ข่าว

สหรัฐกักบริเวณญาติผู้ป่วยอีโบลา4คน

สหรัฐกักบริเวณญาติผู้ป่วยอีโบลา4คน

03 ต.ค. 2557

สหรัฐฯเฝ้าสังเกตุอาการเกือบ 100 คนในเท็กซัส หลังพบผู้ติดเชื้ออีโบลาในประเทศรายแรก พร้อมสั่งกักบริเวณญาติผู้ป่วยอีก 4 คน

 
                  3 ต.ค.57 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรัฐเท็กซัสกำลังเฝ้าระวังประชาชนราว 100 คน เพื่อสังเกตอาการว่าได้รับเชื้อไวรัสอีโบลาหรือไม่ หลังจากตรวจพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าชื่อนายโทมัส อีริค ดันแคน ที่เดินทางกลับจากไลบีเรียมายังรัฐเท็กซัสเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ และขณะนี้สมาชิกในครอบครัวของเขา 4 คน ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านและห้ามให้ผู้ใดมาเยี่ยมจนถึงวันที่ 19 ตุลาคมนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยเฝ้าอยู่โดยรอบบ้าน แต่จนถึงตอนนี้ทั้ง 4 คนยังไม่แสดงอาการป่วย
 
                  ทอม ฟรีเดน หัวหน้าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯหรือ CDC ระบุว่า ในช่วงเดินทางกลับจากไลบีเรียในวันที่ 19 กันยายน ดันแคนไม่มีไข้ แต่หลังจากนั้น 5 วัน เขาก็เริ่มแสดงอาการ อาทิ มีไข้ อาเจียน ท้องเสีย ซึ่งหากมีใครสัมผัสกับสารคัดหลั่งเหล่านี้ก็สามารถติดเชื้อได้ทั้งหมด โชคไม่ดีที่แพทย์ที่รักษาเขาในตอนแรกปล่อยให้เขากลับบ้าน ทำให้เขามีเวลาถึง 4 วันในการแพร่เชื้อ ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่ามีอยู่ 100 คน และขณะนี้ 14 คนถูกตรวจสอบแล้ว ไม่พบการติดเชื้อแต่อย่างใด
 
                  ขณะที่สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์สที่ดันแคนใช้เดินทางได้ออกแถลงการณ์ถึงรายละเอียดของเที่ยวบินนั้น และแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีความกังวลติดต่อกับ CDC แม้ว่าสายการบินจะเน้นย้ำว่าในตอนนั้นเขายังไม่ได้แพร่เชื้อก็ตาม ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า โรงเรียนในชุมชน 2 แห่งที่อาจได้รับเชื้อจากดันแคน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา เนื่องจากผู้ปกครองให้นักเรียนส่วนใหญ่ลาเรียนอยู่ที่บ้าน
 
                  นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ NBC รายงานว่า ล่าสุดมีชาวอเมริกันอีก 1 คน ที่ได้รับเชื้ออีโบล่า โดยชายผู้นี้มีอายุ 33 ปี เป็นช่างภาพให้กับ NBC อยู่ในประเทศไลบีเรีย นับเป็นชาวสหรัฐฯ รายที่ 4 ที่ได้รับเชื้อในประเทศนี้ โดยขณะนี้เขาได้กักโรคตัวเองแล้วและเตรียมถูกส่งกลับไปรักษาตัวที่สหรัฐฯในเร็วๆ นี้
 
                  ส่วนซาอุดิอาระเบียแม้จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่ก็ออกมาตรการป้องกันไว้ก่อน เพื่อรับมือกับไวรัสอีโบลาและโคโรนาไวรัส สายพันธุ์กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง หรือ เมอร์ส ในขณะที่ชาวมุสลิมหลั่งไหลไปยังนครเมกกะ เพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ 
 
                  คาดว่าจะมีผู้แสวงบุญมากกว่า 2 ล้านคน เดินทางไปนครเมกกะในปีนี้ รวมทั้งเกือบ 1.4 ล้านคนจากต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ได้ทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของอีโบลา รวมถึงพยายามยับยั้งไวรัสเมอร์ส ที่ระบาดในเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม ด้วยการคัดกรองคนที่เดินทางมาจากทั่วโลก และตั้งแลปเคลื่อนที่เพื่อทดสอบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อด้วย
 
                  ส่วนที่สหประชาชาติได้เริ่มปฏิบัติการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของอีโบล่าแล้วเมื่อวานนี้ โดยระบุว่านี่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสุดของโลก และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปใน 3 ประเทศที่มีการระบาดหนักในแอฟริกาตะวันตกแล้วเพื่อทำงานทางด้านสาธารณสุขและให้ความรู้กับประชาชน
 
 
 
 
 
------------------------------------------
 
 
(ภาพ : AFP)