ข่าว

เรียนรู้ประวัติศาสตร์อิสลามเข้าใจสงครามกลางเมืองซีเรีย(จบ) :

เรียนรู้ประวัติศาสตร์อิสลามเข้าใจสงครามกลางเมืองซีเรีย(จบ) :

03 ต.ค. 2557

เรียนรู้ประวัติศาสตร์อิสลามเข้าใจสงครามกลางเมืองซีเรีย(จบ) : วิถีมุสลิมโลก

                 สงครามกลางเมืองซีเรียที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี ไม่ได้เป็นการต่อสู้กันของกองกำลังฝ่ายต่างๆ ในประเทศเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสนามแข่งขันระหว่างตุรกีที่กำลังเล่นบทบาทของอาณาจักรออตโตมานใหม่ (New Ottoman) ในการพิทักษ์โลกมุสลิม กับอิหร่านที่กำลังเล่นบทบาทของอาณาจักรเศาะฟะวียะฮ์ (New Safavid) ที่มีอิทธิพลและอุดมการณ์เดิมอยู่ คือการขยายอิทธิพลของชีอะฮ์ไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

                  ตุรกีมีความต้องการขยายอิทธิพลในโลกอิสลามเหมือนกับอิหร่าน และพยายามสร้างตัวเองขึ้นมาเป็นโมเดลของอาหรับสปริง ชัยชนะในการเลือกตั้งของขบวนการนิยมแนวทางอิสลามในแอฟริกาเหนือทั้งหมดหลังอาหรับสปริงเลียนแบบจากตุรกี พรรคนิยมแนวทางอิสลามของตุรกีที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนับตั้งแต่ปี 2002 ได้ใช้ชื่อพรรคว่า “อัล-อะดาละฮ์ วัล-ตันมิยะฮ์” หรือพรรคยุติธรรมและการพัฒนา (Justice and Development Party) ที่น่าสังเกตคือพรรคอิสลามในโมร็อกโกที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็ใช้ชื่อพรรคเหมือนตุรกีไม่มีผิดเพี้ยน

                 พรรคนิยมแนวทางอิสลามของลิเบีย ซึ่งจัดตั้งขึ้นหลังยุคกัดดาฟีก็เลียนแบบชื่อพรรคของตุรกี ขณะที่พรรคอิสลามของอียิปต์ที่ชนะการเลือกตั้งครั้งหลังสุด (ก่อนที่จะถูกรัฐประหาร) ก็มีชื่อว่า ‘พรรคเสรีภาพและยุติธรรม’ แม้จะมีความต่างอยู่นิดหน่อย แต่ก็ยังมีคำว่า “ยุติธรรม” อยู่เช่นกัน

                 ตุรกีต้องการเข้ามามีบทบาทนำในโลกอิสลามอย่างยิ่ง ถึงกับสร้างโมเดลรัฐอิสลามแบบใหม่ขึ้นมาที่เน้นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมๆ ไปกับการสร้างครอบครัวเข้มแข็ง กลุ่มนิยมแนวทางอิสลามยุคใหม่ของตุรกีต้องการเข้าไปสู่กระบวนการใช้อำนาจเชิงระบบ เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐและสังคมจากฐานรากตามแนวทางศาสนา ซึ่งแตกต่างกับกลุ่มนิยมแนวทางอิสลามสมัยก่อนที่มักเป็นนักเผยแพร่ศาสนาสายตรง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจการเมือง

                 เมื่อก่อนฝ่ายนิยมแนวทางอิสลามในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง เป็นฝ่ายที่ปฏิเสธประชาธิปไตย แต่ตอนนี้แทบจะไม่มีฝ่ายค้านในประเด็นประชาธิปไตยเลย และฝ่ายนิยมแนวทางอิสลามในโลกอาหรับก็มีแบบแผนและแนวทางการปฏิบัติที่คล้ายตุรกีมาก นั่นคือเน้นการพัฒนาและสร้างความยุติธรรมขึ้นในสังคม

                 ขณะที่อิหร่านเองก็เสนอโมเดลต้นแบบการตั้งรัฐอิสลามจากการปฏิวัติโดยอิหม่ามโคมัยนีเมื่อปี 1979 เป็นโมเดลที่ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ผู้นำศาสนาสูงสุด ใช้หลักการศาสนาเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาประเทศ แต่ก็มีฝ่ายบริหารที่เป็นตัวแทนประชาชนเป็นกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนนโยบาย อิหร่านเชื่อว่านี่คือความสำเร็จจากการปฏิวัติซึ่งน่าจะเป็นโมเดลให้รัฐต่างๆ ในโลกอาหรับ โดยเฉพาะรัฐที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมชีอะฮ์

                 ด้วยเหตุนี้ สถานการณ์ในซีเรียที่เกิดความรุนแรงส่วนหนึ่งก็เพราะมันเกิดการปะทะระหว่างสองพลังอำนาจ อิหร่านและตุรกีกลายเป็นรัฐต้นแบบที่เป็นโมเดลของรัฐอาหรับในตอนนี้ พวกเขาเข้าไปอยู่คนละข้างของความขัดแย้งและความรุนแรงในซีเรีย พร้องทั้งส่งอาวุธเข้าไป อิหร่านมีแนวร่วมเป็นกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ซึ่งอยู่ติดชายแดนซีเรีย ก็ส่งกลุ่มนี้เข้าไปช่วยสนับสนุนฝ่ายประธานาธิบดีอัสซาด ส่วนตุรกีมีความสัมพันธ์ทางอุดมการณ์กับขบวนการภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) ในซีเรีย ก็สนับสนุนฝ่ายต่อต้านในซีเรียอย่างเต็มที่

                 ขณะเดียวกัน ตุรกี ซึ่งมีความสัมพันธ์กับมหาอำนาจตะวันตก ก็ลากเอาพันธมิตรเหล่านี้เข้ามาด้วย อิหร่านก็ลากเอาจีนกับรัสเซียมาเป็นพันธมิตร ทั้งๆ ที่อิหร่านก็ไม่ชอบรัสเซียกับจีนนักหรอก ตุรกีเองก็ไม่ได้ชอบอเมริกากับอังกฤษหรือยุโรป แต่โครงสร้างทางการเมืองโลกมันเป็นแบบนี้ โดยสรุปคือทั้งตุรกีและอิหร่านเลือกข้างมหาอำนาจบนยุทธศาสตร์ของตนเอง

                 นี่คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในความขัดแย้งของซีเรีย ทุกฝ่ายมีอำนาจหนุนหลัง นี่จึงเป็นปัจจัยด้านหนึ่งที่ทำให้เกมนี้ยืดเยื้อ และนับวันยิ่งมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น