ข่าว

อินเดียกับการสานฝัน 'สุขาอยู่หนใด'

อินเดียกับการสานฝัน 'สุขาอยู่หนใด'

05 ต.ค. 2557

เปิดโลกวันอาทิตย์ : อินเดียกับการสานฝัน 'สุขาอยู่หนใด' : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 
                          ปกติมักจะได้ยินสำนวนว่า "คนตายขายคนเป็น" นานครั้งๆ ถึงจะได้ยินว่า "คนตายช่วยคนเป็น" แถมไม่ได้ช่วยแค่คนสองคน หากช่วยทีหนึ่งมากถึง 130 ล้านครัวเรือน หรืออย่างน้อย 600 ล้านคน
 
                          คนตายผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นก็คือ มหาบุรุษโลกมหาตมะ คานธี โดยในโอกาสครบรอบ 145 ปีชาตกาลของมหาตมะ คานธี นายนเรนทรา โมฑี นายกรัฐมนตรีแห่งแดนภารตอินเดียได้ใช้โอกาสนี้รณรงค์โครงการ “ทำความสะอาดอินเดีย” ให้เป็นดินแดนที่มีสุขอนามัย ปลอดจากขยะและมีสุขาที่สะอาดภายใน 5 ปี อ้างว่าเป็นหนึ่งในความฝันของคานธีที่ยังคงเป็นฝันค้างนับตั้งแต่ปลดแอกอินเดียจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ หลังจากการรณรงค์ซึ่งมีขึ้นก่อนหน้านี้หลายปีประสบความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า
 
                          นอกเหนือจากสานฝันของคานธีให้เป็นจริงแล้ว โมฑียังมีฝันของตัวเองอีกหลายประการที่ไม่ได้บอกออกมาว่า การยิงกระสุน "ทำความสะอาดอินเดีย" แค่นัดเดียวนี้ ปรากฏว่าได้นกพวงใหญ่กลับมาอย่างแทบไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเรื่องการได้เห็นบ้านเมืองสะอาดสะอ้าน มีสุขอนามัยมากขึ้น อันจะช่วยป้องกันโรคติดต่อร้ายแรงอย่างอหิวาต์หรือไทฟอยด์ทางอ้อมแล้ว ยังเท่ากับปลูกจิตสำนึกของข้าราชการให้หันมารับใช้ประชาชนอย่างแท้จริงเสียที เมื่อต้องเจียดเวลา (ตามที่โมฑีบังคับไว้) อาทิตย์ละ 2 ชั่วโมงช่วยทำความสะอาดถนนหนทางและล้างส้วมสาธารณะ อย่างน้อยจะได้ลดอวิชชาในใจตัวที่แบ่งเขาแบ่งเราออกไปบ้าง นกตัวที่ 3 ที่เป็นผลพลอยได้จากกระสุนนัดเดียวก็คือ การดึงภาคเอกชน โดยเฉพาะธนาคารที่ติดนิสัยรีดเลือดกับปู และทำตัวเป็นเทวดาไม่เห็นหัวคนยากจน ให้ยอมลดตัวมารับใช้ประชาชนในฐานะแหล่งทุนใหญ่ของการรณรงค์สร้างสุขาให้ครบทุกครัวเรือน
 
                          เหนืออื่นใดก็คือ โครงการนี้คงจะช่วยลดอาชญากรรมที่กำลังเป็นข่าวใหญ่อยู่ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา นั่นก็คือ ผู้หญิงมักจะถูกฉุดไปข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งระหว่างที่พวกเธอ "ไปทุ่ง" เพื่อปลดทุกข์ เนื่องจากในบ้านไม่มีห้องสุขา แล้วทุ่งนาก็กลายเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมของฆาตกรใจโหด ว่ากันว่า มีผู้หญิงหลายล้านคนตกเป็นเหยื่อถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกคุกคามทางเพศ ระหว่างไปปลดทุกข์กลางทุ่งในตอนเช้ามืดหรือตอนกลางคืน ดังเหยื่อรายล่าสุด ซึ่งเกิดเมื่อกลางปีนี้เอง เมื่อสาวรุ่นกระเตาะ 2 คน ในรัฐอุตตรประเทศถูกรุมข่มขืนก่อนถูกฆ่าแขวนคอ จนกลายเป็นข่าวดังทั่วโลก
 
                          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนั้น ทำให้ทางการต้องสร้างห้องสุขาใหม่กว่า 100 ห้อง มอบให้หมู่บ้านกัตราชาฮาดัตกานจ์ ที่สองสาวเหยื่อข่มขืนพำนักอยู่ ถือเป็นค่าทำขวัญที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร และแม้จะเป็นเรื่องของ "วัวหายล้อมคอก" แต่ชาวบ้านก็คิดว่า คงจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก
 
                          ในเมื่อเหตุมาจากไม่มีห้องสุขา สาวภารตรุ่นใหม่จึงต้องป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ด้วยการแก้ไขที่ต้นเหตุ นั่นก็คือ การเรียกร้องให้บรรดาเจ้าบ่าวต้องสร้างห้องสุขาที่ปลอดภัยให้พวกเธอ ถือเป็นหนึ่งในของขวัญสำคัญในวันแต่งงานที่แสนจะถูกใจ ถึงขนาดที่หญิงสาวในรัฐหรยาณา ทางตอนเหนือของประเทศ ได้เป็นหัวหอกในการรณรงค์คำขวัญว่า "ไม่มีส้วม ก็ไม่แต่ง" หรือแต่งแล้วก็พร้อมจะหนีจากเรือนหอได้ จนกว่าเจ้าบ่าวจะยอมสร้างห้องสุขาที่เป็นส่วนตัวขึ้นในบ้าน สาวเจ้าหลายรายที่พอจะมีความรู้อยู่บ้างยังมองด้วยว่า การสร้างห้องสุขาในบ้านถือเป็นการเคารพสิทธิมนุษยชนและสิทธิสตรีด้วย
 
