
จากจุดเริ่มต้นในหนังสือรำลึกถึง'นพ.ศรุต ทวีรุจจนะ'
จากจุดเริ่มต้นในหนังสือรำลึกถึงนายแพทย์ศรุต ทวีรุจจนะ : นิศารัตน์ สัตยานุการ
หลังจากทั้งครอบครัวเรากลับมาจากไปเที่ยวเรือที่ต่างประเทศกันได้ประมาณ 2 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แม่ต้องใจสลายก็เกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง โลกทั้งโลกล่มสลาย แม่แทบไม่มีพลังในการดำเนินชีวิต แม่จะอยู่อย่างไรต่อไป ถึงใจจะแหลกสลายเพียงใดแม่ก็ต้องพยายามยืนหยัดเพื่อลูกคนอื่นๆต่อไป เจ็บปวดแต่ก็ต้องฝืนทนลุกขึ้น มองฟ้า แลดิน ชีวิตนี้ไม่มีอะไร.....ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม ดิน น้ำ ลม ไฟ ผลพวงจากความรัก ความโกรธ ความหลง ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ความรัก ความโกรธ ความหลง ที่ผูกติดอย่างเอาเป็นเอาตายเพียงใด ท้ายที่สุดเมื่อถึงเวลาที่ทุกๆคนต้องเดินทางอย่างโดดเดี่ยว ทรัพย์สมบัติใดๆที่ตนได้เข้าไปเกี่ยวข้องในทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มาเพื่อตนเอง หรือเพื่อตกทอดถึงลูกหลานก็ตาม หรือการได้มาของหัวโขน หรือการทรงไว้ซึ่งอำนาจเพื่อช่วยเหลือคนผิด หรือเพื่อพวกพ้องของตน ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อคนอื่นทั้งสิ้นนั้น เมื่อถึงเวลาทุกคนก็ต้องสละทิ้ง เพราะเอาไปไม่ได้ และต้องเดินทางตามลำพัง ไม่มีคนข้างเคียงที่คุณยอมทำผิดเพื่อเค้า แม้แต่ความคิด ความรู้สึกต่างๆก็ไม่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำของเราแม้น้อย แต่สิ่งที่จะติดตัวเราไปในภพภูมิหน้าก็คือ ความดี ความชั่ว ที่ตนเองสั่งสมมาเท่านั้น.....และสิ่งที่คุณทำเพื่อเค้า...เค้าจะรำลึกถึงไปได้สักกี่เพลา
ดิฉันขอให้บทความนี้กระตุ้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเปิดโอกาสให้ตนเองได้ศึกษาเสียก่อน ว่าจริงเท็จประการใด อย่าปิดโอกาสตนเองก่อนที่จะปฏิเสธความจริงข้อนี้
ท้ายที่สุดดิฉันขอให้คดีนี้ดำเนินไปอย่างยุติธรรม นำคนผิดมาลงโทษตามครรลองของกฎหมายของการอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อมิให้เป็นตัวอย่างในการทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายในสภาวะที่ผู้เสียชีวิตไม่สามารถปกป้องตัวเองได้และอยู่กับผู้กระทำผิดตามลำพัง ซึ่งคดีในทำนองนี้มีอีกมากมายที่ไม่สามารถเอาผิดกับคนทำผิดได้ เพราะเจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ในความคิดเห็นของดิฉัน มีคดีเกือบทั้งหมดที่อาชญากรพยายามปกปิดตัวเองเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าตนเองเป็นผู้กระทำ กฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวยที่จะช่วยเหลือผู้ที่ถูกฆ่าตายในกรณีที่ผู้ตายและฆาตกรอยู่กันตามลำพังโดยไม่มีพยานบุคคลอื่น และจะจบคดีอยู่ที่อัยการไม่ส่งฟ้อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคดีที่ไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ว่า มีการฆ่ากันให้เห็นต่อหน้า อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นคดีของคนที่ไม่มีเส้นสาย หรือคนถูกฆ่ามาจากครอบครัวธรรมดา หรือยากจน บางคดีคนที่ถูกกระทำไม่ค่อยมีความรู้ทางกฎหมาย ไม่กล้าที่จะเรียกร้องหาความยุติธรรม หรือไม่รู้จะดำเนินการอย่างไรต่อ ต้องได้รับความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจอยู่กับผลพวงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปตลอดชีวิต การล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาถ้าระบบของกฎหมายและผู้รักษากฎหมายไม่เข้มแข็ง การได้รับความปกป้องคุ้มครองในความเป็นคน และความมั่นคงในการดำเนินชีวิตแทบจะไม่มีเลยในทางปฏิบัติ
ดิฉันจึงเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรมในคดีนี้เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างได้ต่อไป อีกทั้งคดีนี้ไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะเป็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทำให้คดีล่วงเลยมาถึง 4 ปีกว่าซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาดิฉันได้ร้องขอความเป็นธรรมไปถึงหน่วยงานต่างๆหลายต่อหลายแห่ง ซึ่งล่าสุดได้เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูก
............................
(หมายเหตุ : หนังสือขอความเป็นธรรมของนางนิศารัตน์ สัตยานุการ มารดาของนายแพทย์ศรุต ทวีรุจจนะ อายุ 28 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2553 ในวันเกิดเหตุพักอยู่ที่ 985 ถนนศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.)



