ข่าว

รมช.ต่างประเทศญี่ปุ่นเข้าพบ‘นายกฯ’

รมช.ต่างประเทศญี่ปุ่นเข้าพบ‘นายกฯ’

02 ต.ค. 2557

รมช.ต่างประเทศญี่ปุ่น-เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ‘นายกฯ’ กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ ย้ำไทยพร้อมให้ความร่วมมือ

 
                  2 ต.ค.57 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายมิโนะรุ คิอุชิ (H.E. Mr.Minoru Kiuchi) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ในฐานะผู้แทนพิเศษรัฐบาลญี่ปุ่น และนายชิเกะคะสุ ซะโต (H.E.Mr.Shigekazu Sato) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ที่เข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย
 
                  โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้เกียรติรัฐบาลไทย พร้อมย้ำว่าทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานถึง 127 ปี ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือกับกับประเทศญี่ปุ่นในทุกด้าน
 
 
‘โฆษกรัฐบาล’ เผย ‘ญี่ปุ่น’ เข้าใจสถานการณ์ไทย
 
 
                  ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันนี้ (2 ต.ค.) ว่า เมื่อเวลา 08.35 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางเขามาปฏิบัติหน้าที่ ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยเมื่อมาถึงได้สั่งการให้พลเอกวิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนางสาวเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เร่งดูแลภูมิทัศน์และการเตรียมการจัดสถานที่ในการจัดงานสโมสรสันนิบาต วันที่ 7 ธ.ค.นี้
 
                  จากนั้นเวลา 10.00 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำนายมิโนะรุ คิอุชิ (H.E. Mr.Minoru Kiuchi) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ในฐานะผู้แทนพิเศษรัฐบาลญี่ปุ่น และนายชิเกะคะสุ ซะโต (H.E.Mr.Shigekazu Sato) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ให้เกียรติรัฐบาลและประเทศไทยส่งตัวแทนมาแสดงความยินดีในโอกาสที่ไทยมีนายกรัฐมนตรีใหม่ และยินดีในความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างกันที่มากว่า 127 ปี และจะยังคงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกันต่อไป
 
                  นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า ถือเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนแรกที่เข้าพบและหารือกับพลเอกประยุทธ์ หลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายมิโนะรุ คิอุชิ เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อนำสาสน์แสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย จากนายชินโซ อะเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมามอบให้พลเอกประยุทธ์ รวมถึงได้เชิญให้ไปเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และจะมีการพิจารณาการเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นในวันเวลาที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นภายในปีนี้
 
                  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ ได้ถือโอกาสอธิบายถึงสถานการณ์ในประเทศไทย รวมถึงความจำเป็นของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งการเข้ามาทำหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ผ่านมา รวมถึงบทบาทของรัฐบาลไทยในปัจจุบันต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย ซึ่งมีความจำเป็นในการดูแลเรื่องของเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อเตรียมเข้าสู่ระยะที่ 3 ของการเดินหน้าประเทศไทยต่อไป ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ได้แสดงความเข้าใจต่อสถานการณ์และความสำคัญของเสถียรภาพของประเทศไทยที่ต้องมาก่อน รวมทั้งขอให้ไทยได้เดินหน้าตามโรดแม็พที่ได้มีการกำหนดไว้
 
                  “นายกรัฐมนตรีของไทยได้อธิบายสถานการณ์ของประเทศไทยค่อนข้างชัดเจนและได้พูดถึงความจำเป็นของฝ่ายไทยที่ต้องดูและเสถียรภาพของประเทศในด้านต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเพื่อก้าวสู่ระยะที่สาม ซึ่งรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของญี่ปุ่นก็เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและความสำคัญของการรักษาเสถียภาพ โดยบอกว่าญี่ปุ่นได้ติดตามการเดินหน้าของประเทศไทยในระยะที่ 1 และ 2 และเชื่อมั่นการเดินหน้าของประเทศไทย” นพ.ยงยุทธ กล่าว
 
                  นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังขอให้รัฐบาลไทยได้ให้ความดูแลนักลงทุนชาวญี่ปุ่นในด้านต่างๆ รวมถึงได้แสดงความสนใจเรื่องการเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเรื่องของดาวเทียม เรื่องการบริหารจัดการน้ำ นอกจากนี้ทางญี่ปุ่นยังได้แสดงความพร้อมเดินหน้าร่วมกับประเทศไทยในการลงทุนในพื้นที่โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวาย ในสหภาพเมียนมาร์ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นได้เสนอขอให้มีการประชุมไตรภาคีในอนาคตอันใกล้เพื่อพิจารณาถึงความร่วมมือในโครงการที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ทวายต่อไป
 