                          แม้ว่ารัฐบาลกลางในกรุงนิวเดลีและรัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละรัฐจะกำหนดให้การสร้างห้องสุขาเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว บางรัฐอย่างรัฐฉัตติสครห์ ยังออกกฎหมายบังคับให้ตัวแทนของชาวบ้านต้องสร้างห้องสุขาภายในบ้านภายใน 1 ปีหลังชนะการเลือกตั้งเพื่อเป็นตัวอย่างอันดี หากใครทำไม่ได้ก็หมดสิทธิ์ที่จะรับตำแหน่ง  แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ชาวอินเดียส่วนใหญ่ยังคงยากจนอยู่มาก ไม่มีปัญญาจะสร้างห้องสุขาได้ แม้ว่าจะใช้เงินราว 2,200 รูปี (ราว 1,500 บาท) เท่านั้น เจ้าบ่าวบางคนเมื่อถูกเจ้าสาวยื่นคำขาดก็ต้องเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านมาสร้างห้องสุขาตามสัญญาที่ให้ไว้
 
                          ขณะที่กระทรวงการพัฒนาชนบทยอมรับว่า หากต้องการให้รัฐบาลบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ นั่นหมายความว่า จะต้องเร่งสร้างห้องสุขาถึงวันละ 112,000 ห้อง ถึงจะทำให้ประชาชนราว 130 ล้านครัวเรือน มีห้องสุขาที่ปลอดภัยภายในบ้านภายใน 5 ปีข้างหน้า ไม่ต้องไปปลดทุกข์นอกบ้าน โดยเฉพะตามรางรถไฟ ซึ่งถือเป็นสถานที่ยอดนิยม ปัญหาก็คือ รัฐบาลจะหาทุนมาจากไหน แม้ว่าในบางรัฐอย่างที่รัฐหรยาณา ทางการจะประกาศให้เงินแก่คนยากจนคนละ 2,200 รูปี เพื่อสร้างห้องสุขา 1 ห้อง แต่รัฐอื่นๆ ยังไม่มีนโยบายเช่นนี้
 
                          อีกประการหนึ่ง แม้อินเดียจะมี "ปราชญ์ส้วม" อย่างนายภินเดศวร ประทักษ์ วัย 71 ปี ผู้ก่อตั้งกองทุนส้วม สุลาภ อินเตอร์เนชั่นแนล จากแรงบันดาลใจในเรื่องความสะอาดจากมหาตมะ คานธี และโมฑี จนประกาศระดมทุนราว 42,300 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างห้องสุขาที่มีมาตรฐานและใช้งานได้ดีขึ้นทั่วประเทศ ในราคาหลังละ 9,000 บาท แต่ก็คงไม่สามารถสนองนโยบายรัฐบาลได้ตามเป้าที่กำหนดไว้
 
                          เพื่อจะแก้ปัญหานี้ให้ลุล่วง นายโมฑีจึงคิดอุบายยอดเยี่ยมหาใครเทียมทาน ด้วยการดึงธนาคารของรัฐเข้ามาช่วย โมฑีได้จัดประชุมผู้บริหารของธนาคารรัฐเมื่อกลางเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา ประกาศมาตรการ "ทูอินวัน" ให้ธนาคารของรัฐต้องทำควบคู่กันไป ประการแรกก็คือ ขอให้ธนาคารยอมเจียดผลกำไรที่ได้คืนให้สังคมด้วยการช่วยสร้างห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะขึ้นในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ซึ่งรวมกันแล้วมีอยู่ 664,000 หมู่บ้าน เพื่อให้พี่น้องร่วมชาติ 1,200 ล้านคน มีห้องสุขาใช้กันอย่างถ้วนหน้า ประเดิมด้วยการเริ่มสร้างห้องสุขาตามโรงเรียนรัฐก่อน ควบคู่ไปกับการต้องเปิดสาขาธนาคารขึ้นภายในรัศมี 5 กิโลเมตรของหมู่บ้านนั้นๆ เพื่อระดมเงินออมจากประชาชน ซึ่งมีอยู่ราว 75 ล้านครัวเรือน ที่ไม่เคยทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารแม้แต่ครั้งเดียว
 
                          หลังจากได้รับการขอร้องแกมบังคับ ธนาคารรัฐต่างต้องระดมสมองแบ่งเขตการสร้างห้องสุขาในพื้นที่ต่างๆ ธนาคารหลายแห่งประกาศจะตั้งกองทุนจำนวน 740 ล้านรูปี (ราว 360 ล้านบาท) ในโครงการสร้างห้องสุขา ขณะที่ธนาคารในเมืองมุมไบและเชนไนประกาศจะแยกสร้างห้องสุขาหญิงและชายในโรงเรียน 359 แห่ง คาดว่าคงใช้เงินราว 90 ล้านรูปี
 
                          ส่วนการเปิดบัญชีเงินออมนั้น ขณะนี้ธนาคารได้เปิดบัญชีใหม่แล้ว 50 ล้านบัญชี รวมรวมเงินฝากได้ 35,000 ล้านรูปี ผ่านตัวแทนชั่วคราวของธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเจ้าของร้านค้าในหมู่บ้าน
 
                          เรียกได้ว่า ถ้าโครงการถามหาสุขาทุกหนแห่งประสบความล้มเหลวอีกครั้ง "สุขาในฝัน" ของชาวเมืองภารตอินเดียก็คงกลายเป็นฝันค้างไปอีกยาวนาน
 
 
 
 
 
--------------------------------
 
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : อินเดียกับการสานฝัน 'สุขาอยู่หนใด' : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)