ไทยชนะเกาหลีใต้!ตะกร้อหญิง-ชายหยิบทองที่10-11
ไทยชนะเกาหลีใต้แล้ว!ตะกร้อหญิง-ชายหยิบทองที่10-11 ลุ้น'วุฒิชัย'หนึ่งเดียวของขุนพลเสื้อกล้ามไทยทะลุชิงทองมวยกับเจ้าภาพ
3ต.ค.2557 การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ประเภทเซปักตะกร้อทีมเดี่ยวหญิงรอบชิงเหรียญทอง โดยทีมสาวไทยเอาชนะเกาหลีใต้ 2 -0 เซตด้วยสกอร์ 21-12, 21-16 คว้าเหรียญทองเหรียญที่10 ให้ทัพนักกีฬาไทยได้สำเร็จ ขณะที่เซปักตะกร้อทีมเดี่ยวชาย ไทยชนะเกาหลีใต้ 2-0 เซต ด้วยสกอร์ 21-16 และ 21 - 14 คว้าทองที่ 11 ให้ทัพนักกีฬาไทยอีก
ด้านศึกมวยสากลสมัครเล่น เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เป็นการชกรอบรองชนะเลิศ มีนักชกไทยขึ้นสังเวียน 2 คน โดยไลท์เวลเตอร์เวท ชาย (64 กก.) "เจ้าเอ็ม" วุฒิชัย มาสุข เจอกับ อาซิซ เบบีตอฟ จากเติร์กเมนิสถาน การยกแรก วุฒิชัย ที่ได้เปรียบช่วงชกอาศัยการต่อยวงนอกและเข้าทำที่รวดเร็ว ยิงหมัดซ้ายขวาเข้าใบหน้าคู่ชก จากนั้นยกสอง นักชกจากเติร์กเมนิสถานพยายามเดินเร็วขึ้น แต่ชกไม่เข้าเป้า วุฒิชัย ดึงจังหวะหนึ่งสอง ดักยิงหมัดทำแต้มได้ดีกว่า ยกสุดท้าย นักชกไทยยังใช้สไตล์เดิม ประคองตัวจนครบยก กรรมการชูมือให้วุฒิชัย ชนะ 3-0 เสียง ด้วยกอร์ 30-27 ทั้ง 3 คน
ในรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 3 ตุลาคมนี้ วุฒิชัย จะพบ ลิม ฮุน ชุล นักชกเกาหลีใต้ ที่ชนะคะแนน คาวาชิ มาซาสึกุ จากญี่ปุ่น 3-0 เสียง โดยจะชกเป็นคู่ที่ 5 ซึ่งคู่แรกจะเริ่มเวลา 12.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
หลังการชก วุฒิชัย กล่าวว่า พอใจมากกับฟอร์มการชกของตัวเอง เพราะทีมสตาฟฟ์โค้ชเตรียมแผนมาอย่างดี ส่วนรอบชิงเหรียญทองเจอกับเจ้าภาพ ก็เป็นธรรมดาที่ต้องเจอแรงกดดัน แต่จะทำเต็มที่ และจะต่อยตามแผนที่วางไว้ เรื่องความมั่นใจตอนนี้บอกไม่ได้ว่ามั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อนำเหรียญทองไปฝากพี่น้องชาวไทยให้ได้
อนึ่ง หากวุฒิชัยคว้าเหรียญทองมาได้ก็จะทำให้ทีมขุนพลเสื้อกล้ามไทย รักษาสถิติคว้าทองในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์เป็นสมัยที่ 7 ติดต่อกัน โดยครั้งสุดท้ายที่พลาดเหรียญทองก็คือการแข่งขันครั้งที่ 10 ในปี 2529 ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพนั่นเอง
ด้าน "บิ๊กบางจาก" นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมมวยสากล กล่าวว่า วุฒิชัย ชกได้ดีตามฟอร์ม ส่วนในรอบชิงชนะเลิศต้องเจอเจ้าภาพก็หนักใจเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกันตามฝีมือ วุฒิชัย เหนือกว่ามาก ถ้าชกได้เหมือนในรอบตัดเชือกก็ไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนภาพรวมของทีมกำปั้นไทยที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้แค่คนเดียวนั้น ก็ต้องยอมรับว่า นักมวยของเอเชียแข็งแกร่ง และยังมีชาติจากรัสเซียเดิมอย่าง คาซัคสถาน หรืออุซเบกิสถาน ทำให้นักมวยไทยเจองานยากขึ้น แต่ก็เป็นหน้าที่ของสมาคมที่จะต้องปรับสไตล์การชกของนักมวยเพื่อรับมือกับนักชกจากชาติเหล่านี้ต่อไป
ส่วนรุ่นเวลเตอร์เวท ชาย (69 กก.) อภิเชษฐ์ แสนสิทธิ์ นักชกกำปั้นหนัก ขึ้นเวทีพบกับ อิสราอิล มาดริมอฟ นักชกวัย 19 ปี จากอุซเบกิสถาน เจ้าของเหรียญเงิน จูเนียร์เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2011 ยกแรก นักชกจากอุซเบกิสถาน เป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าหา ขณะที่ อภิเชษฐ์ คอยดักตัดลำตัวสลับใบหน้า ซึ่งรูปเกมยังเป็นไปอย่างสูสี เข้าสู่ยก 2 ทั้งคู่ปักหลักแลกหมัดกันหลายครั้ง แต่เป็นนักชกจากอุซเบกิสถาน ที่ขยันออกหมัดมากกว่า ขณะที่นักชกไทยดูอ่อนแรง แต่พยายามยิงหมัดสวนได้หลายหมัด ยกสุดท้าย นักชกจากอุซเบกิสถาน เดินหน้าเข้าปล่อยหมัดชุดทำคะแนนได้อย่างชัดเจน ครบ 3 ยก อภิเชษฐ์ แพ้คะแนนเอกฉันท์ 0-3 เสียง 28-29, 26-30, 27-30 ชวดเข้าไปชิงชนะเลิศ ได้แค่เหรียญทองแดงปลอบใจ
อภิเชษฐ์ กล่าวว่า ยอมรับว่า ชกได้ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะเจอคู่ชกที่สปีดหมัดรวดเร็ว และมีความแข็งแกร่งมาก เดินหน้าตลอดทั้ง 3 ยก ไม่มีหมดแรง ขณะที่ตัวเองยอมรับว่าหมดแรงในยกสุดท้ายตนต้องขอโทษแฟนมวยชาวไทยด้วยที่ไม่สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้



