
48 ปีที่รอคอย เริ่มต้นจากศูนย์จนถึงเหรียญอชก.
05 ต.ค. 2557
48 ปีที่รอคอย เริ่มต้นจากศูนย์จนถึงเหรียญอชก.
ภาพความผิดหวังถูกลบออกจากใจแล้ว!
หลังได้สองแต้มสุดท้ายจากการตบของ “กัปตันกิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ที่ส่งผลให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ยุติ 48 ปี แห่งการรอคอยเหรียญรางวัลในเอเชี่ยนเกมส์ลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วิลาวัณย์ ในฐานะกัปตันทีมได้ผนึกกำลังกับเพื่อนพ้องน้องพี่ อาทิ ปลื้มจิตร์ ถินขาว, นุศรา ต้อมคำ, อรอุมา สิทธิรักษ์, มลิกา กันทอง, ทัดดาว นึกแจ้ง และ ปิยะนุช แป้นน้อย ตลอดจนผู้เล่นสำรอง เอาชนะสาวจากแดนปลาดิบ ญี่ปุ่น ได้ 3 เซตรวด 25-17, 25-22, 25-23 ในนัดชิงเหรียญทองแดง "อินชอนเกมส์ 2014" ที่เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม
แม้เป็นเหรียญทองแดง แต่ก็เป็นเหรียญทรงคุณค่าที่ทีมวอลเลย์บอลไทยไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
และยังนับเป็นการลบฝันร้ายจากเอเชี่ยนเกมส์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่กวางโจว ประเทศจีน ที่ทีมสาวไทยพลาดท่าให้ “โสมแดง” เกาหลีเหนือ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย จนตกไปชิงอันดับ 5 ทั้งๆ ที่พวกเธอมีโอกาสไม่น้อยที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย...
มาถึงความสำเร็จครั้งนี้... ซึ่งเชื่อว่าทำให้คนไทยหัวใจชุ่มฉ่ำไม่น้อย โดยเฉพาะบรรดาแฟนคลับของเหล่านักตบ อาทิ “แป้น” ปิยะนุช และ “ซาร่า” นุศรา ที่มีแฟนๆ ติดตามกว่า 3 ล้านบนโลกออนไลน์ เช่นเดียวกับ “หน่อง” ปลื้มจิตร์ ที่มีคนรักไม่น้อยมหาศาล
น.ต.ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค หรือ “โค้ชยะ” เฮดโค้ชลูกยางหญิงไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจของสตาฟฟ์โค้ชทุกคน รวมถึง “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ที่ช่วยกันมา และขอมอบความสำเร็จให้ สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการพัฒนาวอลเลย์บอลไทยจนมีวันนี้
โค้ชทีมชาติอย่าง “โค้ชยะ” ยังกล่าวขอบคุณ “โค้ชผู้สร้าง” สุดยอดนักตบเหล่านี้ขึ้นมาติดธง
“ต้องขอบคุณนักกีฬาทุกคน รวมถึงผู้ฝึกสอนของนักกีฬาเหล่านี้ ผมคิดว่าพวกเขามีคุณค่ามากในการสร้างเด็กขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของประเทศไทยมาแข่งขัน ก็ขอขอบคุณพวกเขาด้วย”
กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้... เส้นทางของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยไม่ได้เดินบนถนนที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะผ่านขวากหนามจนได้มาเดินบนพรมแดง พวกเธอต้องเจอความกดดันนับไม่ถ้วน
วิลาวัณย์ ที่รับบทกัปตันทีมมาแล้ว 7 ปี เล่าว่า ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยเริ่มจากศูนย์ เมื่อก่อนไม่มีใครรู้จักทีมไทย ไปแข่งก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ แข่งกับจีนและญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนไม่เคยสู้ได้เลย เราค่อยๆ พัฒนาขึ้นมา จากที่เคยแพ้จีน 0-15 เราก็เริ่มได้แต้มขึ้นมา เล่นกับทีมสโมสรเราก็ชนะ หลังจากนั้นเราก็เริ่มมั่นใจ ทีมเราค่อยๆ ก้าวขึ้นมาทีละขั้น
“กว่าจะมีวันนี้ ทีมเราล้มลุกคลุกคลาน วันที่เราได้แชมป์เอเชีย ทุกคนก็เริ่มรู้จักเรา ส่วนเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้เป็นเกมที่ลำบาก เราแบกความกดดันอยู่ลึกๆ เรามีเรื่องฝังใจมาจากครั้งที่แล้วคือเราไปพลาดท่าให้เกาหลีเหนือจนตกไปชิงที่ 5 ทั้งที่เราน่าจะได้เข้า 4 ทีม ก็เลยเหมือนเป็นตราบาปอยู่ในใจที่ทุกคนอยากกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด” วิลาวัณย์ เผย
เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 แม้มีภาพนักวอลเลย์บอลสาวไทยขึ้นแท่นรับเหรียญ แต่ก็ยังมีหลายสิ่งที่เป็นบทเรียนสำคัญให้พวกเธอต้องปรับปรุงเพื่อจะก้าวไปให้ไกลกว่านี้ในวันข้างหน้า
“กัปตันกิ๊ฟ” ผู้ผ่านเอเชี่ยนเกมส์มาแล้ว 3 สมัย กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับทีมไทย ในแมทช์ที่แพ้ก็ต้องขอบคุณสำหรับคนที่ให้กำลังใจ ส่วนคนที่ติที่ว่าพวกเราก็น้อมรับคำติทุกอย่าง เก็บมาพัฒนาตัวเอง พวกเราพยายามทำเต็มที่แล้ว คว้าทองแดงมาได้ก็อยากให้ทุกคนดีใจ เพราะอาจเป็นเอเชี่ยนเกมส์ครั้งแรกของหลายคนและอาจเป็นครั้งสุดท้ายของบางคน
“สำหรับเอเชี่ยนเกมส์ครั้งหน้า ทุกคนจะพยายามรักษาร่างกายเอาไว้ คือในใจก็อยากเอาเหรียญทองให้ได้ อนาคตมันก็อีกนาน ร่างกายและอายุเยอะแล้ว ดีใจนะคะที่มีเหรียญติดมือ”
หลังจากได้เหรียญทองแดงประวัติศาสตร์ แต่พวกเธอไม่ได้ฉลองใหญ่ แค่เพียงกินไอศกรีมและตบท้ายด้วยเนื้อย่างเกาหลี ส่งท้าย “อินชอนเกมส์ 2014” ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิด
ปิดท้ายด้วย “หน่อง” ปลื้มจิตร์ ซูเปอร์สตาร์นักตบคนสำคัญ
“แม้ได้เหรียญทองแดง แต่อย่างน้อยเราก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทย หน่องเล่นเอเชี่ยนมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วเพิ่งจะได้ ถึงแม้ว่าเราจะพลาดในแมทช์ที่เล่นกับจีน แต่เราจะเก็บประสบการณ์สำคัญครั้งนั้นมาเป็นบทเรียนไว้พัฒนาต่อไป ที่สำคัญต้องขอบคุณคำวิจารณ์ ซึ่งเป็นจุดด้อยของทีม เราจะเก็บมาเพื่อทำให้ดีขึ้น”
ความพ่ายแพ้ ผิดหวังเกิดขึ้นได้กับนักกีฬาทุกคน อยู่ที่ใครจะลุกขึ้นมาสู้เพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จสักวัน ดังที่ทีมลูกยางสาวไทยทำได้ใน “อินชอนเกมส์” ครั้งนี้



