
เปิดปมตำแหน่งปลัดยธ.-อธิบดีดีเอสไอ
เปิดปมตำแหน่งปลัด ยธ.-อธิบดีดีเอสไอ : ทีมข่าวความมั่นคง-อาชญากรรม
การย่างก้าวจากตำแหน่ง "อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ" (ดีเอสไอ) มาดำรงตำแหน่งเป็น "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" ของ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามคำเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็เกิดคำถามมากมายว่า พล.ต.อ.ชัชวาลย์ เป็นสายไหน หรือเป็นเด็กใคร ถึงได้มาเติบโตในตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายน 2558
ท่ามกลางการคุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จของ "รัฐบาล-คสช." ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. นั่งบัญชาการอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ การขึ้นมาคุม "ดีไอเอส" ของ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ได้เพียง 4 เดือนกว่าเท่านั้น หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งย้ายด่วน นายธาริต เพ็งดิษฐ์? ออกจากตำแหน่งอธิบดี หลังจากที่มีการเข้ามาควบคุมอำนาจรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพราะเห็นว่า "ธาริต" อยู่ในตำแหน่งจะเป็นอุปสรรคในการทำงานได้
หากไปย้อนในทำเนียบรุ่น จะพบว่า พล.ต.อ.ชัชวาลย์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 14 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน จึงยากที่จะปฏิเสธถึงสายใยแห่งความเป็นเพื่อนได้
และที่สำคัญ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ยังได้รับการผลักดันจาก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่รู้มือกันดีตลอดการทำงานในช่วงที่ผ่านมา เมื่อคนมีฝีมือแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่รัฐบาลชุดนี้พยายามดึงมาเป็น "คลังสมอง" เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาของประเทศ
อีกทั้งกระทรวงยุติธรรม ในยุคที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นน้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นปลัดยุติธรรม มายาวนาน ได้สร้างบารมีไว้มาก จนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงยุติธรรมส่วนมากเป็นคนของนายสมชาย ที่ได้วางตัวไว้ทั้งสิ้น จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ คสช. เลือกใช้ "คนนอก" กระทรวงยุติธรรม อย่าง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ เป็น "ปลัดยุติธรรม" เพราะถึงอย่างไรก็ไว้ใจได้กว่าที่จะใช้ "คนใน" กระทรวงยุติธรรม
ส่วนตำแหน่ง "อธิบดีดีเอสไอ" เมื่อเก่าไป ใหม่ก็ต้องมา และถือเป็นเรื่องปกติที่จำเป็นจะต้องมี "ตัวตาย-ตัวแทน" ขึ้นมาทำหน้าที่
โดยขณะนี้ "รัฐบาล-คสช." อยู่ระหว่างการเลือกเฟ้นผู้ที่เหมาะสมให้มาควบคุมการสั่งการในดีเอสไอ ท่ามกลางการจับตามองจากหลายฝ่าย ว่าจะเลือก "คนใน" กระทรวงยุติธรรม หรือ จะเลือก "คนนอก" เข้ามาบริหารจัดการ โดยเฉพาะการล้างไพ่ใหม่ของเหล่าบรรดา "คลื่นใต้น้ำ" ที่ยังวนเวียนอิงอำนาจเก่าอยู่ในเวลานี้ ทั้งนี้ "คนใน" ที่รู้ๆ กันอยู่ มีอยู่ 3 คนที่น่าสนใจที่อาจจะได้ขยับ และอาจจะไม่ได้ขยับ เพราะแต่ละคนมีสายสัมพันธ์กับขั้วอำนาจเก่าทั้งสิ้น
คนแรกคือ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ถือว่าเป็นลูกหม้อคนสำคัญ
ส่วนคนที่สอง คือ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
และคนที่สาม คือ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผู้ตรวจราชการสำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม
ส่วน "คนนอก" ที่จะถูกหมายมั่นปั้นมือมาช่วงชิงในตำแหน่งดังกล่าว คือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ผิดหวังกับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยหลีกทางให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง โดยที่มี "สัญญาใจ" ที่จะดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหลังจากที่ พล.ต.อ.สมยศ เกษียณในปลายเดือนกันยายน 2558 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจึงอยากจะให้มาช่วยงานในตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ไปพลางๆ ก่อน
ส่วนอีกคนคือ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่เข้ามาช่วยงานในช่วงการยึดอำนาจของ คสช.ที่ผ่านมา เข้ามาซิวในตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน
ซึ่งตรงกับ "แวดวงตำรวจ" ที่ปิดกันให้แซดว่า...บุคคลที่จะก้าวไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คือ พล.ต.ต.อำนวย ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 อยู่ระหว่างรอการโปรดเกล้าฯ
เพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้า พล.ต.ต.อำนวย จะปรับยศ เป็น "พล.ต.ท." ซึ่งว่ากันว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่นิ่งในชั่วโมงนี้ ว่ากันว่า "บิ๊กนวย" อยู่ระหว่างรอการโปรดเกล้าฯ หากได้ก้าวเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ครองยศ พล.ต.ท. เต็มตัว ก็จะมีการตอบรับการโยกข้ามห้วยไปเป็น "อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ" ทันที
พล.ต.ต.อำนวย เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 15 คนสนิทของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยึดอำนาจครั้งที่ผ่านมา โดยเป็นที่รับรู้กันดีว่า หลายรายที่มีรายชื่อปรากฏให้ไปรายงานตัวกับ คสช. ถูกคัดสรรมาจาก พล.ต.ต.อำนวย เป็นส่วนใหญ่
พล.ต.ต.อำนวย เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 31 จะเกษียณอายุราชการในปีหน้า และในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พล.ต.ต.อำนวย ถูกเสนอให้ย้ายจาก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปเป็นรองผู้บัญชาการ กองบัญชาการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทน้อยกว่า เพราะถูกมองจากขั้วอำนาจว่าเป็นนายตำรวจต่างขั้ว กระทั่งหลังการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในขณะนั้น ได้เสนอให้มาทำหน้าที่ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานด้านสืบสวน และมีบทบาทในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดงในหลายคดี
แต่หากผิดไปจาก พล.ต.ต.อำนวย ผู้ที่อาจจะได้รับการเสนอชื่อให้คว้าเก้าอี้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็คือ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลูกหม้อเก่าของกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย พ.ต.อ.ณรัชต์ เป็นอดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ ย้ายมาอยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เคยเป็นรองอธิบดีดีเอสไอในยุค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นอธิบดีดีเอสไอ
พ.ต.อ.ณรัชต์ แม้จะติดภาพว่าใกล้ชิดกลุ่มขั้วอำนาจเก่า แต่ปัจจุบันเขาเป็นสามีของ "แป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ภาพลักษณ์เรื่องขั้วการเมืองจึงจางลง ขณะที่ในแวดวงข้าราชการในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ค่อนข้างยอมรับการทำหน้าที่ของ พ.ต.อ.ณรัชต์ เพราะร่วมก่อตั้งหน่วยงานนี้มาตั้งแต่ต้น
จึงต้องลุ้นกันอีกครั้ง สำหรับเก้าอี้อธิบดีดีเอสไอในยุค คสช. หลังจาก "คนนอก" คว้าตำแหน่ง "ปลัด ยธ." ไปครองอย่างสบายเฉิบ!
-------------------
(หมายเหตุ : ‘เปิดปมตำแหน่งปลัด ยธ.-อธิบดีดีเอสไอ’ : ทีมข่าวความมั่นคง-อาชญากรรม)



