
เมียเสกแจ้งความถูกข่มขู่
03 ต.ค. 2557
เมียเสกแจ้งความตร.-ประสานงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมช่วยเหลือ
วันที่ 3 ต.ค.57 เมื่อเวลา 00.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 2 ต.ค. นางวิภากร ศุขภิมาย อายุ 42 ปี ภรรยา นายเสกสรรค์ ศุขภิมาย หรือเสก โลโซ นักร้องชื่อดัง อยู่บ้านเลขที่ 9/27 หมู่ 2 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ พงส.ผนพ.สน.คันนายาว เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ว่าตนเองมีความเดือดร้อนไม่สามารถเข้าบ้านหลังดังกล่าวไปดูแลบุตรได้ เนื่องจาก ถูก นายเสก โลโซ ทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเข้าบ้านได้ ต่อมา นายเสก โลโซ ได้ขนเสื้อผ้าของตนมาทิ้งไว้บริเวณหน้าบ้าน และโทรศัพท์แจ้งให้น้องสาวของตนเองมารับไป แต่ตนเกรงว่าหากเข้าบ้านพักดังกล่าวเกรงจะถูกทำร้าย หรือไม่ได้รับความปลอดภัย อีกทั้งจะมีผลกระทบกับลูก จึงต้องไปอาศัยไปอยู่กับน้องสาวซักระยะหนึ่ง ระหว่างที่ออกมาจากบ้าน ก็ได้รับข้อความทางเฟซบุ๊ก จาก นายเสก โลโซ ในเชิงหยาบคาย และข่มขู่ ทั้งตนเองและน้องสาว ไปในทางเสียหาย และเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ตนได้ทราบข่าวจากทางสื่อว่า นายเสก โลโซ ได้ฟ้องตนเองและแพทย์ผู้ทำการรักษาอาการ นายเสก โลโซ พร้อมกับเรียกร้องคาเสียหาย จำนวน 200 ล้านบาท
นางวิภากร กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีมูลความจริง และ นายเสก โลโซ ยังกล่าวหาว่าตนเองกับ นายแพทย์ผู้ทำการรักษาอาการ นายเสก โลโซ บุกรุกเข้าไปในบ้านพักนั้น ข้อเท็จจริงก็คือ ตนเองและ นายแพทย์คนดังกล่าวที่เคยรักษาอาการ เสก โลโซ มิได้เจตนาจะทำผิดตามที่ถูกกล่าวอ้างว่าบุกรุก ทำให้ตนเองต้องออกจากบ้าน และมีปากเสียงพร้อมกับถูกทำร้าย โดยเชื่อว่า สาเหตุเกิดจากความระแวงจากการป่วยที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของ นายเสก โลโซ เอง จึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ตนต้องการลงบันทึกประจำวันเพื่อเติมเกี่ยวกับอาวุธปืนขนาด 9 มม.ซึ่งเป็นของ นายเสก โลโซ เนื่องจากในวันดังกล่าวที่พานายแพทย์ไปดูอาการ นายเสก โลโซ นั้น ทางแม่บ้านของตนได้แจ้งว่า นายเสก โลโซ ได้ให้ไปหยิบอาวุธปืน แม่บ้านจึงได้ไปหยิบอาวุธปืนดังกล่าวมาให้ตนแทน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย ตนจึงนำมาเก็บรักษาไว้ ก่อนจะมาลงบันทึกประวันไว้ดังกล่าว
ด้าน พ.ต.ท.สุบรรณ์ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตามความประสงค์ของผู้แจ้ง ก่อนทำการสอบถามและคัดกรองข้อมูลดังกล่าวแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำความรุนแรงภายในครอบครัวส่วนหนึ่ง จึงได้ติดต่อประสานงานไปยังศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) เพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว และได้นัดหมายกับทางผู้แจ้งเพื่อให้ความช่วยเหลือและแนะนำทำความเข้าใจกับผู้แจ้ง และหากผู้แจ้งประสบเหตุกรณีฉุกเฉินอย่างไรกับผู้แจ้งเองหรือบุตร ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อให้การช่วยเหลือ
.......................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)



