
กางร่มที่ฮ่องกง
กางร่มที่ฮ่องกง : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล
ฮ่องกงมีกำหนดจะจัดการเลือกตั้งผู้นำของตนครั้งใหม่ ใน พ.ศ.2560 แต่สิ่งที่สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ชาวฮ่องกงก็คือ การที่ทางการจีนยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเป็นผู้คัดสรรบุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งก็หมายความว่า คนที่มีแนวคิดแตกต่างไปจากปักกิ่งย่อมไม่มีโอกาสที่จะผ่านการคัดเลือก และไม่ว่าผู้สมัครคนใดจะชนะ ก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีความคิดเห็นและนโยบายที่สอดคล้องกับจีน ทำให้ชาวฮ่องกงไม่พอใจและเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการเลือกผู้นำฮ่องกงด้วยตัวเอง ด้วยการออกมาชุมนุมประท้วงตามย่านธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาชาวฮ่องกงก็มีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในเรื่องต่างๆ มาหลายครั้งแล้ว แต่รัฐบาลจีนไม่ได้ให้ความสนใจจะรับฟัง และตอกย้ำว่า จีนมีอำนาจเหนือฮ่องกง ซึ่งเป็นเพียงเขตบริหารพิเศษของจีน
ชาวฮ่องกงได้เรียกร้องให้ นายเหลียง ซุนอิง ผู้ว่าการฮ่องกง ซึ่งปักกิ่งให้ความสนับสนุน ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเป็นการประท้วงรัฐบาลจีน แต่นายเหลียงปฏิเสธ โดยกล่าวว่า ถ้าเขาลาออกทางการจีนก็คงแต่งตั้งผู้ว่าการคนใหม่มาทำหน้าที่แทน นายเหลียงยังขอร้องให้ผู้ชุมนุมสลายการชุมนุม แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง และชาวฮ่องกงยังยืนกรานไม่ต้องการให้จีนเข้ามาคัดเลือกตัวผู้นำฮ่องกง ในปี 2560 แม้จะเผชิญกับการตอบโต้จากเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง
เมื่ออังกฤษส่งมอบฮ่องกงแก่จีนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2540 นั้น ในชั้นแรกอังกฤษพยายามจะขอเช่าฮ่องกงต่อ แต่ เติ้ง เสี่ยวผิง นายกรัฐมนตรีจีนในขณะนั้น ไม่ยินยอม อย่างไรก็ตาม วันที่ 25 กรกฎาคม ปีนั้น ทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามในความตกลงที่จีนจะยินยอมให้ฮ่องกงอยู่ในฐานะเขตปกครองตนเอง ภายในเวลา 50 ปี โดยก่อนหน้านั้นปักกิ่งจะให้อิสระในการบริหาร เว้นแต่ในเรื่องการต่างประเทศ การทหาร และความมั่นคง ที่จีนจะเป็นผู้ดู
การที่ฮ่องกงอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษเป็นเวลานานถึง 99 ปี ก็ดี หรือการที่ชาวฮ่องกงบางส่วนเป็นผู้ที่อพยพลี้ภัยคอมมิวนิสต์มาจากแผ่นดินใหญ่ก็ดี รวมทั้งสถานะทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของฮ่องกงก็ดี ทำให้คนฮ่องกงมีความรู้สึกขัดแย้งและหวาดระแวงจีน เช่นก่อนปี 2540 มีคนฮ่องกงจำนวนมากขนเงินออกนอกประเทศ หรือเดินทางไปตั้งถิ่นฐานในต่างแดน เพราะไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของจีน
การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงครั้งนี้ที่ใช้ร่มเป็นสัญลักษณ์ จนได้รับฉายา “การปฏิวัติร่ม” แตกต่างไปจากเมื่อ 17-18 ปีก่อน เพราะในครั้งนี้คนฮ่องกงไม่ได้อพยพออกนอกประเทศ หากยืนหยัดต่อสู้และท้าทายทางการจีนอยู่ในฮ่องกง โดยมีชาติตะวันตก เช่น สหรัฐ อังกฤษ และแคนาดา แสดงท่าทีสนับสนุนในประเด็นเรื่องการเรียกร้องเสรีภาพ ขณะที่จีนประกาศจุดยืนของตนในการสนับสนุนทางการฮ่องกงอย่างเต็มที่ในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเตือนผู้ที่กำลังกระทำผิดกฎหมายในฮ่องกง
สิ่งที่ชาวโลกเป็นกังวลก็คือ หากเหตุการณ์ยังคงยืดเยื้อและลุกลามต่อไปจนเกินกำลังที่ทางการฮ่องกงจะรับมือไหว จีนก็อาจจะเข้าจัดการกับเรื่องนี้เอง ซึ่งอาจจะเกิดกรณีเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อ พ.ศ.2532 หรือเมื่อ 25 ปีก่อน ซึ่งครั้งนั้นมีประชาชนเรือนแสนเข้าร่วมในการเรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพ และจบลงด้วยการนองเลือด ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 2,500 คน บาดเจ็บประมาณ 7,000-1 หมื่นคน
จีนได้ปรามสหรัฐและชาติตะวันตกไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการประท้วงของชาวฮ่องกง และอาจจะใช้วิธีหน่วงเวลาให้ผู้ประท้วงอ่อนกำลังไปเอง แต่หากเหตุการณ์พลิกผันจนกลายเป็นความรุนแรงขึ้น สหรัฐและชาติตะวันตกที่รอจังหวะอยู่ ก็คงจะไม่ปล่อยให้โอกาสดีๆ เช่นนี้หลุดมือไป



