไม่มีตัวแทนจากฝ่ายบริหาร (นายกฯท้องถิ่น) ถูกคัดเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่ปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น แต่มีชื่อของนักวิชาการบางคนน่าสนใจ หลายคนอาจจะเป็นความหวังสำหรับการกระจายอำนาจในอนาคต เช่น ดร.อุดม ทุมโฆสิต อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองกระจายอำนาจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการกระจายอำนาจมายาวนาน
อาจารย์วุฒิสาร ตันไชย นักวิชาการอีกท่านจากสถาบันพระปกเกล้า ที่ถือเป็นผู้ชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในแวดวงการเมืองท้องถิ่นมายาวนานเช่นกัน เอ่ยชื่อถึงในแวดวงการเมืองท้องถิ่น เรื่องกระจายอำนาจ ใครๆก็รู้จักดี
นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่าง อ.จรัส สุวรรณมาลา ก็น่าจะเป็นอีกท่านหนึ่งที่จะเข้ามาร่วมเสนอแนวคิดในการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น
นายเชื้อ ฮั่นจินดา ประธานสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ที่ก้าวเข้ามารับราชการในตำแหน่งปลัด อบต.ในยุคแรกๆ และเป็นผู้ก่อตั้งสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ที่ถือเป็นองค์กรของฝ่ายข้าราชการท้องถิ่นอีกองค์กรหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างท้องถิ่นมายาวนาน
นายสรณะ เทพเนาว์ นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ก็ถือเป็นตัวแทนของฝ่ายข้าราชการท้องถิ่นอีกคนที่ได้รับเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่ในการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะการเมืองท้องถิ่น
ที่เหลือยังไม่เห็นตัวแทนของฝ่ายการเมืองท้องถิ่นว่าจะถูกคัดเลือกให้เข้ามาร่วมในการทำหน้าที่ในการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น แต่จะมีตัวแทนของฝ่ายปกครองเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนายพงศ์โพยม วาสภูติ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด นายประชา เตรัตน์ อดีตผู้ว่าฯ นายโกเมศ แดงทองดี อดีตผู้ว่าฯเช่นเดียวกัน
นายกสมาคมอบจ.รับปฏิรูปท้องถิ่นต้องฟังสปช.
นายชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สกลนคร ในฐานะนายกสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมามีแนวความคิดเรื่องการรวมศูนย์อำนาจมาโดยตลอด มีความคิดว่าประเทศไทยจะอยู่ได้ก็ด้วยข้าราชการ เพราะเป็นคนดีในสายตาของคนบางกลุ่ม ทั้งที่ในความเป็นจริงการยุบ อบจ.ไม่ใช่สิ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะกระทำได้โดยไม่ฟังเสียงสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
นายชัยมงคล กล่าวว่า กระแสข่าวที่ออกมาเป็นเพียงการโยนหินถามทางของคนบางกลุ่ม โดยคนที่ให้ข่าวซึ่งเป็นแหล่งข่าวน่าจะเป็นกลุ่มข้าราชการที่รับไม้มาจากคนระดับสูงของประเทศที่ต้องการทำให้ประเทศไทยเป็นรัฐข้าราชการ ยืนยันว่าขณะนี้รู้ตัวแล้วและจะเชิญมาให้ข้อมูลกับที่ประชุมใหญ่สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย จากนั้นจะเปิดแถลงข่าวความชัดเจนกับสื่อมวลชน
“การกระจายอำนาจเป็นต้นทางของประชาธิปไตย หากล้มเลิกไม่ใช่แค่การถอยหลังเข้าคลอง แต่จะเป็นการเดินหน้าลงทะเล” นายชัยมงคล กล่าว



