
"เพื่อไทย"ยันตั้งโต๊ะล่าชื่อถวายฎีกาสัปดาห์หน้า
ส.ส.กทม.เพื่อไทย ตั้งโต๊ะล่าชื่อถวายฎีกาทุกเขตใน กทม.สัปดาห์หน้า --- ชัย ชี้ถวายฎีกาช่วย แม้ว ยันต้องเข้าคุกก่อนสถานเดียว
(4ก.ค.) เวลา 10.00 น. นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้แถลงถึงความคืบหน้าในการล่ารายชื่อประชาชนถวายฎีกาเพื่อขออภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ได้มีประชาชนจำนวนมากแจ้งความจำนงกับ ส.ส.กทม.ของพรรคเพื่อไทยว่ามีความประสงค์ อยากร่วมลงชื่อถวายฎีกา แต่เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย บางคนไม่ความสะดวกที่จะลงชื่อเนื่องจากไม่รู้ว่าจะไปลงชื่อได้ที่ไหน ดังนั้น ในสัปดาห์หน้า ตน พร้อม ส.ส. กทม.ของพรรค จะจัดตั้งโต๊ะทุกเขตใน กทม.เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมลงชื่อถวายฎีกาครั้งนี้ เพราะหากส่งทางไปรษณีย์อาจถูกทำลายได้
ขณะที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการล่าชื่อถวายฎีกาเพื่อขออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีหลายฝ่ายท้วงติงว่าเป็นระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทนั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถทำได้ เพราะในอดีตสมัยพ่อขุนรามคำแหง ทรงให้แขวนกระดิ่งไว้หน้าวังเพื่อให้ประชาชนมาร้องทุกข์ในยามที่ประชาชนเดือดร้อน
ส่วนกรณีที่นายแก้วสรร และขวัญสรวง อติโพธิ ลงโฆษณาคัดค้านการเข้าชื่อถวายฎีกา อยากถามกลับว่าทั้งสองเข้าใจสิทธิของประชาชนแค่ไหน แต่สังคมรับรู้ว่านายแก้วสรร ถูกตั้งเป็น คตส.หลังเหตุการณ์ทหารปฏิวัติยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย.โดยเฉพาะนายแก้วสรร จงเกลียด จงชัง พ.ต.ท.ทักษิณ เดินหน้าตรวจสอบ จนลืมว่า พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นคนไทย
ด้านนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาปผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการล่า 1 ล้านรายชื่อยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เกิดการตื่นตัวเรื่องกฎหมาย ว่ามีระเบียบแบบแผนอย่างไรบ้าง และยังเป็นการดีกว่าการด่าใส่กัน หรือตั้งเวทีปราศรัยโจมตี แต่จะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่การประชาสัมพันธ์ ซึ่งการถวายฎีกานั้นต้องทำตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งมีข้อกำหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่า คนที่จะถวายฎีกานั้น คือ คนที่ต้องคดีถูกพิพากษาจำคุก สิ้นสุดกระบวนการตามกฎหมาย เหมือนกับกรณีของนายวีระ มุกสิกพงษ์ แกนนนำนปช. ที่ต้องคดีหาเสียงและศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก ที่จ.บุรีรัมย์ จากนั้นไม่นาน นายวีระก็ได้ทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเป็นขั้นตอนของการขอพระราชทานอภัยโทษที่ถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่มีการเดินทางมารับโทษ นายชัยกล่าวว่า ตนยังไม่ทราบกระบวนการนี้ ก็ต้องมีการพิสูจน์ว่า เรื่องนี้เป็นการทำนอกตัวบทกฎหมายหรือไม่อย่างไร ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่นั้นไม่ทราบแต่ อยู่ที่จิตสำนึกของตัวผู้กระทำเอง ตนไม่อาจพูดได้เพราะถือว่านอกเหนืออำนาจหน้าที่
เมื่อถามว่า การยื่นถวายฎีกาในครั้งนี้จะเป็นชนวนเหตุให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกหรือไม่ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า คงเป็นส่วนน้อย เพราะประชาชนส่วนใหญ่ในชาติ ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่ บ้าน เริ่มมีความรู้เรื่องกฎหมาย ก็จะทราบดีว่าควรปฏิบัติอย่างไร จึงเข้าใจว่า ใครกระทำอย่างไรกันไว้บ้าง
เมื่อถามอีกว่า กรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เคยมีข้อเสนอว่า วิธีการถวายฎีกาจะเป็นทางออกของปัญหา นายชัย ระบุว่า เขารู้กฎหมาย พวกที่มีวิจารณญาณส่วนใหญ่เป็นผู้รู้กฎหมาย อัยการ อดีตผู้พิพากษา ก็ย่อมรู้ดีว่าการขอพระราชทานอภัยโทษต้องปฏิบัติอย่างไร ส่วนการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมในอนาคตนั้น ตนยังไม่เห็นการยื่นเรื่องเสนอมา ซึ่งการดำเนินการเป็นเรื่องของการวินิจฉัยของสภา ว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น จะดำเนินการเช่นไร



