
30 ปีพิพาทป่าบ่อแก้ว-เมื่ออ.อ.ป.มาทีหลังชาวบ้าน
05 ต.ค. 2557
30 ปีพิพาทป่าบ่อแก้ว-เมื่ออ.อ.ป.มาทีหลังชาวบ้าน : โดย...สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี
จากปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กว่า 177 ครอบครัว กับหน่วยงาน องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ อ.อ.ป. สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ปี 2521 จนปัจจุบันนานกว่า 30 ปีนั้น
หากย้อนกลับไปถึงต้นตอปัญหา จะพบว่า แรกเริ่มเดิมทีชาวบ้านกว่า 177 ครอบครัว ได้อาศัยทำกินบนผืนดินแห่งนี้มายาวนานตั้งแต่ปี 2514-2516 จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2521 ทาง อ.อ.ป.ขอเข้ามาดำเนินการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่ดินทำกิน ปัญหากรณีข้อพิพาทการปลูกป่าคอนสารทับที่ดินทำกินราษฎรและที่อยู่อาศัยจึงเริ่มเกิดขึ้น
ด้วยเงื่อนไขต้องบังคับใช้กฎหมาย ที่ อ.อ.ป.มีอำนาจอยู่ในมือ และการเข้ามาดำเนินการสัมปทานทำไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม บริเวณพื้นที่ป่าเหล่าไฮ ตามโครงการหมู่บ้านป่าไม้ เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 4,401 ไร่ ให้เป็นผลสำเร็จโดยเร็วและมุ่งสร้างผลผลิตปลูกต้นยูคาลิปตัสให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อป้อนให้ภาคอุตสาหกรรมโรงงานผลิตกระดาษหลายแห่งของประเทศ โดยมีเพียงคำตอบเดียวให้ราษฎรที่เคยเข้าครอบครองทำกินอาศัยอยู่เดิมว่า เป็นผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม และใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้ราษฎรออกจากพื้นที่มาตลอด
จนนำไปสู่ความขัดแย้งขั้นรุนแรงระหว่างราษฎรผู้ได้รับผลกระทบกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อ.อ.ป. ซึ่งชาวบ้านที่ไม่ยินยอมจะถูกข่มขู่คุกคาม พร้อมถูกส่งตัวดำเนินคดี ทั้งๆ ที่ชาวบ้านเองขอมีสิทธิที่จะเรียกร้องสิทธิความชอบธรรมบ้าง ถ้าจะเข้ามาดำเนินการก็ควรมีการจัดหาที่ดินให้ใหม่แทนที่อยู่เดิม
หลังรอความหวังที่เคยเรียกร้องรอคอยว่า ภาครัฐจะมีการจัดสรรที่ดินทำกินใหม่ให้ แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงตัดสินใจรวมตัวกันอีกครั้ง เมื่อไม่มีที่ดินให้ก็ต้องบุกยึดเอาที่ดินทำกินเดิมคืน จนกว่าจะมีกระบวนการลงมาช่วยเหลือพอได้มีที่อยู่อาศัยทำกินตามเดิม
และต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกตัวแทนราษฎรผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมตัวแทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ไปเจรจาหาข้อยุติแนวทางการแก้ปัญหากับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ทำเนียบรัฐบาล และให้ไปศึกษาแนวทางการออกโฉนดชุมชน ได้ใช้พื้นที่ดินทำกินร่วมกันโดยไม่ให้มีการให้รายหนึ่งรายใดที่อยู่ในโฉนดชุมชนนำไปซื้อขายได้ ในลักษณะชุมชนเองต้องมีหน้าที่ดูแลรักษาพื้นที่ป่าร่วมกันทำกินอย่างยั่งยืนต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ปัญหา ในจุดนี้เป็นจุดเริ่มในการที่หวังจะช่วยแก้ปัญหาการไร้ที่ทำกินของราษฎรจุดนี้และให้ขยายผลไปในจุดต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป แต่ก็ต้องมาหยุดชะงักลง เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์หมดวาระหมดอำนาจการบริหารประเทศลง
ขณะเดียวกัน ทาง อ.อ.ป.ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้บุกเข้าจับกุมแกนนำราษฎรที่เข้าบุกรุกยึดป่าบ้านบ่อแก้วไปทั้งหมด 31 คน เพื่อส่งดำเนินคดีต่อศาลจังหวัดภูเขียว ในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม และขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทั้ง 31 คน และบริวาร ขยายเขตพื้นที่การครอบครองจากเดิมออกไปอีก และห้ามนำวัสดุอุปกรณ์สิ่งปลูกสร้างเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม้ยืนต้น พืชล้มลุกเข้าไปในพื้นที่พิพาท และห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางสกัดโจทก์ ในการไปบำรุงรักษา ดูแลต้นไม้ (ต้นยูคา) ในสวนป่าพิพาท เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์และทางราชการอีกต่อไป ซึ่งอยู่ระหว่างการนัดสืบพยานโจทก์จำเลยอยู่มานานตั้งแต่ปี 2552 มาจนปัจจุบัน มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ชาวบ้านต้องยอมออกจากพื้นที่ตามกฎหมาย
และล่าสุดทางจังหวัดชัยภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเสนอแผนต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าทั่วประเทศ และที่ จ.ชัยภูมิ ได้มีคำสั่งออกประกาศจังหวัดชัยภูมิให้ชาวบ้านบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ออกจากพื้นที่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งพืชผลอาสิน โดยอาศัยอำนาจคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าจังหวัดชัยภูมิ และคำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 เรื่อง “การปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทรัพยากรป่าไม้” ครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 25 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นทางราชการจะเข้าตรวจสอบพื้นที่และดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาดต่อไป
การดำเนินการผลักดันชาวบ้านออกจากป่านั้น มี อิสระ พรหมเดชบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยภูมิ เดินทางไปพบกลุ่มชาวบ้าน เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำพิพากษาถึงที่สุดและขอให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากป่า โดยขอร้องให้เข้าใจในการปฏิบัติตามหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตามข้อกฎหมายแล้ว ชาวบ้านจะต้องออกจากป่านี้ทันที เพราะครบกำหนดตามที่ติดประกาศแล้ว ถึงแม้ชาวบ้านจะยังขอยืดเวลาอยู่ต่อ แต่ในที่สุดก็ต้องออกตามกฎหมายอยู่ดี
ขณะที่ พ่อนิด ต่อทุน ตัวแทนชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว กล่าวว่า ปัญหาข้อพิพาทสวนป่าคอนสาร ชาวบ้านได้ต่อสู้เรียกร้องสิทธิขอความเป็นธรรมกันมายาวนาน ที่ผ่านมามีการคุยกันถึงในระดับนโยบายในหลายรัฐบาล แต่ล่าช้า เพราะหน่วยงานราชการไม่เดินหน้า ทั้งนี้ภายหลังจากมีการออกประกาศชาวบ้านก็เดินทางไปยื่นหนังสือถึงจังหวัดและเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปยื่นหนังสือต่อ คสช. ถึงเรื่องราวของสวนป่าคอนสาร ซึ่งมีการรับเรื่องไว้แล้วเช่นกัน ที่ผ่านมาไม่ใช่แค่เรื่องนำกฎหมายมาบังคับใช้แล้วก็จบ แต่ปัญหาการขอคืนพื้นที่ป่าคืนจากชาวบ้าน และต้องการให้เราไปอยู่ที่ใหม่ เราก็ยอมออกจากพื้นที่ให้และก็รอการจัดสรรหาที่อยู่ใหม่ที่เป็นธรรมมาให้ก็ไม่ได้ตามคำสัญญามาหลายรัฐบาลที่ผ่านมา แล้วต่อไปจะให้เราไปอยู่ที่ใดได้ เมื่อไม่ทำตามสัญญาทิ้งปัญหามาให้เรามาจนปัจจุบันนี้
"อยากมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาทรัพยากร ตรงไหนสมควรเป็นป่าก็ให้เป็นป่าต่อไป ตรงไหนเป็นไร่นาก็ให้ชาวบ้านได้ทำกินต่อไป ชาวบ้านได้ร่วมพูดคุยกันแล้วว่า จะยืนหยัดสู้ต่อไป เพื่อจะได้ทำอยู่ทำกินในพื้นที่นี้ เพราะไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนอีกแล้ว ตายเป็นตาย ก็ตายที่นี่ เพราะไม่มีอะไรเหลือที่อยู่จะให้ทำกินอีกแล้ว" พ่อนิด บอก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ทางจังหวัดชัยภูมิได้มีคำสั่งแต่งตั้งเพิ่มเติมขึ้นมาอีกคณะ ทำงานตามแผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าชัยภูมิ สวนป่าคอนสาร ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร เพื่อจะเร่งเข้าไปช่วยจัดการปัญหาปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าในจุดนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วในไม่เกินวันที่ 25 ตุลาคม 2557 นี้ โดยมี เจนเจตน์ เจนนาวิน นายอำเภอคอนสาร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ดำเนินการตามแผนทวงคืนผืนป่าจุดนี้ตามคำสั่งจังหวัดให้ได้โดยเร็ว หลังพบปัญหาทับซ้อนเรื่องที่ดินทำกินของราษฎร ที่ไม่ใช่แค่จะผลักดันออกป่าในจุดป่าคอนสารไปได้ไปแล้วก็จบ แต่ปัญหาในพื้นที่จุดนี้มีมายาวนาน ซึ่งมีผู้เดือดร้อนได้รับผลกระทบในพื้นที่ป่าคอนสารจริงๆ
เจนเจตน์ กล่าวว่า เรื่องการเจรจาและขอให้ออกจากพื้นที่เรื่องกฎหมายก็สามารถใช้บังคับได้ทันที ถ้าจะให้ออกก็ขอให้เห็นใจการทำงานของพื้นที่ด้วย ที่ยังมีหลายส่วนยังไม่เข้าใจ แต่เรื่องการแก้ปัญหาในระดับนโยบายทางจังหวัด อำเภอ คงไปยุ่งไม่ได้ ว่า จากนี้ไปจะมีการช่วยเหลือจัดสรรเรื่องปฏิรูปที่ดินได้เมื่อไร ก็จะต้องเป็นเรื่องที่เร่งเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางนโยบายรับไปดำเนินการช่วยเหลือต่อไป ซึ่งจุดนี้คนในพื้นที่ที่มีปัญหาทางจังหวัดก็พร้อมจะหาทางช่วยเหลือได้ มีไม่กี่รายที่เดือดร้อนจากป่าคอนสารจริงๆ แต่ส่วนที่มาจากที่อื่นจังหวัดอื่นก็คงเป็นเรื่องที่ทุกคนที่เข้ามาบุกรุกเพิ่มเติมต้องเห็นใจพื้นที่ต้นน้ำทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร ที่เป็นอีกส่วนหนึ่งของสาขาต้นลำน้ำชีที่หล่อเลี้ยงชาวอีสานมาช้านาน
และนี่คือปัญหา ป่าบ่อแก้ว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ที่ยังคงมีปัญหาคนกับป่า ที่ยังแก้ไม่ได้ โดยขณะนี้ชาวอยู่กันแบบหวาดผวา เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้และทหารจะเข้าไปผลักดันให้พวกเขาออกจากบ้านและที่ดินทำกินซ้ำรอยที่ป่าดงใหญ่บุรีรัมย์ เพราะภาพการรุกไล่ครั้งนั้นยังติดตาชาวบ้านที่นี่
---------------------------
(30 ปีพิพาทป่าบ่อแก้ว-เมื่ออ.อ.ป.มาทีหลังชาวบ้าน : โดย...สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี)



