ข่าว

'อะแมนดา' สาวแซบ ไม่ได้เก่งแค่ 'สองล้อ'

'อะแมนดา' สาวแซบ ไม่ได้เก่งแค่ 'สองล้อ'

04 ต.ค. 2557

'อะแมนดา' สาวแซบ ไม่ได้เก่งแค่ 'สองล้อ'

 
                          "อั่น...อยากสวัสดีประเทศไทย กับอุดร กับบ้านหนองเม็ก และก็ขอบคุณค่ะหลายๆ ทุกคนซอยอะแมนดามาแข่งที่นี่ ซอยอะแมนดามาได้เหรียญทอง ดีใจหลายๆ จ้า ขอบคุณค่ะ"
 
                          นี่คือการให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาอีสานบ้านเราของนักปั่นสาวหน้ากระเดียดไปทางฝรั่ง "อะแมนดา คาร์" (Amanda CARR) ที่ฝากไปถึงกองเชียร์ชาวไทย คนบ้านหนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ชนิดที่สื่อมวลชนไทยฟังแล้วอดยิ้มให้ความน่ารักของเธอไม่ได้
 
                          ฝรั่งพูดไทยเป๊ะเว่อร์ ที่สำคัญเป็นภาษาอีสานซะด้วย
 
                          แท้ที่จริงแล้ว อะแมนดาเป็นคนไทย เธอเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เป็นลูกสาวของ แม่ละมุล พึ่งโพธิ์ คนบ้านหนองเม็ก อุดรธานี กับพ่อ แดโรล คาร์ ชาวอเมริกัน โดยอะแมนดานั้นอยู่ที่อเมริกากับพ่อและแม่ แต่แม่ละมุลจะพามาเมืองไทยทุกปี เพราะอยากให้รู้จักญาติพี่น้อง รู้ภาษาอีสานและอาหารอีสาน จึงค่อยๆ สอนจนพูดได้ตั้งแต่เด็กๆ
 
                          อะแมนดาให้สัมภาษณ์หลังจากคว้าเหรียญทองจักรยาน บีเอ็มเอ็กซ์ ประเภทหญิง ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 "อินชอนเกมส์ 2014" ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยตลอดการแข่งขัน เธอควบสองล้อคู่ใจทะยานไปตามเส้นทาง ซึ่งมีทั้งทางเรียบสลับเนินและทางโค้งได้อย่างสง่างามในทุกๆ รอบ และนำเป็นอันดับ 1 ได้ทุกครั้ง จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการจักรยานเมืองไทยได้
 
                          ก่อนหน้านี้อะแมนดาเคยเป็นข่าวในเมืองไทยมาบ้างแล้ว จากการเข้ามาเป็นนักปั่นภายใต้การดูแลของสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย เพราะเธอเป็นที่รู้จักในวงการบีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่ง โดยปัจจุบันรั้งอันดับ 8 ของโลก และมืออันดับ 1 ของเอเชีย
 
                          อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ยังติดเรื่องการโอนสัญชาติจากอเมริกันมาเป็นไทย ซึ่งต้องมีสัญชาติ 1 ปี จึงจะลงแข่งขันให้ทีมชาติไทยได้ ทำให้ต้องรอเวลา จนกระทั่งมาสุกงอมพอดีในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งเป็นเวทีแรกที่เธอได้รับใช้แผ่นดินบ้านเกิดของแม่ตามความตั้งใจ
 
                          อะแมนดา วัย 24 ปี ตอบสื่อด้วยภาษาอีสานชัดถ้อยชัดคำ โดยเธอบอกว่า 2 เดือนมาแล้วที่ทำใจไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากกลัวไม่ได้เหรียญทอง แต่หลังจากแข่งครั้งแรกและเข้าเป็นอันดับ 1 ก็ยังดีใจไม่ได้ เพราะต้องแข่งอีก 2 รอบ พอไปแข่งรอบที่สอง มีคนร้องตะโกน ทำให้ตกใจเลยออกช้า แต่ด้วยความอยากชนะจึงพยายามขึ้นนำให้ได้ พอจบรอบที่สองก็ดีใจขึ้นมานิดหนึ่ง และดีใจมากๆ เมื่อการแข่งขันจบลง สนามปั่นไม่ยากเลย
 