                  นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ ได้รับปากว่าจะดูแลการลงทุนของญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และเน้นย้ำในเรื่องความเท่าเทียมกันในเรื่องของผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมของทุกฝ่ายที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ฝากในเรื่องการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมายังฝ่ายไทย รวมทั้งการส่งเสริมศักยภาพของคนไทยที่เข้าไปทำงานในภาคเอกชนของญี่ปุ่น ไม่เฉพาะระดับผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น รวมไปถึงระดับผู้บริหาร โดยขอให้คนไทยได้มีโอกาสได้ศึกษาแนวทางการทำงานของญี่ปุ่นด้วยเพื่อนำมาประยุกษ์ใช้ในการทำงานต่อไป
 
                  นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ ยังได้เชิญให้ญี่ปุ่นได้พิจารณาการลงทุนในเขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นใน 5 พื้นที่บริเวณชายแดน 5 ด่าน ซึ่งจะเป็นจุดที่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านก็จะเป็นโอกาสของญี่ปุ่นถ้าเข้ามาลงทุนในเขตพื้นที่ฯดังกล่าวจะได้มีโอกาสเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านของไทย และเปิดโอกาสให้ฐี่ปุ่นได้มีธุรกรรมการค้าการลงทุนต่อไป นอกจากนี้ยังได้พูดถึงการลงทุนในพื้นที่นอกเขตนิคมอุตสาหกรรมซึ่งมี 18 จังหวัดที่มีความพร้อมซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ หากมีความสนใจก็สามารถมาร่วมลงทุนได้ ซึ่งจะเป็นการกระจายเม็ดเงินไปยังท้องถิ่นทำให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยในอนาคต
 
                  นายกรัฐมนตรี ยังได้หารือในเรื่องโครงการรถไฟของไทยซึ่งเป็นการหารือในภาพกว้างไม่ได้ลงในรายละเอียด หากญี่ปุ่นมีข้อเสนอหรือแนวทางให้พิจารณาก็ขอให้หารือกันในกรอบของการพิจารณาซึ่งมีกรอบของคณะทำงานไทย-ญี่ปุ่นอยู่ ก็จะมีการหารือกันต่อไป นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียังได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ญี่ปุ่นทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย ญี่ปุ่นที่มีมาอย่างยาวนาน เมื่อเกิดภาวะวิกฤติหรือภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งสองประเทศได้ให้ความช่วยเหลือห่วงใยซึ่งกันและกันทุกครั้ง จึงเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะมีความยั่งยืนตลอดไป
 
                  นายกฯยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย- ญี่ปุ่น ที่มีมาอย่างยาวนาน 127 ปี ที่มีทั้งสามระดับทั้งระดับราชวงศ์ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับราชวงศ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ที่มีสัมพันธไมตรีที่ดีกันตลอดมา ส่วนความสัมพันธ์ของคนไทยและคนญี่ปุ่นก็มีการแลกเปลี่ยนที่ดีกันตลอดมา
 
                  นายกฯยังได้ฝากด้วยว่าในช่วงฤดูการแห่งการท่องเที่ยว ซึ่งคนไทยไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นจำนวนมากซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นก็ดูแลคนไทยเป็นอย่างดี รัฐบาลไทยจึงขอเชิญชาวญี่ปุ่นให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงฤดูการท่องเที่ยวนี้ รวมทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย ซึ่งทางญี่ปุ่นก็รับที่จะไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้มากขึ้น
 
                  เมื่อถามว่า ญี่ปุ่นได้มีการสอบถามความคืบหน้าการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น หรือไม่ นพ.ยงยุทธ กล่าวว่าไม่ได้มีการสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว ทางญี่ปุ่นได้หยิบยกเรื่องมาตรการดูแลในเรื่องของอาหารญี่ปุ่นที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นต้องการให้ฝ่ายไทยผ่อนปรนมาตรการการกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าอาหารจากญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้ได้มีการผ่อนปรนจากฝ่ายไทยโดยองค์การอาหารและยา (อย.) มาเป็นระยะ ๆ แล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าวอยู่ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ฝากทางรัฐบาลญี่ปุ่น พิจารณาเรื่องความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงทางหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างไทย-ญี่ปุ่น หรือเจเทปป้า (Jtepa) ในด้านต่างๆ เดินหน้าต่อไปอย่างเต็มที่
 
                  เมื่อถามว่า ญี่ปุ่นสนใจการลงทุนด้านใดเป็นพิเศษในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวาย นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ไม่ได้ลงรายละเอียด เป็นภาพรวมของความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการลงทุน ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นเองก็ต้องการให้เร่งการประชุมไตรภาคีให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยเน้นในโครงการที่จะเป็นรูปธรรมได้ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเร่งไปหารือ