
ข้อสอบสปช.
ข้อสอบสปช. : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
ถ้าเป็นการสอบ การเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในครั้งนี้ ก็จะเป็นการออกข้อสอบแบบปรนัย ที่มีคำตอบให้เลือกเพียง 2 ข้อ คือ “เอาทักษิณ” หรือ “ไม่เอาทักษิณ” ซึ่งเป็นข้อสอบและคำตอบเก่า ที่ทำมาร่วมสิบปีแล้ว และก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำกันต่อไป
สภาปฏิรูปแห่งชาติได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นองค์กรที่เป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนประเทศไทยให้ไปสู่ทิศทางใหม่ เพื่อก้าวข้ามสิ่งเดิมๆ และปัญหาที่ทับถมมานาน ดังนั้นคำตอบสำหรับการเลือก สปช.จึงควรจะเป็นคำตอบแบบอัตนัย ที่มีการแสดงความคิดที่หลากหลาย และแนวทางที่แตกต่าง อันจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองอย่างกว้างขวาง มากกว่าการกาผิดกาถูก
ยิ่งหากดูรายชื่อ สปช.แล้ว ก็จะพบว่า ส่วนใหญ่เป็นอดีตนายทหาร อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือสมาชิกสภาการเมืองต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เคยทำหน้าที่หรือมีบทบาทในการบริหารราชการแผ่นดินมาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดที่จะปฏิรูปอะไรเป็นเรื่องเป็นราว จนประเทศไทยตกอยู่ในสภาพเช่นทุกวันนี้
ในส่วนของ คสช.เอง การเลือก สปช.เป็นเสมือนการเลือกแผนที่เส้นทางของประเทศ และเป็นโอกาสในการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับประเทศไทยในอนาคต ซึ่งควรจะต้องได้แผนที่ที่มีความชัดเจน แม่นยำ เพื่อไปสู่จุดหมายที่ต้องการ ขณะเดียวกันก็จะเป็นการตอบโจทย์ที่คลุมเครือและเคลือบแคลงของการปฏิวัติ ว่า เป็นการทำเพื่อบ้านเพื่อเมืองอย่างแท้จริง มิใช่เป็นการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจ ดังนั้นการเลือก สปช.ในครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นการลงกล้าไม้เพื่อสร้างผืนป่า มากกว่าการนำไม้ผุมาค้ำขาเก้าอี้
เป็นเรื่องปกติทางการเมือง ที่เมื่อพรรคการเมืองใดมีอำนาจก็จะปูนบำเหน็จหรือแต่งตั้งคนของตนในตำแหน่งต่างๆ ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ซึ่งมักจะกลายเป็นสิ่งที่ทำลายความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลและพรรคการเมืองนั้นเอง แต่สำหรับ คสช.ซึ่งไม่ได้เล่นการเมือง ไม่ต้องพึ่งพาฐานเสียง ไม่ได้แอบอิงผลประโยชน์นายทุน จึงมีอิสระในการที่จะคัดสรรคนดีๆ ที่มีความรู้ ความคิด ความสามารถ และประสบการณ์ในแต่ละสาขา มาร่วมกันทำงาน โดยมองให้ไกลกว่าชื่อเดิมๆ ที่ติดตาอยู่ หรือคนหน้าเดิมที่ใกล้ตัว
คำว่าปฏิรูป หมายถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่ แต่ประเทศไทยจะปฏิรูปได้อย่างไร ถ้า สปช.ส่วนใหญ่มีแต่คนที่มีความคิดเก่าๆ ? และถ้าใช้วิธีคิดแบบปรนัย เรื่อง “เอาทักษิณ” หรือ “ไม่เอาทักษิณ” เป็นเกณฑ์ การปฏิรูปที่เป็นความหวังของคนไทยก็คงจะไม่ไปไหนไกล กว่าการวนรอบ “ทักษิณ” เท่านั้นเอง
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้