                          นอกจากความสำเร็จของอะแมนดาที่ดึงดูดใจให้สื่ออยากรู้จัก การเป็นลูกครึ่งที่พูดภาษาอีสานได้อย่างคล่องแคล่ว ก็เป็นอีกประเด็นที่ทำให้คนไทย ซึ่งเชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อย อยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า "หยอง" ที่มาที่ไปอยู่ไม่ไกล มาจากผมของเธอที่หยิกหยอย และตัวอะแมนดาเองก็ยอมรับว่าชอบชื่อนี้เอามากๆ...เธอบอกว่ามันน่ารักดี
 
                          พูดอีสานคล่องปรื๋อ มีหรือเรื่องอาหารจะไม่แซบ
 
                          แม่ละมุล เล่าว่า "อะแมนดาพูดอีสานได้ตั้งแต่เล็กๆ ไปซื้อของต่อรองราคาได้ดีกว่าเราอีก สั่งอาหารได้หมด เขาจะทานอะไรสั่งได้หมด อะแมนดา ชอบส้มตำใส่ปลาร้า อร่อย ชอบ รสชาติปานกลาง เผ็ดมากก็ไม่ไหว เราทำทานเอง เพราะที่ฟลอริดาเรามีสวนเล็กๆ ไว้ทำกินเอง อะแมนดาชอบข้าวเหนียว เนื้อแดดเดียว ถ้าแม่ทำไว้ เขาจะเอาไปทอดเองเลย แล้วก็ชอบกุนเชียง ไก่ย่าง ส้มตำ"
 
                          ลูกครึ่งสาวรายนี้ ไม่ได้มีดีแค่กีฬาจักรยาน แต่เธอยังมีความสามารถด้านอื่นๆ อีกมากมาย...
 
                          แม่ละมุล เล่าต่อว่า ลูกสาวเริ่มเล่นกีฬาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เคยเล่นยกน้ำหนักและเบสบอลจนได้เป็นโค้ช 2 กีฬานี้มาแล้ว เคยได้เหรียญทองวิ่งผลัด 4x100 เมตร ที่ไฮสคูล เล่นกระโดดไกล นอกจากนี้ยังชอบเล่นเทนนิส จนพ่อสร้างสนามเทนนิสให้ แต่สุดท้ายลูกสาวชอบจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์มากกว่า จึงได้หันมาเอาดีทางด้านนี้
 
                          "ที่ไฮสคูล กีฬาชนิดไหนถ้านักกีฬาขาด อะแมนดาช่วยได้ คนรักเขาเยอะ ไม่ได้ยอลูกตัวเองนะ แต่อะแมนดาเป็นเด็กดีมาก คนที่บ้านหนองเม็กรักแกเยอะ ทำอะไรไปไหนก็บอกพ่อแม่ตลอด เวลาเดินทางไปแข่งขันแถวเยอรมันแถวลอนดอนคนเดียว แม่ยิ่งห่วง เขาจะพยายามหาจุดที่มีอินเทอร์เน็ตส่งพิกัดที่เขาอยู่มาให้แม่รู้"
 
                          ส่วนเป้าหมายต่อไปของอะแมนดานั้นก็คือ ความฝันของนักกีฬาทุกคน
 
                          "เป้าหมายต่อไปคือโอลิมปิกจ้า บ่ได้ไปโอลิมปิก 2012 เลยมาแข่งขันให้ประเทศไทย อยากไปโอลิมปิก 2016 ไปหาเหรียญมาให้ประเทศไทยจ้า"