ข่าว

‘รองปธ.สนช.’ไม่หวั่น‘พท.’ยื่นศาลคลายปมถอดถอน

‘รองปธ.สนช.’ไม่หวั่น‘พท.’ยื่นศาลคลายปมถอดถอน

05 ต.ค. 2557

"รองประธานสนช."ไม่หวั่น"พท."ยื่นศาลรธน.คลายปมถอดถอน แต่กังขาใช้สิทธิอะไรไปยื่นเรื่องร้อง ยกเหตุเรื่องทั้งหมดยังไม่ได้ข้อยุติในที่ประชุมสนช.เลย

   
          วันที่ 5 ต.ค.57 นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการว่าสนช.มีอำนาจการถอดถอนหรือไม่ว่า เป็นสิทธิที่สามารถไปยื่นศาลได้ แต่สงสัยว่าเขาจะใช้สิทธิอะไรไปยื่นในเมื่อ สนช.ยังไม่ได้มีการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งทาง สนช.เองทำตามข้อกฎหมายในการดำเนินการเรื่องการถอดถอน และต้องรอการหารือกับสมาชิกก่อนว่าจะดำเนินการเรื่องการถอดถอนอย่างไร ถ้าป.ป.ช.ส่งเรื่องการถอดถอนมายัง สนช. ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ แต่หากมีคนไปยื่นศาลและศาลสั่งให้ชะลอการพิจารณาเราก็ต้องทำตาม แต่หากศาลไม่มีคำสั่งเราก็สามารถพิจารณาตามกรอบเวลาได้ทันที
    
          “ ผมอยากฝากถึงอดีตส.ส. และส.ว. หากมีข้อกฎหมายใดที่จะเสนอแนะและเป็นประโยชน์ ก็สามารถเสนอมาได้เลย สนช.ยินดีที่จะรับฟังทุกข้อเสนอแนะ เราไม่มีธงในการถอดถอน ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ทำตามข้อกฎหมายทุกอย่าง ” นายพีระศักดิ์ กล่าว
    
          นายพีระศักด์ กล่าวต่อว่า เรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ได้พุดคุยกับประธานสนช. และรองประธานคนที่ 1 แล้ว โดยอยากได้คนที่มีความรู้ทางด้านกฎหมาย มีเวลาในการทำงานและมีความสมัครใจในการมานั่งเป็นกมธ. เพราะการมาเป็นกมธ. ถือเป็นงานที่หนัก และอาจโดยตัดสิทธิทางการเมืองบ้าง แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะให้ใครเข้ามา อาจจะต้องรอการโปรดเกล้าแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และรอการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ 16 คณะอย่างเป็นทางการก่อนจะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.)ขึ้นมาเพื่อกำหนดแนวทาง ซึ่งจะมีการตั้งกมธ.ในการประชุมสนช.สัปดาห์นี้ รวมทั้งการหารือเรื่องการถอดถอนในการประชุมด้วย

 

 
วิปสนช.รับสนช.เสียงแตกคดีถอดถอน“สมศักดิ์-นิคม” 
 
 
          น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในฐานะวิปสนช. กล่าวถึงกรณีป.ป.ช.จะตีกลับสำนวนการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เรื่องที่มาของส.ว.โดยมิชอบ คืนมาให้สนช.พิจารณาถอดถอนตามเดิมว่า หลังจากที่ป.ป.ช.ส่งเรื่องกลับมาคืนมายังสนช.แล้ว ก็ต้องดูว่า ประธานสนช.จะรับเรื่องหรือไม่ หากประธานสนช.รับเรื่องเข้าสู่วาระ ก็จะส่งเรื่องมาให้วิปสนช.พิจารณากลั่นกรองก่อน แต่วิปสนช. คงไม่มีมติเด็ดขาดออกมาว่า จะดำเนินการถอดถอนได้หรือไม่ คงทำแค่ให้ความเห็นประกอบทางกฎหมายเท่านั้น เพื่อส่งให้ที่ประชุมสนช.ชุดใหญ่ลงมติตัดสินใจต่อไป ขณะนี้เสียงของสนช.ยังแบ่งเป็นสองฝ่าย ซึ่งฝ่ายที่เห็นว่า สนช.ไม่สามารถถอดถอนได้ก็มีอยู่จำนวนมากเหมือนกัน ดังนั้นที่ประชุมใหญ่สนช.คงต้องถกกันยาวและพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ 
 
          นพ.เจตน์กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า หากสำนวนที่ป.ป.ช.ส่งคืนกลับมายังสนช. ยืนยันว่า ความผิดของนายสมศักดิ์และนายนิคมเป็นไปตามฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เพียงอย่างเดียว ไม่มีฐานความผิดตามกฎหมายอื่นประกอบด้วย คงลำบากในการพิจารณาถอดถอน เพราะขณะนี้รัฐธรรมนูญปี2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ก็ยังมีช่องทางมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ที่ระบุว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้แก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะเรื่องการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็เป็นเรื่องที่เคยปฏิบัติมาในอดีตอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามคงต้องมีการหารือกันอีกครั้งในเรื่องนี้ 
 
 
“วินธัย”ขึ้นแท่นโฆษกกองทัพบก
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค. พล.อ.อุดมเดช  สีตบุตร  ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบก แต่งตั้งทีมงานโฆษกกองทัพบกเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่การชี้แจงประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆในอันที่จะสร้างความเข้าใจที่ดีต่อสังคมและสาธารณชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยทีมงานโฆษกกองทัพบกประกอบด้วย พ.อ.วินธัย สุวารี  เป็นโฆษกกองทัพบกแทน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ที่ไปทำหน้าที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ.อ.หญิง ศิริจันทร์  งาทอง  เป็นรองโฆษกกองทัพบก พ.ต.หญิง นุสรา  วรภัทราทร อาจารย์จากวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก เป็นรองโฆษกกองทัพบก พ.ต.หญิง มญชุ์พา นราแย้ม ขยับจากผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก ขึ้นเป็นรองโฆษกกองทัพบก และ ร.ท.หญิง จุฑาทิพย์ วุฒิรณฤทธิ์ เป็น ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก