ข่าว

'สมยศ'คาดโทษตร.ปล่อยมีบ่อน-ตู้ม้า

'สมยศ'คาดโทษตร.ปล่อยมีบ่อน-ตู้ม้า

04 ต.ค. 2557

'สมยศ' มอบนโยบาย คาดโทษตำรวจทำผิดปล่อยมีบ่อน-ตู้ม้าในพื้นที่

 
                            4 ต.ค. 57  เมื่อเวลา 09.30 น.  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมสัมมนามอบนโยบายการบริหารราชการ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีการประชุมสัมมนามอบนโยบายการบริหารราชการของ ตร. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 และมีผู้บังคับบัญชาระดับรอง ผบ.ตร. พร้อมทั้งข้าราชการตำรวจระดับ ผบช. และ ผบก.จากทุกหน่วยในสังกัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมฯ เพื่อรับมอบนโยบาย จำนวน 349 นาย
 
                            สำหรับการประชุมสัมมนาครั้งนี้ มีการมอบนโยบายการบริหารราชการหลักๆ 8 ข้อ ที่ต้องปฏิบัติได้จริง คือ 1. ปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. รักษาความมั่นคงของชาติ และแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3. ป้องกัน และแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในทุกระดับ 4. ป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด 5. พิทักษ์รับใช้ให้บริการประชาชนในทุกมิติ ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน อำนวยความยุติธรรม เพื่อให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง 6. อำนวยการจัดการจราจรอย่างเป็นระบบ ทันสมัย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต 7. บริหารจัดการให้ตำรวจดำรงชีพได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นที่รักของประชาชน และ 8. เตรียมความพร้อมสูงสุด เพื่อเข้าสู่ระบบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี
 
                            พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ที่ต้องเรียกมาประชุมมอบนโยบายในวันเสาร์แบบนี้ เพราะมีเวลาทำงานไม่ถึง 365 วัน ในเมื่อได้รับโอกาสให้เข้ามาบริหารงานตรงนี้ ต้องเร่งมือทำงานให้รวดเร็ว หลังรับมอบนโยบายเสร็จ ก็นำไปถ่ายทอดให้ผู้ปฏิบัติงาน ให้ผู้ใต้บังคับบัญชานำไปปฏิบัติในทันที ในวันวันทร์ที่ 6 ต.ค.นี้ หากรับมอบนโยบายไปแล้ว ไม่นำไปถ่ายทอด หรือนำไปปฏิบัติ มันก็จะไม่มีความหมายอะไร เมื่อรับไปแล้ว ต้องปฏิบัติให้เห็นผลในทันที
 
                            พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า เมื่อเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ ก็ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ต้องยึดปฏิบัติร่วมกัน คือ พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นที่รักของประชาชน โดยมีสโลแกน "เราจะพร้อมใจกัน มอบความรัก สร้างความศรัมธา และความผาสุกของประชาชน" ให้พี่น้องตำรวจนำไปปฏิบัติทุกระดับชั้น ส่วนตัวเข้าใจดีว่า ในคนหมู่มาก ตำรวจดีมีอยู่เยอะ ในส่วนที่ไม่ดี ก็มีอยู่บ้าง ดังนั้นเราต้องมาขัดตรงนี้ ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
 
                            "ปัญหาการทุจริตมิชอบต้องไม่มี ปัญหาการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอุปกรณ์พื้นฐานในการปฏิบัติหน้าที่ จะมีสนับสนุนจากทางรัฐบาล อาทิ เครื่องแบบ เพื่อตัดปัญหาค่าใช้จ่าย การใช้ชีวิตต้องไม่ฟุ้งเฟ้อ อันจะก่อให้เกิดปัญหาด้านการเงิน จนนำไปเป็นข้ออ้างในการรับส่วย รับสินบน หรือไปทำสิ่งผิดกฎหมาย เกี่ยวข้องกับอบายมุข บ่อน ตู้ม้า หรือหวยใต้ดิน เรื่องแบบนี้ต้องไม่มี โดยเฉพาะตู้ม้า บ่อนพนัน ต้องสูญพันธุ์ ถ้าท้องที่ไหนถูกจับกุมอบายมุขพวกนี้ ได้เห็นดีกันแน่ ไม่เอาไว้ ไม่มียกเว้น ส่วยอย่าไปรับ จับก็จับ ต้องมีศักดิ์ศรี เมื่อไม่มีคนให้ ก็ไม่มีคนรับ ผิดเป็นจับ แต่ไม่รับสินบน คนที่ให้ส่วยติดสินบน รวมถึงพวกผู้ประกอบการทั้งหลายแหล่ที่ติดสินบน นั่นคือเขาทำผิด ถ้าไม่ทำผิดกฎหมาย จะมายอมจ่ายให้ทำไม ไม่ใช่มีแค่ตำรวจองค์กรเดียว แต่มันมีไปทั่วในกระทรวง ทบวง กรม ทุกหน่วยงานที่มีกฎหมายบังคับใช้ไปเกี่ยวข้องทั้งหมด"
 
                            พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวอีกว่า เรื่องจราจร ให้แต่ละพื้นที่ไปสำรวจทำรายงานว่า จุดไหน แยกไหน ที่มีปัญหาคับขัน แล้วให้ทำรายงานมาถึงตนภายในวันพุธ (8 ต.ค.) หลังจากนั้นจะไปเยี่ยมโดยไม่บอกกล่าว ถ้าไปเยี่ยมแล้วไม่มีผู้ปฏิบัติงาน หรือเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ ก็จะได้รู้ว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป ตนมีเวลาทำงาน 360 วัน หมดเวลาเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจใคร ในเมื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง ขณะเดียวกันตำรวจทุกนายต้องปฏิบัติงานด้วยใจจริง ให้ความรัก ความเป็นมิตรกับประชาชน เราให้ใจ ก็จะได้ใจ ให้ความรัก ก็จะได้ความรัก แต่ถ้าให้ก้อนหิน ก็จะได้ก้อนหิน ต้องรู้จักการเป็นผู้ให้ที่ดี ขณะเดียวกัน ก็ต้องบริหารงานดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี ไม่ใช่ไปเบียดเบียนเรียกรับกับลูกน้อง ต้องเป็นผู้ให้ ให้มากให้น้อย ก็คือการให้ 
 
                            นอกจากนี้ พล.ต.อ.สมยศ ยังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีฆาตรกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ยังยืนยัน และมั่นใจการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ไม่มีการจับแพะ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และขั้นตอนการหาพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบ รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา โดยเฉพาะหลักฐานที่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด เนื่องจากต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิด จำนวนกว่า 300 ตัว แต่ละตัวบันทึกเหตุการณ์ไว้ตัวละ 12 ชั่วโมง